ให้กำลังใจสู้ “ฝุ่นจิ๋ว” ด้วยบทเรียนจาก “ปักกิ่ง”
ขณะที่ผมนั่งเขียนต้นฉบับวันนี้ข่าวหน้า 1 ของไทยรัฐ ยังคงพาดหัวเกี่ยวกับ “ฝุ่นละอองจิ๋ว” อย่างต่อเนื่อง ระบุว่า กทม.ยังคงขมุกขมัว แม้ฝนจะตกลงมาบ้าง แต่สถานการณ์ยังคงน่าห่วง
ขณะที่ผมนั่งเขียนต้นฉบับวันนี้ข่าวหน้า 1 ของไทยรัฐ ยังคงพาดหัวเกี่ยวกับ “ฝุ่นละอองจิ๋ว” อย่างต่อเนื่อง ระบุว่า กทม.ยังคงขมุกขมัว แม้ฝนจะตกลงมาบ้าง แต่สถานการณ์ยังคงน่าห่วง
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เองมีข่าวว่า กรมสรรพากรสามารถเก็บภาษีในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2562 “ทะลุเป้า” ไปเรียบร้อย
เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมกับครอบครัวแวะไปที่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ที่อยู่บริเวณเชิงสะพานพุทธฯฝั่งธนบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างสมโภช 191 ปีของวัดเป็นวันสุดท้าย
ผมได้รับเอกสารข่าวหรือที่เรียกกันว่า “ข่าวแจก” จากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เกี่ยวกับ “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2562” ที่จะจัดขึ้น ณ สวนลุมพินี วันที่ 23-27 มกราคมนี้ ปึกเบ้อเริ่ม
การที่ผมกลายเป็น “คนแก่หลงหลาน” หรือ “คนแก่ติดหลาน” ไม่เห็นหน้าหลาน หรือไม่ได้เล่นกับหลานสักวันสองวันใจจะขาดรอนๆ เสียให้ได้นั้นมีทั้งข้อเสียและข้อดีควบคู่กันไปครับ แต่ลงท้ายแล้วดูเหมือนจะมีผลดีมากกว่าเยอะ
วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2562 ตรงกับวันเด็กแห่งชาติ คงต้องเริ่มด้วยการชักชวนน้องๆ หนูๆ เที่ยวงานวันเด็กก่อนอะไรทั้งหมด ต่อจากเสาร์ที่ผ่านมาที่ชวนเที่ยวไปแล้วหลายๆ งาน
ผมตั้งใจว่าจะเขียนถึง “สาระ” ในหนังสือพิเศษฉบับ ส.ค.ส. ที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัฐบาล “บิ๊กตู่ 1” คุณสมหมาย ภาษี ส่งมาให้ผมอย่างกว้างๆ
ผมได้รับหนังสือขนาด A4 ภาพปก 2 สี คือน้ำเงินกับดำมีรูปตึกหรือโรงแรมริมสระที่ไหนสักแห่งหนึ่งเป็นแบ็กกราวด์พิมพ์ชื่อหนังสือและผู้แต่งไว้ด้านบนสุดว่า
เมื่อฉบับวันจันทร์ที่ผ่านมา หน้าเศรษฐกิจของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้ลงตีพิมพ์แผนที่แผ่นยักษ์ 1 หน้าไทยรัฐเต็มๆให้เห็นถึงเครือข่ายรถไฟฟ้าทั้ง 9 สายของกรุงเทพมหานคร พร้อมรายงานให้ทราบถึงความคืบหน้าของการก่อสร้างโดยสังเขป
หลังจากเหตุการณ์พายุ “แฮเรียต” ถล่มแหลมตะลุมพุก และภาคใต้จนนำความเสียหายมาสู่ภาคใต้ทั้งภาคอย่างรุนแรง เมื่อ พ.ศ.2505 หรือ 56 ปีเศษ ดังที่ผมสรุปไว้เมื่อวานนี้แล้ว