ฝ่าคลื่นมนุษย์ที่คิง เพาเวอร์ นักท่องเที่ยวจีนกลับมาแล้ว?

ผมไม่มีข้อมูลล่าสุดอยู่ในมือ และไม่มีเวลาพอที่จะค้นหาได้ขณะเขียนต้นฉบับวันนี้ จึงไม่ทราบว่าสถานการณ์ด้านท่องเที่ยวล่าสุดของเราเป็นอย่างไร? นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากหรือน้อยอย่างไร? เทียบกับปีก่อนๆ จะเป็นอย่างไรบ้าง?

แต่จากความทรงจำเท่าที่เคยอ่านข่าวและบทวิเคราะห์เมื่อตอนผ่านไตรมาสที่ 3 ดูเหมือนสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในกรณีนักท่องเที่ยวต่างประเทศจะยังฝืดๆ อยู่

หลายๆ สถาบันที่วิเคราะห์เรื่องนี้บอกให้จับตาดูไตรมาสสุดท้ายระหว่างตุลาคม-พฤศจิกายน ไปจนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งควรจะเป็นช่วงสูงสุดของการท่องเที่ยว

ถ้ายังซึมๆ อยู่หรือกระเตื้องขึ้นไม่มากนัก รายได้จากการท่องเที่ยวแม้อาจไม่ลดลง แต่ก็จะเพิ่มขึ้นไม่มากและน่าจะไม่เป็นไปตามเป้า

เผอิญชีวิตประจำวันของผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่างอ้อมๆอยู่บ้าง เพราะผมชอบที่จะเดินทางกลับบ้านตอนค่ำๆ ด้วยการโดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์สายพญาไท-สุวรรณภูมิดังที่เคยเขียนเล่าไว้บ้างแล้ว

การนั่งรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ทุกวันทำให้พอประมาณการได้อย่างคร่าวๆ ว่าในแต่ละวันแต่ละสัปดาห์มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาบ้านเรามากหรือน้อยเพียงใด

ถ้าผู้โดยสารโหรงเหรง หรือมีแต่คนไทยโหนกันเอง ไม่ค่อยมีจีน ฝรั่ง หรืออินเดียก็แปลว่านักท่องเที่ยวเข้ามาน้อย แต่ถ้าช่วงไหนเบียดเสียด ยัดเยียดได้ยินเสียงล้งเล้ง หรือเสียงพูดจาด้วยภาษาที่เราฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็แสดงว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากแน่นอน

ด้วยการสังเกตแบบนี้ ผมมีความรู้สึกว่าตลอดเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จนถึงสัปดาห์ที่แล้ว ผมว่านักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะเหมือนกันแฮะ

เที่ยวหัวค่ำแน่นมาก และจะเป็นนักท่องเที่ยวเสียครึ่งหนึ่ง คนไทยอีกครึ่งหนึ่งเบียดเสียดกันเหมือนปลากระป๋อง ตั้งแต่พญาไทไปจนถึงสถานีรามคำแหงจึงค่อยเบาลง

นี่คือข้อมูลจากชีวิตประจำวันของผม ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงปลายปีน่าจะดีขึ้น แม้ค่าเงินบาทจะยังแข็งโป๊กอยู่ก็ตาม

แต่ที่ผมตกตะลึง ขออนุญาตใช้คำว่า “ตกตะลึง” เพราะคาดไม่ถึงจริงๆ เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันอาทิตย์นี่เองครับ

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าผมและครอบครัวได้รับบัตรอภินันทนาการจากคุณ ระวิ โหลทอง เจ้าพ่อ สยามสปอร์ต ให้ไปรับประทานอาหารค่ำที่ห้องอาหาร “รามายาณะ” ซึ่งตั้งอยู่ที่ คิง เพาเวอร์ ศรีวารี ถนนศรีวารีน้อย อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มาจำนวนหนึ่ง

เข้าใจว่าคงเป็นบัตรที่เจ้าพ่อสยามสปอร์ตได้มาจากคิง เพาเวอร์นั่นเอง เพื่อนคงรับประทานไม่หมด จึงแบ่งมาให้ผมไปช่วยรับประทานบ้าง

เพื่อฉลองศรัทธาคุณระวิ เราก็ขับรถดั้นด้นจากบ้านเราไปเกือบ 40 นาที เพราะถนนศรีวารีน้อย ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลีนั้น อยู่ไกลมาก ต้องไปเข้าถนน บางนา-ตราด แล้วขับไปเรื่อยๆ จนเลย มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ จากนั้นค่อยเลี้ยวซ้ายไปอีกพักใหญ่

พอผมและครอบครัวเดินเข้าไปใน คิง เพาเวอร์ ศรีวารี เท่านั้น ถึงกับตกตะลึงยืนงงอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อพบว่าภายในตัวอาคารอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ แน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยวจีนได้ยินเสียงจ๊อกแจ๊กเหมือนอยู่ในรังนกกระจอกขนาดใหญ่

ตลอดเส้นทางที่พวกเราเดินจากประตูหน้าไปห้องอาหาร ประมาณ 200 ถึง 300 เมตร จะมีแต่นักท่องเที่ยวจีนเต็มไปหมด

ที่ซื้อของในห้องโถงก็ซื้อไป ที่ซื้อแล้วเตรียมตัวกลับก็ออกไปนั่งรออยู่ที่ระเบียงยาวด้านนอกเต็มพรืด รวมทั้งในภัตตาคาร “รามายาณะ” ที่มีขนาดบรรจุได้ 300-500 คน ก็แน่นไปหมดทุกโต๊ะ

โชคดีที่ห้องสำหรับให้บริการคนไทยเป็นห้องเล็กๆ ที่แยกต่างหากก็เลยรอดตัวไป ไม่ต้องไปทำสงครามแย่งอาหารกับนักท่องเที่ยวจีน ไม่ต่ำกว่า 400 คนที่เข้ามาในรอบเดียวกับผม

ถ้าวัดจากคิง เพาเวอร์ ศรีวารี ก็คงสรุปได้ว่า ทัวร์จีนกลับมาแล้ว และบรรยากาศเกือบจะเหมือนเดิมแล้ว

ไม่ทราบว่าที่อื่นจะเป็นอย่างไร? แน่นแบบนี้ไหม? ถ้าแน่นเราจะได้ตะโกนอย่างเต็มปากว่าไชโย นักท่องเที่ยวจีนกลับมาแล้ว หวังว่านักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ จะกลับมาด้วย

ผมภาวนาให้แน่นในทุกๆ สถานที่ท่องเที่ยวนะครับ และหวังว่าธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงปลายปีคงจะเป็นไปตามเป้าทุกประการ.

“ซูม”