“ปาป้าบีชพัทยา” พิกัดใหม่ของคนชอบ “เช็กอิน”

ซอกแซกสัปดาห์นี้ยังคงอยู่ที่พัทยา เมืองท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกแห่งภาคตะวันออกของประเทศไทยเราที่เจอพิษโควิด-19 จนนักท่องเที่ยวหดหายแทบจะกลายเป็นเมืองร้างในขณะนี้

แต่จากโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ของรัฐบาลที่มีการจ่ายเงินค่าโรงแรม ค่าอาหาร ช่วยผ่อนแรงนักท่องเที่ยวไทย ดังที่ทราบกันอยู่แล้ว…ทำให้อย่างน้อยช่วงศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ยังพอมีนักท่องเที่ยวไทยแวะไปเยือนพัทยา คึกคักพอสมควร

พัทยา, เราเที่ยวด้วยกัน, ปาป้าบีชพัทยา, ซูมซอกแซก, ท่องเที่ยวไทย, ร้านกาแฟ, คาเฟ่

ช่วยต่อลมหายใจให้แก่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในเมืองพัทยาและใกล้เคียงได้อีกหลายเฮือก ระหว่างรอวันที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศจะกลับคืนมา

ทีมงานซอกแซกซึ่งตัดสินใจใช้บริการของรัฐบาล ขับรถไปนอนค้างมา 2 คืนและแวะเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมา 2-3 แห่ง

ชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการหลายๆ ราย ที่พยายามคิดค้นอะไรใหม่ๆ ที่เรียกว่า “ครีเอทีฟ” มาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือแต่งเติมของเก่าที่มีอยู่ จนเป็นที่โดนใจนักท่องเที่ยวไทยดังเช่น “มองช้างคาเฟ่” ที่เขียนไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สัปดาห์นี้เราไปต่อกันที่ร้านอาหารประเภทร้านกาแฟ ร้านเครื่องดื่มผสมผสานกับบรรดาของหวานแกล้มกาแฟ เช่น เค้กต่างๆ เป็นต้น…ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการใช้ “ความคิดสร้างสรรค์” ดึงดูดลูกค้าไปจนแน่นร้านเช่นกัน

ร้านนี้มิใช่จะมาเริ่มในตอนหลังโควิด-19 นะครับ จริงๆ แล้วเริ่มมานานพอสมควร น่าจะ 2 ปีหรือมากกว่านั้นด้วยซ้ำ

ได้แก่ “ปาป้าบีชพัทยา” หรือ Papa Beach Pattaya คาเฟ่ดังของย่าน นาจอมเทียน อ.สัตหีบ นั่นเอง

จากการจับจุดได้ว่าคนไทยยุคใหม่ชอบถ่ายรูปและชอบแชร์รูปสวยๆ…ผู้ก่อตั้งคาเฟ่แห่งนี้ จึงคิดตั้งแต่แรกที่จะตกแต่งพื้นที่รอบๆ คาเฟ่ ซึ่งก็อยู่ติดชายทะเลพอดิบพอดีให้เหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นที่ระลึกใน “ธีม” หรือแนวคิดต่างๆ

เริ่มด้วยการเนรมิตพื้นที่รวบๆ ให้คล้าย “บาหลี” แหล่งท่องเที่ยวดังของอินโดนีเซีย ด้วยการตกแต่งหลายๆ จุดให้ดูเป็นบาหลี เมื่อถ่ายภาพออกมาจะเหมือนกับไปบาหลี อย่างไรอย่างนั้น

จุดที่เตะตามากคือ “รังนกกระจอก” ขนาดยักษ์ ใช้ฟางใช้หวายมาทอจนเหมือนรังนกกระจอกมากๆ พร้อมกับมีที่นั่งให้เข้าไปนั่งถ่ายรูป

รวมทั้งม้านั่งสวยๆ สไตล์หวายบาหลีวางตั้งไว้ตามมุมตามจุดต่างๆ

แค่นี้ก็ชักโดนใจแฟนๆ แล้วครับ ทำให้มีการพูดถึงคาเฟ่ “ปาป้าบีช” และแชร์ภาพที่ถ่ายจากที่นี่ในกลุ่มนักเสพโซเชียลทั้งหลายจนเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งมาฮิตระเบิด เมื่อออกแบบสร้างสรรค์อีกระลอกจัดสถานที่ถ่ายภาพในธีม “โลกใต้ทะเล” หรือ “Under the Sea” เพื่อ ให้คนชอบถ่ายรูปไปนั่งถ่ายรูปในจุดที่สร้างขึ้นใหม่แล้ว จะดูเหมือนว่าตัวเองเป็น นางเงือก บ้าง เป็นเทพธิดาใน “หอยไข่มุก” บ้าง ฯลฯ

แถมทาสีให้ออกโทนสีชมพูแบบหวานๆ ซึ้งๆ เอาใจสุภาพสตรีและเด็กๆ โดยเฉพาะ ทำให้แฟนๆจากทั่วสารทิศแห่กันไปถ่ายรูปที่นี่จนได้ฉายาว่า “วิวหลักล้าน” ในเวลาไม่นานนัก

มีการเตรียมเนื้อเตรียมตัวล่วงหน้าด้วยการแต่งชุดสวยๆมาเข้ากล้องกันเลยทีเดียว มีทั้งชุดราตรียาว ราตรีสั้น สลับกันมาเรื่อยๆ

บ้างก็ใส่กระเป๋ามาก่อนค่อยมาเปลี่ยนในห้องน้ำของคาเฟ่ แต่ก็มีไม่น้อยที่แต่งชุดสวยลงจากรถมาเลย

มาไกลๆ จากเชียงใหม่ เพชรบูรณ์ ลพบุรี หรือข้ามมาจากภาคตะวันตกกาญจนบุรีก็มี (ดูจากทะเบียนรถที่จอดน่ะครับ)

ด้วยเหตุที่ธีมชุด “โลกใต้ทะเล” สีชมพู ฮิตมากนี่เอง ทำให้ทางคาเฟ่หันกลับมาเอาใจแฟนๆ โดยการจัดธีมชุด “Under the Sea 2” อีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม เป็นต้นมา

ถามว่าตอนจะเข้าไปถ่ายรูปกับฉากสวยๆ งามๆ ต่างๆ เนี่ย ต้องเสียเงินไหม? คำตอบก็คือฟรีครับ ไม่ต้องเสียอะไรเลย

อ้าว! แล้วร้านจะอยู่ได้ยังไงล่ะ? ก็อยู่ได้จากการขายอาหารคาวหวานต่างๆ นั่นแหละ เขากำหนดเป็นเงื่อนไขว่า ใครก็ตามที่จะไปเป็นนางแบบถ่ายรูปจะต้องโชว์ใบเสร็จว่าได้สั่งอาหารแล้ว…อาหารอะไรก็ได้หนึ่งจานหรือ 2 จานก็ได้ ขออย่าเป็นแค่ “น้ำดื่ม” เท่านั้นเอง

เขาจะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดคิวให้เข้าไปถ่ายเมื่อนายแบบนางแบบทั้งหลายๆ โชว์ใบเสร็จในแต่ละจุดเรียบร้อย

ถามต่อว่าอาหารแพงไหม? มีการชาร์จอะไรโหดๆ หรือเปล่า?

ตอบได้เลยว่าเป็นราคาที่จะบอกว่าถูกก็คงไม่ถูก แต่ก็ไม่ใช่ราคาที่แพงจนถึงขั้นขูดเลือดซิบๆ…ทีมงานซอกแซกสั่งมา 3-4 อย่างมีพวกแฮมเบอร์เกอร์บ้าง เฟรนช์ฟรายส์บ้าง ไอศกรีมบ้าง ราคาก็พอๆกับตามร้านกาแฟ หรือคาเฟ่ยุคใหม่นั่นแหละ

สำหรับรสชาติอาหารนั้นอาจเพราะทีมงานซอกแซกไปช่วงเย็นๆ ชักหิวแล้ว ก็ถือว่ารสชาติพอรับประทานได้ ประกอบกับเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วว่า จะมาที่นี่เพื่อให้สมาชิกทีมงานรุ่นจิ๋วถ่ายรูปเท่านั้น เรา (ผู้ใหญ่) จึงมิได้ให้ น้ำหนักกับรสชาติของอาหารมากนัก

เราอยู่ที่นี่เกือบครึ่งชั่วโมง ให้ทีมงานรุ่นจิ๋วถ่ายภาพแปลงร่างเป็นนางเงือก หรือ “เมอร์เมด” จนจุใจค่อยยกทัพกลับ ซึ่งก็สวนทางกับผู้ที่กำลังจะมาเป็น “นางเงือก” อีกหลายๆ สิบคน

ครับ! ก็เป็นอีกตัวอย่างของการใช้ความคิดทันสมัย และสามารถนำความสนใจของคนไทยยุคใหม่มาแปลเป็นธุรกิจจนประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง

ขอแสดงความยินดีกับ Papa Beach Pattaya ตำบลนาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20250 ที่ชนะใจคนไทย (โดยเฉพาะสาวๆ และเด็กๆ) ดังเรื่องราวที่รายงานมาทั้งหมดนี้

ใครยังอยากจะเป็น “นางเงือก” ก็เชิญนะครับ ชุด Under the Sea 2 จะมีถึง 31 มกราคม 2564…แต่ก็ไม่แน่หรอก ถ้ายังมีคนอยากเป็น “นางเงือก” มากๆ เขาอาจต่อไปจน ถึงตรุษจีน วาเลนไทน์ หรือสงกรานต์ โน่นเลย.

“ซูม”