เชิญชวน “เวียนเทียน” ต้นไม้ ในวันพระใหญ่ “มาฆบูชา”

ผมขอหลบข่าวการเมืองเรื่องประท้วงเรื่องฟ้องร้องวุ่นวายขายปลาช่อนสไตล์ไทยๆ มาเขียนถึงเรื่องบุญเรื่องกุศลสัก 2–3 วันนะครับ

เพราะพรุ่งนี้จะเป็น “วันมาฆบูชา” วันพระใหญ่ที่สำคัญยิ่งของพุทธศาสนิกชนอยู่แล้วรอมร่อมาทำใจให้สงบและเตรียมตัวเข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรม หรือบำเพ็ญกุศลต่างๆ น่าจะดีกว่า

ดังที่ทราบแล้วว่าประเพณีที่สำคัญประการหนึ่งในช่วงวันพระใหญ่ของเราที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษปู่ย่าตายายก็คือ การ “เวียนเทียน” รำลึกถึงพระรัตนตรัยนั่นเอง

การเดินประนมมือถือดอกไม้ธูปเทียนสวดมนต์ไปรอบๆ พระอุโบสถนับเป็นประเพณีที่คนไทยปฏิบัติมาโดยตลอด และก็จะปฏิบัติต่อไปด้วยความเลื่อมใสในวัน “มาฆบูชา” 3 มีนาคม หรือวันพรุ่งนี้

แต่เนื่องจากในช่วงเวลาหลายๆ ปีมานี้ สภาวะแวดล้อมทั้งของโลกและของประเทศไทยเราเองตกอยู่ในห้วง “อันตราย” โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่รุนแรงขึ้นอย่างน่าวิตกจึงมีการรณรงค์มีการขอร้องขอความร่วมมือให้ช่วยกันลดการเผาโน่นเผานี่…

รวมไปถึงการจุดไฟโน่นนี่ในทางพิธีการ หากลดลงได้ก็จะเป็นการช่วยรักษาภาวะแวดล้อมของโลกได้อีกทางหนึ่งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง

ผมเพิ่งได้รับข่าวสารเชิงประชาสัมพันธ์จากกรุงเทพมหานคร เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาว กทม.ให้หันมาทำบุญวิถีใหม่แบบใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างอากาศสะอาดให้ แก่กรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองน่าอยู่ น่าอาศัยตามที่ตั้งความหวังไว้

โดยระบุข้อความไว้ตอนหนึ่งว่า ในวันที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็น วันมาฆบูชา ปีนี้ขอเชิญพี่น้องชาว กทม.มาเวียนเทียนด้วยต้นไม้กันให้มากขึ้น แบบ “แลนด์สไลด์” ได้ก็จะขอบพระคุณมาก

พร้อมกับแนบรายชื่อวัดต่างๆ ใน กทม.ที่จะมีพิธี เวียนเทียนด้วยต้นไม้ เคียงคู่ไปกับการเวียนเทียนทั่วไปแบบดั้งเดิม…

นับดูคร่าวๆ แล้วน่าจะเกิน 100 วัดแน่นอนนำโดยวัดคู่บ้านคู่เมืองหลายๆ วัด เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์, วัดสุทัศนเทพวราราม, วัดอรุณราชวราราม, วัดระฆังโฆสิตาราม, วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ฯลฯ

สำหรับรายชื่อวัดอื่นๆ ใน กทม.ที่จะมีพิธีเวียนเทียนด้วยต้นไม้ หรือกล้าไม้ด้วยนั้น โปรดสำรวจรายชื่อได้ที่ https://bit.ly/maka69 นะครับ…ใครอยู่ใกล้วัดไหนก็ไปที่วัดนั้นได้เลย

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ กทม.ยังให้รายละเอียดมาด้วยว่า ท่านใดที่มีกล้าไม้อยู่แล้วจะพกต้นไม้ส่วนตัวของท่านไปร่วมเวียนด้วย ก็สามารถทำได้โดยไม่ผิดกติกาใดๆ

แต่ถ้าไม่มีอะไรติดมือไปก็ไปรับกล้าไม้ได้ที่รอบๆ พระอุโบสถของวัดที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว จะมีการตั้งโต๊ะไว้แจกพรั่งพร้อมกล้าไม้ทั้งหมดได้รับความอนุเคราะห์จากหลายๆ ฝ่าย

ตั้งแต่ กทม.เอง, กรมป่าไม้, กรมอุทยานฯ, ภาคเอกชน, กลุ่มจิตอาสา ฯลฯ รวมทั้งจากเงินบริจาคของกองทุน “เจ้าภาพต้นไม้สร้างถิ่นรมณีย์” จาก มูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ ด้วยครับ!

ผมเห็นด้วยกับโครงการเวียนเทียนด้วยต้นไม้ และการเชิญชวนของ กทม.ดังกล่าวข้างต้น…ขออนุญาตนำมาลงเผยแพร่ต่อเพื่อเชิญชวนพี่น้องชาว กทม.ที่อาจจะยังไม่ทราบข่าวนี้อีกทางหนึ่งขณะเดียวกัน

ก็ถือโอกาสที่จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องชาวต่างจังหวัดทั่วประเทศให้ร่วมเวียนเทียนด้วยต้นไม้เท่าที่จะทำได้ด้วยนะครับ…

เพราะก็มีข่าวว่าได้มีการรณรงค์ในลักษณะเดียวกันนี้ไปแล้วทั่วประเทศผมต้องขอขอบคุณในความคิดริเริ่มขององค์กร หน่วยงาน และบุคคลต่างๆ ที่เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม และได้ร่วมกันคิดโครงการนี้ขึ้น

รวมทั้งนมัสการพระเดชพระคุณเจ้าทุกวัดที่มีเมตตาและเข้าใจในสถานการณ์ให้ความร่วมมืออย่างกว้างขวางทั่วประเทศนี่แหละครับที่ในทางโลกเขาเรียกว่า “การพัฒนาที่ยั่งยืน” พัฒนาไปด้วย ดูแลสิ่งแวดล้อมไปด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะยั่งยืนไปตราบกาลนานนั่นแล…สาธุ! สาธุ! สาธุ!

“ซูม”

พุทธศาสนิกชนร่วมเวียนเทียนด้วยต้นไม้ใน วันมาฆบูชา เพื่อลดมลพิษและสร้างอากาศสะอาดในกรุงเทพมหานคร