เป็นห่วง “กรรม” ระดับโลก จะบดบัง “บุญ” ประเทศไทย

เมื่อ 2-3 วันก่อนผมเขียนไว้ว่า โควิด-19 กำลังจะค่อยๆ ซาลงในประเทศไทย โอกาสที่เราจะค่อยๆ ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว เหมือนว่า “บุญ” ของประเทศไทย เริ่มจะกลับมาแล้ว

แต่ผมก็ยังอดเป็นห่วงมิได้ว่า “ดวง” ของประเทศไทยอาจจะยังไม่ดีเต็มที่นัก เพราะอาจเข้าทำนอง “บุญมี” แต่ “กรรมบัง” อย่างที่คนโบราณเคยเตือนเราไว้

ผมจึงขอร้องว่า หากจะมีกรรมมาบังจริงๆ ก็ขอให้เป็นกรรมเก่าแต่ชาติปางก่อน ที่เราไม่รู้ไม่เห็นและไม่ทราบว่าบรรพบุรุษของเราเคยสร้างอะไรไว้บ้าง หากจะมีผลสะท้อนมาถึงคนรุ่นเรา ก็ขอให้ทำใจ ยอมรับกรรมนั้นๆแต่โดยดีเถิด

ขออย่าได้สร้าง “กรรมใหม่” ขึ้นมาบดบังบุญของประเทศในครั้งนี้เลย

โดยเฉพาะกรรมจากการทะเลาะเบาะแว้งกันของเหล่านักการเมือง และการแตกแยกทางความคิดอย่างมากระหว่างคนรุ่นใหม่รุ่นเก่า รวมถึงประท้วงขับไล่บิ๊กตู่ แต่มักจะลงเอยด้วยความรุนแรง ทั้งพลุไฟตะไลเพลิงและกระสุนยางแถวๆ ดินแดงที่กลับมาใหม่อีกครั้ง

เมื่อวานนี้เอง ผมตามลูกๆ หลานๆ ไปดู ไดโนเสาร์ จำลองที่ศูนย์การค้า ไอคอนสยาม ริมฝั่งเจ้าพระยา พบว่า “บุญ” ของประเทศไทยเราน่าจะเกิดขึ้นแล้วไม่มากก็น้อย

เพราะผู้คนแน่นขนัดมาก พ่อแม่ผู้ปกครองแห่แหนกันพาเด็กๆ ไปดูไดโนเสาร์จนรถราติดขัดอย่างมาก…แถมในศูนย์การค้าผู้คนก็แน่นมาก ศูนย์อาหาร ห้องอาหารเต็มเอี้ยด โดยเฉพาะร้านอาหารดังๆ ถึงขนาดต้องเข้าคิวรอกันยาวเหยียด

แสดงว่า “สัญญาณดี” กำลังเกิดขึ้นอย่างแท้จริง เหมือนที่ผมเขียนรายงานไว้จากการไปทัวร์ศูนย์การค้าทางซีกสุขุมวิท เมื่อสัปดาห์ก่อน

ในระหว่างที่ผมอิ่มอกอิ่มใจว่า “บุญ” ของประเทศไทยกำลังจะกลับมานั้นเอง…ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าเรายังมี “กรรม” ที่จะเข้ามาบดบัง บุญของเราอยู่อีกประการหนึ่ง

เป็น “กรรม” ที่เราไม่ได้ก่อหรือหากก่อบ้างก็คงเล็กน้อย…เพราะผู้ที่ก่ออย่างแท้จริง ได้แก่ ประเทศดังๆ หลายประเทศทั่วโลกเสียมากกว่า

เริ่มจากปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาและประเทศร่ำรวยในยุโรป รวมทั้งประเทศกลางๆ และยากจนในทวีปอื่นๆ ก็หนีไม่พ้น

ต่อมาก็เกิดภาวะสงครามตามมาซ้ำเติม จากการที่รัสเซียบุกยูเครน ทำให้สหรัฐฯ และยุโรปต้องออกมาตอบโต้ทุกรูปแบบ รวมทั้งการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันที่สูงอยู่แล้วกลับสูงขึ้นไปอีก และเงินเฟ้อที่เฟ้ออยู่แล้วก็เฟ้อหนักขึ้นไปอีก

เมื่อวันศุกร์ที่แล้วนี้เอง ธนาคารกลางสหรัฐฯ เพิ่งประกาศใช้ยาแรง แก้ปัญหาเงินเฟ้อของประเทศเขา ที่พุ่งขึ้นมาสูงสุดในรอบ 41 ปี ด้วยการ ขึ้นดอกเบี้ยถึง 0.75 เปอร์เซ็นต์

วิธีนี้น่าจะหยุดเงินเฟ้อได้ระดับหนึ่ง แต่ก็จะต้องแลกด้วยการหดตัว ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการว่างงานของคนอเมริกันในจำนวนพอสมควร

ขณะเดียวกันการเหยียบเบรกโดยขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และตามมาด้วยยักษ์ใหญ่ใน ยุโรปอีกหลายประเทศ ที่ตั้งใจจะแก้ปัญหาเงินเฟ้อ ของตน ย่อมมีผลทำให้เศรษฐกิจโลกหดตัวลงเช่นกัน

แต่ก็ใช่ว่าจะแก้เงินเฟ้อได้ทั้งหมด เพราะสาเหตุสำคัญอีกสาเหตุหนึ่งมาจากสงครามและการบอยคอต ถ้าสงครามยังไม่ยุติและการบอยคอตยังไม่เลิกก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่า เงินเฟ้อของโลกจะลดได้รวดเร็วอย่างไร

ทั้งหมดนี้ก็คือ “กรรม” ที่ชาวโลกช่วยกันก่อขึ้นคนละมากบ้างน้อยบ้าง ที่จะมาบดบัง “บุญ” จากความฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทั้งโลก และแน่นอนรวมมาถึงบุญของประเทศไทยเราด้วย

เพราะโลกเราทุกวันนี้แคบเหลือเกิน ทุกประเทศทั่วโลกโยงถึงกันหมดทุกๆ ด้าน เมื่อเศรษฐกิจโลกถอยลง เศรษฐกิจไทยก็ย่อมจะถอยตาม หรือฟื้นขึ้นด้วยความลำบากยากเย็น

เพราะฉะนั้น ก็คงต้องวิงวอนขอร้องพวกเราชาวไทยด้วยกันอีกหน อย่างที่ว่า…ว่า ขณะนี้ “บุญ” ที่เรากำลังจะมีนั้น น่าจะโดน “บัง” โดยกรรมระดับโลกอยู่แล้ว

ขอพวกเราทั้งหลายอย่าก่อกรรมทำเข็ญกันมากไปกว่านี้เลย แค่นี้ประเทศไทยของคุณของผมและของเราทุกคน ไม่ว่าจะชู 1 นิ้ว 2 นิ้ว หรือ 3 นิ้ว ก็จะย่ำแย่เต็มทีอยู่แล้วละครับ.

“ซูม”

ข่าว, บุญ, กรรม, เงินเฟ้อ, สหรัฐอเมริกา, ดอกเบี้ย, ซูมซอกแซก