“เดินหน้า” แต่อย่าประมาท โควิด “ทั่วโลก” ยังยืดเยื้อ

ตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา หลังจากประเทศไทยของเราประกาศปลดล็อกมาตรการป้องกันโควิด-19 และลงมือปฏิบัติไปแล้วนั้น ก็มีรายงานข่าวว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาบ้านเราพอสมควร

เมืองท่องเที่ยวอย่างเช่น ภูเก็ต พัทยา สมุย และเชียงใหม่ เริ่มคึกคักขึ้นทันตาเห็น

ใน กทม.ของเราเองตามศูนย์การค้าต่างๆ ก็เริ่มมีผู้คนหนาแน่นทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากอินเดียและตะวันออกกลาง

ผมแวะไปตระเวนมาบ้าง 2-3 ศูนย์การค้า ก็เห็นด้วยตาตนเองว่าแน่นจริงและคึกคักจริงดังที่ได้เขียนบอกกล่าวเล่าสิบแก่ท่านผู้อ่านไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

แต่เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 2 ก.ค. ผมอ่านเจอรายงานชิ้นหนึ่งของสำนักข่าว BBC ของอังกฤษก็ชักรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี จนอดไม่ได้ที่จะต้องนำมาขยายความต่อในวันนี้

สำนักข่าวบีบีซีระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนติดเชื้อโควิดใหม่ ในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นกว่าครึ่งล้านคน เมื่อเทียบกับการติดใหม่ของสัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยอ้างจากรายงานสำนักงานสถิติแห่งชาติที่แถลงออกมาล่าสุด

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้มาจากสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 ที่เป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์นั่นเอง

ในขณะที่โรงพยาบาลในอังกฤษก็มีการครองเตียงของผู้ป่วยโควิดประมาณ 9,000 คน เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับต้นเดือนมิถุนายน

จริงอยู่ตัวเลขนี้เมื่อเทียบกับช่วงพีกๆ เมื่อปี 2021 ซึ่งเคยสูงถึง 34,000 คนแล้ว นับว่ายังห่างกันเยอะ แต่ที่คุณหมอทั้งหลายจำเป็นต้องออกมาเตือนก็เพราะมันเคยลดไปมาก…แต่กลับหวนมาอีก อย่างมีนัยสำคัญ จึงจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังไว้บ้าง

จากนั้นรายงานของบีบีซีก็สรุปว่า เพื่อเป็นการเตรียมตัวและป้องกันไว้ล่วงหน้าเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขระดับสูงจึงออกมาขอให้ผู้ที่มีอายุเกิน 75 ปีขึ้นไป ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนใน 6 เดือนที่แล้ว รีบไปฉีดเข็มบูสต์โดยเร็วที่สุด

รวมทั้งเตือนประชาชนที่ปวดหัวตัวร้อนให้สวมหน้ากากอนามัยและแยกตัวออกห่างจากคนอื่นๆ โดยให้สงสัยไว้ก่อนว่ากำลังติดเชื้อ เพื่อมิให้การระบาดกลับมาปะทุอีกครั้ง

จริงๆ แล้วเขารายงานไว้ละเอียดกว่านี้ แต่ผมขอสรุปคร่าวๆ มาพอให้เห็นภาพว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นที่โน่นในขณะนี้เท่านั้น

เท่าที่ผมตรวจสอบกับสถิติของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ที่เขาติดตามเป็นประจำ พบว่าตัวเลขของ สหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้นจริงประมาณวันละ 2 หมื่น ถึง 3 หมื่นตลอด 10 วันที่ผ่านมา

ส่วนอัตราผู้เสียชีวิตอยู่ที่วันละ 80-90 ราย นานๆจะเกิน 100 ราย ถือว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อ

ในขณะที่ประเทศยุโรปอื่นๆ ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดสังเกต โดยเฉพาะ ฝรั่งเศส และ เยอรมนี กลับมาติดเชื้อใหม่วันละกว่า 100,000 ราย ติดต่อกันหลายๆวันในช่วงนี้ รวมทั้ง อิตาลี ก็ขึ้นมาเฉียดๆแสนหลายวันแล้ว ซึ่งก็คงจะเป็นสายพันธ์ุกลายพันธุ์ BA.4 กับ BA.5 เช่นกัน

แม้อัตราเสียชีวิตของยุโรปจะค่อนข้างต่ำติดเป็นแสนเสียชีวิตไม่ถึง 100 แต่การที่จำนวนคนไข้ที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลังๆ นี้ ก็ถือว่ายังประมาทไม่ได้อย่างแน่นอน

ของบ้านเราก็ยังติดใหม่วันละ 2,000 กว่าราย ซึ่งถ้าใช้ข้อสันนิษฐานของคุณหมอหลายๆ ท่าน ที่เป็นข่าววันก่อนว่าต้องคูณด้วย 10 ก็จะตกประมาณวันละ 20,000 กว่าๆ น้อยซะเมื่อไหร่ล่ะ

เพราะฉะนั้นที่มีรายงานว่าเราจะปรับให้เป็นโรคประจำถิ่น รักษาดูแลเหมือนโรคประจำถิ่นในต้นเดือนหรือกลางเดือนนี้ ผมก็ฝากให้พิจารณากันให้รอบคอบด้วย อย่าผลีผลาม อย่ารีบร้อนนะครับ

แม้ผมจะเห็นด้วยกับนโยบายเดินหน้า “ปลดล็อก” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจซึ่งหนักหนาสาหัสลงทุกขณะ จำเป็นต้องหาทางขยับตัวโดยเร็ว …แต่ดูจากข้อมูลที่เกิดขึ้นทั่วโลกและในบ้านเราเองก็อดห่วงขึ้นมาไม่ได้

การก้าวเดินด้วยความระมัดระวัง จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด…และก็ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยด้วย ล่าสุดมีข่าวว่าไปฉีดวัคซีนหนาแน่นมาก โดยเฉพาะที่ศูนย์ฉีดสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งยังจะเปิดฉีดแบบวอล์กอิน (ด้วยโมเดอร์นาซะด้วยนา) ตลอดเดือน ก.ค.นี้ ใครยังไม่ได้ฉีดหรือยังไม่ได้กระตุ้น…เชิญนะครับ.

“ซูม”

ข่าว, โควิด 19, ทั่วโลก, สถานการณ์, ซูมซอกแซก