ให้กำลังใจ “ประเทศไทย” สู่ปี “ม้าทอง” คะนองฤทธิ์

วันนี้ (จันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569) นอกจากจะเป็น “วันความหวังแห่งชาติ” หรือ “วันหวยออก” แล้วยังเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในช่วง 3 วันของเทศกาลตรุษจีน

วันสำคัญวันแรกก็คือเมื่อวานนี้ (อาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569) คนจีนเรียกกันว่า “วันจ่าย” เพราะเป็นวันที่จะมีการออกไปจับจ่ายซื้ออาหารซื้อผลไม้ และของไหว้เพื่อเตรียมไว้สำหรับการไหว้เทพเจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แต่ละคนนับถือ

วันสำคัญวันที่สองได้แก่วันนี้ (16 กุมภาพันธ์ 2569) ซึ่งเป็น วันไหว้ จะมีการไหว้เจ้าไหว้บรรพบุรุษ และไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่เช้าเรื่อยมาจนถึงช่วงบ่ายๆ เที่ยงๆ…ไหว้เสร็จตกเย็นตกค่ำหลายๆ ครอบครัว หลายๆ กงสีมักจะมีงานเลี้ยง

โดยนำหมูเห็ดเป็ดไก่ที่เซ่นไหว้ก่อนหน้านี้มาเป็นอาหารหลักของงานเลี้ยง รวมทั้งจะมีการจ่าย แต๊ะเอีย กันด้วยจากนั้นก็จะเป็นวันที่สามซึ่งสำคัญที่สุด

เพราะเป็น “วันปีใหม่” ขึ้นสู่ศักราชใหม่ตามปฏิทินจีน…ชาวจีนมักนิยมออกเที่ยวหรือเดินทางไปเยี่ยมญาติมิตร เพื่อความเบิกบานสำราญใจ บางครั้งจึงเรียกว่า “วันเที่ยว”

แต่ขณะเดียวกันเนื่องจากเป็นช่วงเวลาของการย่างเข้าสู่ศกใหม่จึงถือว่าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ หรือเป็นวันมงคล…ชาวจีนก็จะพูดหรือกระทำแต่ในสิ่งที่เป็นมงคลเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยให้โชคดีในปีใหม่

และจะไม่พูดหรือกระทำใดๆ ที่เป็นเรื่องอัปมงคลอย่างเด็ดขาด ด้วยเกรงว่าจะเป็นโชคร้ายสำหรับปีที่จะมาถึงจึงเรียก

วันที่สาม ซึ่งสำคัญที่สุดนี้ว่า “วันถือ” จะต้องคิดดีพูดดี และทำดีให้ตลอดไปทั้งวันเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศและความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีน ผมก็ขออนุญาตท่านผู้อ่านเขียนเรื่องที่เป็นมงคลเท่านั้นสัก 2-3 วันนะครับ

ซึ่งแน่นอนจะไม่กล่าวเรื่องการเมืองแน่ๆ เพราะยังวุ่นวายกันอยู่หลายเรื่อง หยิบมาเขียนจะทำให้ “เสียความมงคล” ของประเทศไปซะเปล่าๆ…เขียนถึงตรุษจีนนี่แหละดีที่สุดครับ

ณ นาทีนี้ เราผ่านวันแรกคือวันจ่ายไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าผลจะออกมาอย่างไร ชาวไทยเชื้อสายจีนจะออกมาจับจ่ายใช้สอยมากแค่ไหน รวมทั้งนักท่องเที่ยวซึ่งจะเป็นชาวจีนส่วนใหญ่ด้วย และเริ่มทยอยเข้ามาประเทศไทยเราจำนวนมากแล้วจะออกมาจับจ่ายใช้สอยในการท่องเที่ยวมากน้อยเพียงใด?

ถ้าเราเชื่อตัวเลขการประมาณการของ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย…ก็ต้องเชื่อว่าตรุษจีนปีนี้จะคึกคักอย่างมาก…คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจสูงถึง 54,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 5 นับเป็นมูลค่าที่สูงสุดในรอบ 6 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2564 เป็นต้นมา

ในประเด็นนี้ผมต้องขอขอบคุณทุกๆ ห้างสรรพสินค้าในประเทศ ไทยเราที่ลงทุนลงรอนกันอย่างมหาศาล

เพื่อจะเนรมิตงานตรุษจีนในห้างเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจีนที่คาดว่าจะแห่กันมาบ้านเราอย่างล้นหลามในช่วงนี้ลงทุนกันห้างละหลายๆ ร้อยล้านบาทเพื่อหวังสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวจีนจนอยากจะกลับมาอีกครั้งในตรุษจีนปีหน้าหรือวันใดวันหนึ่งข้างหน้า

ผมไม่มีโอกาสตระเวนไปดูการเตรียมงานตามห้างต่างๆ เหมือนปีก่อนๆ เพราะเดินเหินไม่ค่อยสะดวก แต่เท่าที่ติดตามข่าวคราวผ่านสื่อทุกแขนงก็ทราบว่า ทุกๆ ห้างจัดงานได้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรมาก ขอเอาใจช่วยให้ประสบความสำเร็จโดยทั่วหน้ากันนะครับ

ล่าสุด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT แถลงว่าในช่วงตรุษจีนปีนี้ (ระหว่าง 13-22 ก.พ.) ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของเรา ได้แก่ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, แม่ฟ้าหลวง (เชียงราย), ภูเก็ต และหาดใหญ่

จะมีผู้โดยสารกว่า 4.11 ล้านคนเฉพาะจากจีนนั้น AOT คาดว่าผู้โดยสารทั้งสิ้นจะมีถึงเกือบ 680,000 คน เพิ่มขึ้น 8.1 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับตรุษจีนปีที่แล้ว

ครับ! ก็เป็นเรื่องดีๆ หรือข่าวดีๆ ที่ขออนุญาตนำมาเขียนถึงเพื่อเป็นมงคลในช่วงตรุษจีนปีนี้

เขียนเสร็จก็ขอร่วมไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่ทั่วไทยอีกแรงหนึ่ง ขอให้เศรษฐกิจของประเทศไทยในทุกๆ ด้านจงดีขึ้นแบบเฮงๆ ปังๆ ในปี “ม้าทองคะนองฤทธิ์” ที่กำลังควบมาถึงในวันพรุ่งนี้ด้วยเทอญ

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้นะครับประเทศไทย!

“ซูม”

บรรยากาศตรุษจีน 2569 วันไหว้และวันเที่ยวของชาวไทยเชื้อสายจีน พร้อมนักท่องเที่ยวจำนวนมากในเทศกาลปีใหม่จีน