“ปลด” 2 รัฐมนตรีช่วย! บทพิสูจน์ “รักแท้” 3 ป.

นึกว่าจะจบลงด้วยดี เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล รวมทั้งนายกรัฐมนตรีด้วยก็ผ่านไปได้เป็นอย่างดี เพราะทุกคน “สอบผ่าน” ได้ทั้งหมด

แม้นายกฯ จะได้คะแนนในเชิงไม่ไว้วางใจมากกว่าเพื่อน ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไร…ไม่น้อยใจ เพราะท่านใจใหญ่เท่ากำปั้น…เมื่อสอบผ่านจะได้คะแนนอย่างไรก็ถือว่าผ่าน

ขณะเดียวกัน ข่าวลือที่ว่ามีการขัดแย้งกันในพรรคสนับสนุนรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐที่ว่ามี “บางท่าน” คิดการใหญ่จะเลื่อยเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรี” ก็จบลงด้วยดี และคะแนนเสียงโหวตก็เป็นไปตามนั้น

เพราะการเข้าไปช่วยจัดการเคลียร์ให้ทุกสิ่งทุกอย่างโดย “บิ๊กป้อม” พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ออกมาการันตีว่าทุกอย่างเรียบร้อย

ที่ไหนได้อีก 2 วันต่อมากลับมีการปลดรัฐมนตรีช่วยที่สังกัดพรรคพลังประชารัฐถึง 2 ท่าน ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน

โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส ก็คือบุคคลที่มีชื่ออยู่ในข่าวลือว่าเป็นคนคิดการใหญ่จะเลื่อยขาเก้าอี้บิ๊กตู่นั่นเอง

แม้จะมีหลายๆ ความเห็นบอกว่าดีแล้ว เหมาะสมแล้ว เพราะหาก ผู้กองธรรมนัสคิดการใหญ่จริงก็สมควรที่จะถูกจัดการและอีกประการหนึ่งตัวผู้กองเองก็มีประวัติและเรื่องราวในหนหลังที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนต่างๆอยู่มาก

การปลดท่านอาจทำให้ภาพลักษณ์ของคณะรัฐมนตรีดูดีขึ้น

แต่ก็มีนักวิเคราะห์การเมืองหลายรายตั้งข้อสังเกตด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจไม่จบง่ายๆ และอาจมีผลกระทบโดยตรงไปถึงความสัมพันธ์อันแน่นเหนียวของพี่น้อง “3 ป.” อยู่พอสมควร

เป็นที่ทราบกันดีว่าพี่น้อง 3 ป. อันได้แก่ ป. “ประวิตร” ป. “อนุพงษ์ (บิ๊กป๊อก)” และ ป. “ประยุทธ์” นั้นรักใคร่กลมเกลียวอย่างยิ่งมายาวนาน เพราะผ่านการศึกการสงครามมาด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง

อาจจะต้องมาขุ่นข้องหมองใจกันเพราะการปลดรัฐมนตรีช่วยทั้ง 2 ท่านในครั้งนี้เสียละกระมัง?

เนื่องเพราะในหลักการบริหารบุคคลนั้นแต่ละหัวหน้าหน่วยงานต่างก็ต้องมีลูกน้องที่จะมาทำงานอยู่กับเราด้วยหลายคน…และก็เป็นกฎที่ว่าทุกๆ หัวหน้าจะต้องดูแลรับผิดชอบในตัวลูกน้องแต่ละคนตามฐานานุรูป

การที่จู่ๆ ก็มีคนที่มีอำนาจเหนือกว่ามาเล่นงานหรือจัดการกับลูกน้องของเรา โดยไม่บอกกล่าวเรา…หรือเราไม่รู้ตัวเลย…ในฐานะที่เป็นหัวหน้าเราย่อมรู้สึกไม่พอใจเป็นของธรรมดา

เคยมีตัวอย่างทั้งในบริษัทเอกชนใหญ่ๆ หรือในหน่วยราชการใหญ่ๆ มามากแล้วว่าการที่ผู้มีอำนาจเหนือกว่าลงไปเล่นงานลูกน้องในแผนกใดแผนกหนึ่งหรือกองใดกองหนึ่งโดยไม่บอกกล่าวหัวหน้าโดยตรงนั้น

ผลก็คือหัวหน้าโดยตรงถึงกับยื่นใบลาออก หรือไม่ก็แสดงการขัดขืน แสดงความไม่พอใจที่ผู้ใหญ่กว่าดำเนินการข้ามศีรษะ

ดังนั้นในกรณีของบิ๊กตู่ที่ปลดทั้ง 2 ท่าน ซึ่งถือว่าเป็นลูกน้องสายตรงคือสังกัดอยู่ในพรรคที่ “บิ๊กป้อม” เป็นหัวหน้า…และพิจารณาจากข่าวต่างๆ แล้วเหมือน “บิ๊กป้อม” จะไม่รู้เรื่องเอาเสียด้วย

จะเป็นผลให้บิ๊กป้อมรู้สึกโกรธอย่างถึงที่สุด ถึงขั้นมีการประท้วงหรือแสดงความไม่พอใจ หรือไม่คงจะต้องติดตามต่อไป

หากบิ๊กป้อมโกรธถึงขั้นตัดสินใจไม่ดูแลพรรคแล้วพรรคจะเป็นอย่างไร? พรรคจะแตกออกเป็นกี่เสี่ยง? บิ๊กตู่จะเข้าไปดูแลพรรคได้ไหม? หรือจะเหลือสมาชิกพรรคให้บิ๊กตู่ดูแลมากน้อยเท่าไร?

โอกาสที่ความวุ่นวายในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคหลักของรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้ทันที

แต่ถ้า “บิ๊กป้อม” ไม่โกรธ เห็นว่าเมื่อน้องเขามีอำนาจทำได้ เพื่อประโยชน์ต่อบ้านเมืองเราก็ต้องให้เขาทำ…ในขณะที่เราจะต้องทำใจยอมน้องมัน งานของชาติบ้านเมืองจะได้เดินต่อ

พรรคพลังประชารัฐก็คงจะอยู่ต่อไปหรือจะมีแตกออกไปก็ไม่มากคงจะอยู่สนับสนุนบิ๊กตู่ได้ต่อไปอีก

โบราณเขาว่าระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน พี่น้อง 3 ป. รักใคร่กันมานานมาก ถ้าไม่มีการปลดลูกน้องของพี่โดยไม่บอกพี่ก็เชื่อว่าทั้งคู่ยังจะรักกันต่อไป

แต่เมื่อปลดลูกน้องพี่ โดยไม่บอกพี่เช่นนี้ ยังจะรักกันอยู่อีกหรือไม่? ถ้ายังรักอยู่ก็คงต้องบอกว่านี่คือ “รักแท้” ที่ต้องปรบมือให้และต้องยอมรับว่าพี่น้อง 3 ป. เขามองตาก็รู้ใจเป็นหนึ่งเดียวกันจริงๆ.

“ซูม”

ข่าว, การเมือง, ปลด, รัฐมนตรี, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, ซูมซอกแซก