สุดปลื้มน้ำใจคนไทย ร่วมโครงการ “Saveเรา Saveหมอ” เฟส 2-3

ทยา ทีปสุวรรณ สุดปลื้มน้ำใจคนไทย ร่วมโครงการ Saveเรา Saveหมอ เฟส 2-3 ล้นหลาม ร่วมจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ ผ่านการประมูลภาพวาดสุดพิเศษของศิลปินชื่อดัง ขณะที่องค์กรชั้นนำ และบุคคลต่างๆ ร่วมบริจาคเงินจัดทำ “Hero’s Bag…ถุงนี้เพื่อหมอส่งมอบโรงพยาบาล ให้กำลังใจทีมแพทย์ พยาบาล ด่านหน้าในการต่อสู้ไวรัสโควิด-19 (COVID-19) 

ทยา ทีปสุวรรณ ภรรยา ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เดินหน้าโปรเจ็กต์ Saveเรา Saveหมอ โครงการ 2 และโครงการ 3 สานต่อโครงการ 1 ทีประสบความสำเร็จอย่างดงาม จากพลังของจิตอาสาของคนไทย ร่วมกันผลิตหน้ากากผ้าแบบได้มาตรฐานสามารถกรองฝุ่นและป้องกันเชื้อไวรัสได้ นำไปแจกจ่ายให้กับกลุ่มเสี่ยงอย่างวินมอเตอร์ไซค์ คนขับแท็กซี่ และพนักงานเก็บขยะ รวมถึงบุคคลทั่วไป

สำหรับโปรเจ็กต์ Saveเรา Saveหมอ โครงการ 2 เป็นการระดมทุนเพื่อจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ รวมถึงอุปกรณ์ในการป้องกันการติดเชื้อให้แก่ทีมแพทย์ โดยได้เชิญชวนนักวาดภาพประกอบชื่อดังมาร่วมกันสร้างสรรค์งานศิลปะชิ้นพิเศษขึ้นเพื่อประมูลหารายได้ทั้งหมด 3 ภาพ ภาพแรกเป็นผลงานภาพโคคูนแปลงเป็นหมอของ ครูปาน-สมนึก คลังนอก ที่วาดขึ้นเพื่อโปรเจ็กต์นี้โดยเฉพาะ ส่วนอีกสองภาพเป็นภาพของ ครูโต-ม.ล.จิราธร จิรประวัติ ที่คัดผลงานมาเพื่อร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ผลงานทั้งสามภาพต่างได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประมูล รวมมูลค่าการประมูลทั้งสิ้น 165,000 บาท ได้นำไปจัดซื้อชุด PPE และ Face Shield จำนวน 200 ชิ้น มอบแก่โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ โปรเจ็กต์ Saveเรา Saveหมอ โครงการ 2 ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำผลงานของนักวาดภาพประกอบท่านอื่นๆ เช่น สองพี่น้อง ภัทรีดาและนวลตอง ประสานทอง, เพียว โลกุตรา และนักวาดภาพสมัครเล่นหลายท่าน ที่วาดรูปเข้ามาเพื่อให้กำลังใจทีมบุคลากรทางการแพทย์ จะทยอยนำภาพเหล่านี้ จัดทำเป็นลวดลายเพื่อผลิตของที่ระลึก ทั้งกระเป๋า หน้ากากผ้า หาทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ รวมถึงอุปกรณ์ในการป้องกันการติดเชื้อให้แก่ทีมแพทย์โรงพยาบาลอื่นๆ ต่อไป

ส่วนโปรเจ็กต์ Saveเรา Saveหมอ โครงการ 3 เป็นการจัดทำ “Hero’s Bag…ถุงนี้เพื่อหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์เพื่อช่วยลดภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์ รวบรวมของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน มีดโกนและครีมโกนหนวด ช้อนส้อม Tumbler หมอนหรือหมอนผ้าห่ม ผ้าขนหนูเช็ดหน้า เจลล้างมือ ครีมอาบน้ำ แชมพู Energy bar และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เป็นต้น โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กร และบุคคลร่วมบริจาค เช่น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน), โรงแรมอินเตอร์คอนติเน็นตอล, บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เป็นต้น จัดเป็นชุดลงในถุงผ้าเพื่อนำไปมอบให้ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการรับมือกับไวรัสโควิด-19 ตั้งเป้า 500 ชุด 20 โรงพยาบาล โดยได้ส่งมอบให้กับ 4 โรงพยาบาลแรกแล้วเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้แก่ โรงพยาบาลสันกำแพง จ.เชียงใหม่, สถาบันบำราศนราดูร จ. กรุงเทพฯ , โรงพยาบาลห้วยยอด จ.ตรัง และโรงพยาบาลกงหรา จ.พัทลุง

“เพราะไม่รู้ว่าไวรัสโควิด-19 จะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน จึงต้องเดินหน้าคิดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และแน่นอนว่าโครงการต่างๆ จะไม่หยุดอยู่แค่นี้ มาสู้ไปด้วยกันนะคะ” ทยา ทีปสุวรรณ กล่าว

สำหรับโครงการ Saveเรา Saveหมอ เริ่มต้นจากการเชิญชวนให้คนไทยมาร่วมเป็นจิตอาสาช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐ โดยผลิตหน้ากากผ้าเพื่อนำไปแจกจ่ายให้บุคคลทั่วไป ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม นำไปแจกจ่ายให้กับกลุ่มเสี่ยงต่างๆ เกือบ 5,000 ชิ้น ทะลุเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมเชิญชวนให้โรงงานและภาคธุรกิจต่างๆ รวมถึงจิตอาสาที่มีจักรเย็บผ้าจัดทำหน้ากากอนามัยในพื้นที่ของตน ส่งมาร่วมโครงการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

“ที่ทำให้ภูมิใจและอิ่มเอมใจมากกว่านั้นคือ การได้เห็นรอยยิ้มของทั้งผู้ให้และผู้รับ ซึ่งทำให้รู้ว่าคนไทยพร้อมที่จะสู้ไปด้วยกัน เมื่อ Saveเรา Saveหมอ โครงการ 1 สำเร็จตามที่ตั้งใจ ก็ตระหนักว่าสิ่งสำคัญที่สุด คือการให้กำลังใจทีมแพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นด่านหน้าดูแลผู้ป่วยเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด 19 ให้แก่ประชาชนคนไทยทุกคน จึงเดินหน้าสานต่อโปรเจ็กต์นี้อย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินงานโปรเจ็กต์ Saveเรา Saveหมอ โครงการ 2 และโครงการ 3 ต่อทันที”

ผู้สนใจสามารถติดตามโปรเจ็กต์ Saveเรา Saveหมอ ได้ทางเฟซบุ๊กเพจ Taya Teepsuwan
หรือแฮชแท็ก #saveเราsaveหมอ

นอกจากนี้ ยังสามารถสมทบทุนเพื่อจัดหาและผลิตอุปกรณ์ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ได้ที่บัญชี “Saveเรา Saveหมอ” ธนาคารกรุงเทพ สาขาเอ็มบาสซี เลขที่บัญชี 009-8-06925-5 หรือหากสนใจร่วมบริจาคของเพื่อบรรจุลงใน “Hero’s Bag…ถุงนี้เพื่อหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์” สามารถติดต่อผ่านทาง Inbox เฟซบุ๊กเพจ Taya Teepsuwan ได้เช่นกัน #คนไทยไม่ทิ้งกัน #ฝ่าวิกฤติด้วยพลังบวก