ก็เป็นอันว่าเรียบร้อยโรงเรียนภูมิใจไทยไปแล้วนะครับ สำหรับผลการเลือกตั้งทั่วไป “2569” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่ง ณ นาทีที่ผมนั่งบันทึกเหตุการณ์อยู่นี้
ปรากฏว่า “พรรคภูมิใจไทย” ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล สามารถคว้าที่นั่งทั้งประเภท สส.เขต และบัญชีรายชื่อมาได้มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ถึง 193 ที่นั่ง
โดยมี พรรคประชาชน ตามมาเป็นที่ 2 รวม 118 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย เป็นที่ 3 รวม 74 ที่นั่ง และเหนือคาดหมาย พรรคกล้าธรรม เข้าที่ 4 ได้มา 58 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ 5 ได้ทั้งหมด 22 ที่นั่ง
ขออนุญาตเอ่ยถึงเฉพาะพรรคที่ได้คะแนนเป็นเลขเกิน 2 หลักขึ้นไปก็แล้วกัน…ส่วนที่เหลือได้ 6 ที่นั่งบ้าง 5 ที่นั่งบ้าง ไปจนถึง 1 ที่นั่งอีกหลายๆ พรรค คงต้องเรียนเชิญท่านผู้อ่านไปตรวจรายชื่อทั้งพรรคและตัวบุคคลกันเอาเอง เพื่อประหยัดเนื้อที่คอลัมน์เอาไว้
สรุปได้ว่า ณ นาทีนี้ พี่น้องประชาชนชาวไทยที่ไปใช้สิทธิใช้เสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้แสดงเจตนารมณ์ออกมาอย่างชัดเจนว่ามีความประสงค์จะให้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ คนปัจจุบัน ในฐานะแคนดิเดต นายกฯ หมายเลข 1 ของพรรค ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ คนต่อไป
ส่วนว่าท่านจะไปจับคู่กับพรรคใดบ้าง คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่บัดนี้ท่านให้สัมภาษณ์ว่าขอเวลาท่านคิดและปรึกษาหารือกรรมการบริหารพรรคของท่านอีกสักระยะหนึ่ง
และที่สำคัญนาทีนี้ กกต. ก็ยังไม่ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเลย จะทำอะไรล่วงหน้าเร็วเกินไปคงไม่เหมาะสมนักผมเห็นด้วยครับ ว่าท่านสมควรพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ
เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่า ณ ห้วงเวลานี้ประเทศไทยของเรากำลังเผชิญกับปัญหาที่หนักหน่วงอย่างยิ่ง หลายๆ ปัญหาด้วยกันหลักๆ เลยก็คือ ปัญหาด้านเศรษฐกิจที่เรากำลังเผชิญปัญหาความเจริญเติบโตตํ่ามากๆ, หนี้ครัวเรือนสูงมากๆ, การผลิตด้านอุตสาหกรรมชะลอตัว, ความสามารถในการแข่งขันลดลง ฯลฯ
จนสื่อชั้นนำของโลกตั้งฉายาให้เราว่า “คนป่วยแห่งเอเชีย” ดังที่ผมเขียนรายงานท่านผู้อ่านไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันเราก็ยังมีปัญหากับ “กัมพูชา” หอกข้างแคร่ ซึ่งแม้ทุกวันนี้จะอยู่ในภาวะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่ให้ไว้กับเพื่อนๆ ชาวอาเซียน แต่เขมรก็ยังมีอะไรฮึ่มๆ ส่ออาการว่า อาจจะเกิดปะทะรอบ 3 ขึ้นมาอีกได้ไม่เร็วก็ช้า
ซึ่งทั้ง 2 ปัญหาหลักนี่แหละที่นายกฯ อนุทินท่านโชว์ฟอร์มได้ดี ขณะเข้ารับตำแหน่งนายกฯ สมัยที่แล้ว โดยทางเศรษฐกิจท่านก็เชิญคนนอกที่เป็นคนเก่งคนดีมีฝีมือเข้ามาช่วยทำงานจนเป็นที่ประทับใจของประชาชน
ในขณะที่ปัญหาด้านปะทะกับเขมร ท่านก็สนับสนุนการดำเนินงานกองทัพไทยอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการต่อสู้ในเวทีโลก ผ่านนโยบายต่างประเทศ โดยท่านรัฐมนตรีต่างประเทศที่มีความสามารถสูง
นักวิเคราะห์หลายๆ ท่านจึงมีความเห็นสอดคล้องกันว่า เหตุที่คุณอนุทินและพรรคของท่านได้ชัยชนะท่วมท้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็เพราะประชาชนมีความประสงค์จะให้ท่านมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่อ
รวมทั้งมาเผชิญหน้ากับกัมพูชาต่อ หากฝ่ายโน้นยังคงมีความประสงค์จะหาเรื่องหาราวกับไทยเราต่อไปด้วยเหตุนี้ จึงถูกต้องแล้วที่จะให้เวลาท่านคิด และมองหาพรรคการเมืองที่จะมาช่วยท่านแก้ปัญหาต่างๆ ได้
โดยเฉพาะปัญหาใหญ่ที่สุดคือ ปัญหาเศรษฐกิจนั่นแหละแต่ผมก็เห็นด้วยกับภาคเอกชนเช่นกันว่า จะต้องรีบจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็ว อย่าปล่อยเวลายืดเยื้อมากนัก เพราะหลายๆ ปัญหาสุกงอมมากแล้ว…
จึงไม่ควรใช้เวลาจัดตั้งรัฐบาลที่เนิ่นนานจนเกินไปนักท่านจะแบ่งเค้กหรือเก้าอี้รัฐมนตรีให้พรรคร่วมหรือแม้แต่ในพรรคของท่านเองอย่างไรก็ว่าไปตามความเหมาะสม…
แต่เชื่อได้เลยว่า สำหรับกระทรวงหลักทางเศรษฐกิจและต่างประเทศหนีไม่พ้น 3 ทหารเสือ “คนนอก” อันได้แก่ ดร.เอกนิติ, คุณศุภจี และ ท่าน สีหศักดิ์ พันเปอร์เซ็นต์
ขอบคุณทั้ง 3 ท่านอีกครั้งที่ยอมเสียสละมาช่วยชาติบ้านเมืองและขอให้ช่วยต่อไปอย่างเข้มแข็งเพื่อเยียวยา “อาการป่วยไข้” ของประเทศไทยให้ฟื้นขึ้นมาให้จงได้ในที่สุด
สู้สู้นะครับทั้ง 3 “ว่าที่” รองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดต่อไปของเสี่ยอนุทิน!
“ซูม”

