“นักวิชาการ” จะว่ายังไง? หลัง “เพื่อไทย” เดินหน้า “แจก”

นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เป็นหนึ่งนโยบายหลักที่พรรคเพื่อไทยใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งมาโดยตลอด และยืนยันเสมอต้นเสมอปลายว่าจะแจกแน่นอนหากได้เป็นรัฐบาล

ดังนั้นเมื่อพรรคเพื่อไทยซึ่งแม้จะได้รับคะแนนเสียง สส.จากการเลือกตั้งเป็นอันดับ 2 แต่ก็มีโอกาสได้จัดตั้งรัฐบาลเข้าบริหารประเทศและได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าจะเดินหน้าแจกต่อไป

จึงมีนักวิชาการกลุ่มหนึ่งรวม 99 คน ออกแถลงการณ์คัดค้านนโยบายแจกเงินที่ว่านี้ ให้เหตุผลยาวเหยียดถึง 7 ข้อ ลงนามนำหน้าโดยอดีต 2 ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และนักวิชาการระดับอดีตคณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ หลายท่าน

ด้วยเหตุนี้แม้ผมเองซึ่งเคยเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์และเคยปฏิบัติงาน โดยใช้วิชาชีพเศรษฐศาสตร์มาอยู่ระยะหนึ่ง จะห่างเหินวงการห่างเหินข้อมูลความคิดและทฤษฎีต่างๆ มานานมาก จนความรู้ทั้งหลายแทบจะไม่เหลือติดสมองสักเท่าไรแล้ว

แต่ด้วยความเชื่อมั่นด้วยความศรัทธา เพราะเคยรู้มือรู้ความสามารถ รู้แนวความคิด ตลอดจนวิธีปฏิบัติของผู้ลงนามเกือบๆ ครึ่งหนึ่งของ 99 ท่าน…ผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อคัดค้านของนักวิชาการดังกล่าว

พร้อมกับนำมาเขียนเตือน…ติง…ผ่านคอลัมน์นี้หลายๆ ครั้ง

ประกอบกับผมไม่มั่นใจในนักเศรษฐศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งผมไม่ทราบว่าเป็นท่านใด และที่ผ่านมานโยบายใหญ่ๆ ด้านเศรษฐกิจของพรรคนี้ก็มักล้มเหลวมาตลอด

ทำให้ผมตัดสินใจที่จะเลือกข้างแสดงความเห็นด้วยกับนักวิชาการทั้ง 99 ท่าน ทันทีที่อ่านถ้อยแถลงจบลง

ผมจำได้ว่าเมื่อครั้งที่พรรคเพื่อไทยยังใช้ชื่อเก่า และคุณ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ ยุคแรกๆ เกิดความคิดที่จะทุ่มเงินก้อนใหญ่ ตั้ง “กองทุนหมู่บ้าน” ให้ครบทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ

ในฐานะคนที่เคยทำงานพัฒนาชนบทมาก่อน และทราบดีว่ารัฐบาล ในอดีตได้เคยตั้งกองทุนหมู่บ้านมาบ้างแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ มีการโกงกินกันแทบจะทุกหมู่บ้านที่เริ่มทดลอง

ผมก็เขียนเตือนผ่านคอลัมน์นี้ว่า ขอให้ระมัดระวัง ขอให้ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าทำรวดเดียวทั้งประเทศ

แต่คุณทักษิณก็ให้สัมภาษณ์ตอบข้อสังเกตของผมว่า ท่านมีวิธีการที่จะป้องกันการโกงกินในกองทุนต่างๆเอาไว้แล้ว

จากนั้นท่านก็ทำครบทุกหมู่บ้านทั่วประเทศตามที่ท่านตั้งเป้าหมายไว้…ทำให้ทุกวันนี้ก็ยังมีคำถามเกิดขึ้นว่า โครงการกองทุนหมู่บ้านเป็นอย่างไร? ประสบความสำเร็จแค่ไหน?

แต่ก็เอาเถอะ เมื่อไม่มีเสียงวิจารณ์มากนัก ผมก็อนุโลมว่าน่าจะประสบความสำเร็จอยู่บ้างกระมัง? แม้ลึกๆ ผมจะยังไม่ไว้เนื้อเชื่อใจก็ตาม

สำหรับโครงการที่ผมติงเอาไว้มากผ่านคอลัมน์นี้ก็คือ “โครงการจำนำข้าว” นั่นแหละครับ

ทั้งเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร และเรียนเตือนนายกฯยิ่งลักษณ์ด้วยวาจาในทุกโอกาสที่ได้พบท่าน ซึ่งก็อย่างที่ทราบ ไม่มีใครฟังคำเตือนเอาเสียเลย ทำให้โครงการจบลงอย่างน่าเศร้าใจ และสูญเสียทรัพยากรของชาติไปอย่างมากมายดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

มายุคนี้พรรคเพื่อไทยมีโครงการใหม่ และใช้เงินมากมาเสนออีกครั้ง อันได้แก่ โครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทดังกล่าว

มีการคัดค้านมีการแสดงความไม่เห็นด้วยจากนักวิชาการ แต่ก็มีข่าวว่านักธุรกิจบางกลุ่มแสดงความเห็นในเชิงบวกและเห็นด้วย

ล่าสุด ท่านนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน แถลงรายละเอียดแล้วว่าจะเดินหน้าต่อไป โดยมีกำหนดเกณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงไปหลายๆ ประการและลดเพดานรายได้ของผู้ที่จะมีสิทธิรับแจกลงมา

พร้อมทั้งเพิ่มโครงการกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในระยะยาวเอาไว้ด้วย ตามข้อเสนอแนะของสภาพัฒน์และแบงก์ชาติ

ผมเองโดยส่วนตัวก็ยังไม่เห็นด้วยกับการแจกเงินอยู่ดี และคงจะ หาโอกาสเขียนถึงในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า

แต่วันนี้ขอถามไปที่นักวิชาการทั้ง 99 ท่านเสียก่อนก็แล้วกันครับ…หลังจากปล่อยหมัดแรกมาคนละหมัด บัดนี้รัฐบาลท่านปล่อยหมัดสองเปรี้ยงออกมาแล้ว? ทั้ง 99 ท่านจะสวนกลับอย่างไรดีเอ่ย?

“ซูม”

นักวิชาการ, เพื่อไทย, เดินหน้า, แจก, นโยบาย, เงินดิจิทัล, 10,000 บาท, นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน, โครงการจำนำข้าว, ข่าว, ซูมซอกแซก, เศรษฐกิจ