อาร์เจนตินาฟ้าเหลือง!

ผ่านไปอีก 1 วัน เป็นวันที่ 8 แล้วละครับ สำหรับฟุตบอล โลก 2018 ที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ และก็เป็นวันแห่งการพลิกล็อกช็อกโลกสนั่นหวั่นไหวอีกตามเคย เมื่อค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน

“ใครช็อก? ใครพลิก? ใครหัวเราะ? ใครร้องไห้? เราค่อยๆ ตามดูไปทีละคู่กันเลยครับ

credit : https://twitter.com/fifaworldcup

2 คู่แรกว่ากันสั้นๆ เพราะเหตุการณ์เป็นไปตามปกติ เริ่มจาก เดนมาร์ก เสมอ จิงโจ้ ออสเตรเลีย ไป 1-1 ในกลุ่มซี ทำให้นักเตะโคนมมี 4 แต้ม ยังไม่พอที่จะเข้ารอบ ต้องไปลุ้นการแข่งขันเกมสุดท้าย

ส่วนจิงโจ้ก็ยังไม่ตายสนิทได้ 1 แต้มอยู่ในมือ ถ้าเกมท้ายชนะ เปรู เยอะๆ และ เดนมาร์ก แพ้ฝรั่งเศสเยอะๆ นักเตะออสเตรเลียก็มีโอกาสจะได้เข้ารอบเช่นกัน

credit : https://twitter.com/fifaworldcup

สำหรับคู่สองในกลุ่มเดียวกัน ฝรั่งเศส เอาชนะเปรู ไปตามฟอร์ม 1-0 ชนะมาก ชนะน้อย ก็ถือว่าชนะได้ 3 แต้มเท่ากัน

อะไรไม่อะไรอีก 3 แต้มที่ได้ ทำให้นักเตะตราไก่ ขยับปีกเข้ารอบ 2 อย่างแน่นอนแล้ว ในขณะที่ เปรู ก็ตกรอบ เตรียมตัวกลับบ้านแน่นอนเช่นกัน

ทีนี้ก็มาถึงคู่ที่ 3 ประจำคืน ซึ่งเป็นคู่เอกและเป็นคู่ที่เราจะต้องใช้เนื้อที่เยอะหน่อยสำหรับการบรรยาย เพราะเป็นคู่ช็อกโลก! ช็อกกูรู! และพลิกล็อกถล่มทลายอย่างไม่มีใครคาดฝันว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้และด้วยสกอร์ขนาดนี้

credit : https://twitter.com/fifaworldcup

เป็นคู่ของกลุ่มดีครับ ระหว่าง อาร์เจนตินาฟ้าขาว 1 ในทีมเต็งแถวหน้า กับ โครเอเชีย ทีมที่กูรูวางไว้ระดับกลางๆ

เลขที่ออก โครเอเชีย 3 อาร์เจนตินา 0 นี่ถ้าไม่เห็นกะตาตัวเอง เพราะดูตั้งแต่ต้นจนจบ คงไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีผลและสกอร์แบบนี้เกิดขึ้น

นักเตะตาหมากรุกโครเอเชีย เล่นได้ดีมาก วางแผนมาดีมาก ตั้งรับได้อย่างสวยงามมากตลอดครึ่งแรกแน่นปึ้กไม่มีอะไรบกพร่องให้เห็นเลย

ครึ่งแรกจบลงที่ 0-0 และเห็นได้ชัดว่า นักเตะ อาร์เจนตินาหลายคนเริ่มออกอาการหงุดหงิดที่ไม่สามารถทำอะไรโครเอเชียได้มากนัก

เริ่มครึ่งหลังผ่านไป 5-6 นาที ทุกอย่างก็ทำท่าจะเหมือนเดิม อาร์เจนตินาบุกไม่ขึ้น เจาะไม่เข้า แม้จะใช้ความพยายามมากขึ้นอีก

credit : https://twitter.com/fifaworldcup

แต่แล้วในนาที 53 หรือผ่านไปเพียง 8 นาที ของครึ่งหลังนั้นเอง ลางร้ายของทีมฟ้าขาวก็เกิดขึ้น

วิลลี กาบาเยโร นายทวารอาร์เจนตินา ชิปลูกให้เพื่อนร่วมทีม แต่เกิดพลาดไปเข้าหน้าเท้าของ อันเต เรบิช ของโครแอตโดยมิได้ตั้งใจ

เรบิชวอลเลย์สวนกลับตูมเดียวลูกพุ่งเสียบคานอย่างงดงาม สกอร์ 1-0 เป็นของโครเอเชียในบัดดล

ลำพังตอนเสมอกันยิงประตูไม่ได้ อาร์เจนตินาที่คาดว่าตัวเองเหนือกว่าก็เริ่มกดดันจนออกอาการอยู่แล้ว

ยิ่งมาโดนนำ 1-0 ด้วยก็เห็นชัดเลยว่า ทั้งลนลานทั้งพลุ่งพล่านเพิ่มขึ้นไปอีก

ครั้นมาถึงนาทีที่ 80 ลูกา โมดริช ซึ่งเป็นอีกหนึ่งของโครแอตที่เล่นดีมากก็ซัดลูกนอกเขตแบ็กเข้าไปตุงอีกลูกขึ้นนำ 2-0

แฟนๆ ฟ้าขาวรอบสนามต่างก็ก้มหน้าเหมือนรู้ชะตากรรมตนเอง และหลายคนไม่เงยกลับมาอีกเลย เพราะตอนใกล้จะหมดเวลาช่วงทดเจ็บ 90 นาที+1 ยังโดน อิวาน ราคิติช ซัดเข้าไปอีก 1 ดอก 3-0 พูนสวัสดิ์! อาร์เจนตินาแพ้ด้วยสกอร์นี้ จะไม่ให้เหล่ากูรูทั้งหลายช็อกไปทั้งโลกได้อย่างไร?

credit : https://twitter.com/fifaworldcup

จบการแข่งขัน กุนซือ ฮอร์เก ซามเปาลี ถึงกับต้องเอ่ยปากขอโทษชาวอาร์เจนตินา และขอโทษ ลิโอเนล เมสซี ด้วยที่ทีมของเขาไม่สามารถเล่นได้อย่างที่ชาวอาร์เจนตินาและเมสซีคาดหวัง

เขายอมรับว่าเจ็บปวด และตกตะลึงกับผลที่เกิดขึ้น รวมทั้งยอมรับด้วยว่า หลังเสียประตูแรกไปแล้วทุกอย่างก็รวนไปหมด ซึ่งเขาไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้เลย

ผลจากการแข่งขันคืนนี้ทำให้ทีมตาหมากรุกได้เข้ารอบสองอย่างชัวร์ป้าบ เพราะเก็บแต้มไปแล้ว 6

ในขณะที่ทีมฟ้าขาวนั้นก็เริ่มมองเห็นการตกรอบรออยู่เพียงแค่เอื้อมเท่านั้น

ถามว่าโอกาสของอาร์เจนตินาและเมสซียังมีอยู่ไหม? คำตอบก็คือพอมีแต่เต็มไปด้วยเงื่อนไขและข้อสมมติฐานที่ไม่สามารถจะนำมาเขียนอธิบายได้เพราะว่าต้องใช้เนื้อที่จำนวนมาก

ขอเชิญแฟนๆ ฟ้าขาวโปรดสมมติผลการแข่งขันที่เหลืออยู่กันเอาเอง และบวกลบคูณหารกันเอาเอง ซึ่งจะพบว่าอาร์เจนตินายังมีโอกาสจริงๆ แต่ก็ริบหรี่ เหลือเกิน

ด้วยสถานการณ์ดังได้กล่าวมานี้จึงนับว่าถูกต้องทุกประการแล้วที่ “จ่าแฉ่ง” ตั้งหัวข้อเรื่องวันนี้ว่า “อาร์เจนตินาฟ้าเหลือง” มิใช่ “อาร์เจนตินาฟ้าขาว” ตามฉายาเก่า

เนื่องเพราะอยู่ในอาการ “ฟ้าเหลือง” หรือ “โคม่า” จริงๆ ครับ สำหรับทีมของ เมสซี ณ บัดนาว.

“จ่าแฉ่ง”