มาตรการช่วยคนจนเฟส 2 ฟอร์มดีปัญหาอยู่ที่ “ปฏิบัติ”

ฮือฮาเป็นข่าวหัวยักษ์หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ กรณีคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณ 35,700 ล้านบาท เพื่อช่วยคนจนเฟส 2

แม้จะมิใช่ประเด็นใหม่ เพราะเจ้าของเรื่องคือ กระทรวงการคลังได้แพลมแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งผมก็ได้แสดงความคิดเห็นเอาไว้บ้างแล้ว

แต่เมื่อผ่านเป็นมติ ครม.ออกมาเช่นนี้ ก็ถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของจริงทั้งหมด และเตรียมตัวเดินหน้าไปสู่การปฏิบัติงานกันได้นับตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการ หนังสือพิมพ์ทุกฉบับจึงนำมาพาดหัวหน้า 1 กันอีกครั้ง

สำหรับรายละเอียดของมาตรการช่วยคนจนเฟส 2 ที่คลอดออกมานี้ก็มีทั้งส่วนที่แจกจ่ายกันตรงๆ เหมือนเดิม และส่วนที่เพิ่มขึ้นเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้คนจนรู้จักทำมาหากินเพิ่มรายได้แก่ตัวเอง

ทั้งนี้ ในการแจกแบบแรกที่เรียกกันว่าแจกแบบซานตาคลอสสำหรับการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อการเกษตร จากร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด…จะใช้เงินทั้งสิ้น 13,872 ล้านบาทเศษ

ในขณะที่ส่วนที่คิดเพิ่มเติมขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจน ซึ่งจะมีโครงการต่างๆ อีกหลายๆโครงการมารองรับนั้น รัฐบาลท่านอนุมัติเงินไว้ให้ 18,807 ล้านบาทเศษ ที่เหลืออีกประมาณ 2,999 ล้านบาท ตั้งเอาไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเพื่อการดำเนินการต่างๆ ในเฟสนี้

ดูตัวเลขละเอียดแยกย่อยอย่างนี้แล้วก็ถือว่ารับได้ เพราะอย่างน้อย เงินแจกตรงๆ แจกดื้อๆ ที่มีการเปรียบเทียบว่าเหมือนรัฐบาลแจกปลาให้คนไปกินทันทีนั้นก็ยังน้อยกว่าเงินในส่วนที่รัฐบาลจะไปสอนให้คนจนรู้จักตกปลาอยู่พอสมควร

ซึ่งในประเด็นนี้ผมได้แสดงความเห็นล่วงหน้าในทำนองเห็นด้วยไว้บ้างแล้ว ตั้งแต่ทราบข่าวว่าจะมีเฟส 2 ในลักษณะนี้

ขออนุญาตยืนยันซ้ำอีกทีก็แล้วกันว่า ผมยังเห็นด้วยเหมือนที่เคยเขียนล่วงหน้าไว้โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะครับ รวมทั้งยินดีลดความไม่พึงพอใจกรณีแจกอย่างเดียว (ที่ผมไม่เห็นด้วยมาตลอด เพราะผิดหลักการการพัฒนา โดยสิ้นเชิง) ลงครึ่งหนึ่ง

โดยจะทำใจกัดฟันยอมรับเสียว่า เงินแจกฟรีที่ว่านี้เป็นเสมือนสิ่งจูงใจ ดึงให้คนจนเข้ามารับการพัฒนาฝีมือ และเข้ามาสู่โครงการใช้บัตร เพื่อรับสวัสดิการจากรัฐ เพื่อเดินไปสู่การลดการใช้เงินสดในอนาคตอันเป็นอีก 1 นโยบายของรัฐบาลนี้

แต่ผมก็หวังไว้ว่ารัฐบาลจะแจกเงินตรงๆ เพียงเฟส 2 เท่านั้น แจกเฟสนี้แล้วก็จบโดยไม่มีเฟส 3 ต่อ หันมาเดินหน้าในส่วนของการสอนคนจนตกปลา หรือสอนให้เขารู้จักทำมาหากินด้วยตนเอง ตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่างๆ ยาวเหยียด ที่แถลงออกมาคราวนี้เถอะครับ ผมเห็นด้วยเต็มที่

นอกจากเห็นด้วย ผมยัง “ทึ่ง” มาก เมื่ออ่านข่าวพบว่า จะมีการตั้งทีมงาน “หมอประชารัฐสุขใจ” หรือทีม ปรจ.ในระดับอำเภอขึ้น 900 ทีม

เพื่อให้ทีมเหล่านี้ลงไปวิเคราะห์ กำหนดแผนที่ชีวิตและติดตามผู้มีบัตรคนจนทั้ง 11.4 ล้านคน โดยเน้นในกลุ่มมีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี ซึ่งอยู่ในวัยแรงงาน 5.3 ล้านราย ให้มาเข้าโครงการพัฒนาตนเอง มีกฎเกณฑ์มีวิธีปฏิบัติงานที่เป็นรายละเอียดยาวพอสมควร ผมคงไม่สามารถนำมาถ่ายทอดได้ในที่นี้

เอาเป็นสรุปสั้นๆว่า ผม “ทึ่ง” ก็แล้วกันครับ สำหรับวิธีการทำงานต่างๆ และขอเอาใจช่วยให้ประสบความสำเร็จ

พร้อมกับฝากข้อคิดซึ่งความจริงก็เคยฝากมาแล้ว ขออนุญาตนำมาฝากอีกครั้งว่า การทำงานที่ยากลำบากที่สุดจะอยู่ในเฟสนี้ และอยู่ในโครงการสอนวิธีตกปลานี่แหละครับ

ท่านจะเจอปัญหาทั้งจากหน่วยราชการที่จะไปบูรณาการนั่นแหละเป็นเบื้องต้น หรือแม้แต่จากตัวประชาชนคนยากจนนั้นเองก็อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

ขอให้อดทน อดกลั้น ใช้สติ ใช้ปัญญาสู้ๆ สู้ตายนะครับ ทุกๆ ท่านที่มีส่วนในการทำงานในเฟสนี้ โดยเฉพาะทีม ปรจ. “หมอประชารัฐสุขใจ” ที่จะไปกำหนดแผนที่ชีวิตให้แก่คนจน.

“ซูม”