Apple เปิดตัว iPhone SE (รุ่นที่ 2) สเปคดี ราคาย่อมเยา

Apple เปิดตัว iPhone SE (รุ่นที่ 2) หรือ iPhone 8 เวอร์ชั่นอัพเกรดสเปค ที่มาพร้อมชิป A13 Bionic และ Touch ID โดยเปิดขาย 3 สี คือ สีขาว, ดำ และแดง (PRODUCT)RED โดยราคาเริ่มต้นที่ 14,900 บาท

ถึงแม้โดยรวมแล้ว iPhone SE รูปร่างหน้าตาจะเหมือนกับ iPhone 8 แต่เปิดราคามาถูกกว่า iPhone 8 เมื่อปี 2018 ที่เปิดราคาเริ่มต้นที่ 28,500 บาท และมาพร้อมกับสเปคที่อัพเกรดกว่าตอน iPhone 8 คือ หน้าจอ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว, ความจุ 64GB 128GB 256GB, ชิป A13 Bionic ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับที่ใช้ใน iPhone 11และ 11 Pro, กล้องหลัง 1 ตัวความละเอียด 12MP, กล้องหน้าและกล้องหลังถ่าย Portrait ได้, บันทึกเสียง Stereo, Wi-Fi 6 และ LTE ระดับ Gigabit, รองรับซิมคู่ ประกอบไปด้วย Nano SIM และ eSIM, มี 3 สีให้เลือกคือ สีขาว, ดำ, แดง (PRODUCT)RED

แต่ที่น่าเสียดายคือ iPhone SE ไม่มี Night Mode (โหมดกลางคืน) เหมือน iPhone 11, iPhone 11 Pro, ไม่รองรับ 5G, ไม่มี 3D Touch, ในกล่องมาพร้อมอะแดปเตอร์ 5W (เท่านั้น)

สำหรับราคาเปิดขาย iPhone SE มีดังนี้

  • iPhone SE 64GB – ราคา 14,900 บาท
  • iPhone SE 128GB – ราคา 16,900 บาท
  • iPhone SE 256GB – ราคา 20,900 บาท

และหลังจากที่ Apple เปิดตัว iPhone SE ก็ได้เลิกขาย iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ทั้งนี้ทั้งนั้น Apple ยังไม่ได้ระบุวันเปิดขาย iPhone SE ในประเทศไทย