พัฒนาจังหวัดยากจน ระวังอย่าเพิ่มช่องว่าง

เมื่อวานนี้ผมเขียนเรื่องคนรวยสุดๆ 50 คน ของประเทศไทยกับจังหวัดยากจนที่สุด 10 จังหวัดของประเทศไทย ที่ผมคัดลอกมาจากข่าวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันเสาร์ที่แล้ว

วันนี้ขออนุญาตเขียนต่อครับ แต่จะว่าเฉพาะจังหวัดยากจนเท่านั้น เพราะมีข่าวใหญ่ต่อเนื่องเกิดขึ้นพอดิบพอดี

คงจะพอจำได้นะครับว่า 10 จังหวัดยากจนที่สุดในปัจจุบันนี้ จากการเก็บรวบรวมข้อมูลของ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่

1.แม่ฮ่องสอน 2.กาฬสินธุ์ 3.บุรีรัมย์ 4.น่าน 5.นครพนม 6.นราธิวาส 7.ปัตตานี 8.ชัยนาท 9.ตาก และ 10.อำนาจเจริญ

ผมอ่านแล้วก็เห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ผู้แถลงข่าวเรื่องนี้ เพราะเท่าที่ผมจำได้เมื่อประมาณ 25-30 ปีก่อนโน้นที่เริ่มมีการจัดอันดับจังหวัดยากจนครั้งแรก…จังหวัดที่ติดอันดับจนมากๆ ก็คือจังหวัดเหล่านี้แหละครับ

ยุคโน้นคิดแบบเบื้องต้นสุดๆคือ เอาตัวเลขจีดีพีของแต่ละจังหวัดมาหารด้วยจำนวนประชากร จังหวัดไหนได้จีพีดีต่อหัวออกมาต่ำสุดก็ถือว่าจนที่สุด ปรากฏว่าจังหวัดศรีสะเกษ ได้แชมป์ประเทศไทยครับ รายได้ต่อหัวต่ำสุด ต่ำกว่าแม่ฮ่องสอนเสียอีก

ผมเข้าใจเอาเองว่าข้อมูล “บิ๊กดาต้า” ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ที่แถลงเมื่อ 2 วันก่อนนี้ จะประกอบด้วยตัวแปรหลายๆตัว ไม่ใช่ GDP อย่างเดียว เพราะเวลาท่าน รมต.วิทยาศาสตร์ฯ ท่านแถลงรายละเอียด ยกตัวอย่าง แม่ฮ่องสอน ท่านจะพูดถึงการศึกษาด้วย การอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ และการเข้าไม่ถึงแหล่งทุน ฯลฯ เอาไว้ด้วย

ทำให้จังหวัดศรีสะเกษที่เคยเป็นแชมป์ยากจนหลุดหายไปจาก 10 จังหวัดยากจนใน พ.ศ.นี้ เพราะคงจะมีตัวแปรด้านอื่นๆที่ดีขึ้น

แต่ที่ยังไม่หลุดก็คือ บุรีรัมย์ ครับ สมัยก่อนก็ติดอันดับยากจนในช่วงท้ายๆเช่นกัน แต่ยังไม่ถึงท้ายสุด มาคราวนี้ก็ยังจนอยู่ท้ายๆ คือ จนสุดเป็นอันดับที่ 3 ใกล้เคียงกับเมื่อ 25 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม บุรีรัมย์ ก็โชคดีได้รับการเลือกจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นจังหวัดที่จะมีการประชุมสัญจรในวันอังคารที่ 8 พฤษภาคม และมีข่าวว่าจะมีการขออนุมัติโครงการต่างๆ มากมายจากการประชุมครั้งนี้

ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จะขอให้รัฐบาลส่งเสริมการก่อตั้งเมืองกีฬา หรือสปอร์ตซิตี้ และก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งชาติ เพราะบุรีรัมย์เป็นเมืองการท่องเที่ยวและการกีฬาที่สำคัญ มีการจัดแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้จะเสนอขอปรับปรุงสนามบินบุรีรัมย์รองรับการเป็นสนามบินศุลกากร เพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโมโตจีพี ปี 2561-2563 โดยขยายทางวิ่ง (รันเวย์) รองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ รวมทั้งโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ฯลฯ

ผมก็ได้แต่หวังว่าทางฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะ สภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ หรือ กระทรวงการคลัง คงจะช่วยกันพิจารณาอย่างรอบคอบตามความเป็นจริง ความเป็นไปได้และการประมาณการผลได้ผลเสียอย่างรอบคอบว่า โครงการที่ขอมานี้จะเอื้อประโยชน์จริงจังหรือไม่?

ถ้าได้จริงจังจะตัดสินใจอนุมัติก็เชิญเถอะครับ ใครขออะไรเพื่อจังหวัดยากจน ถ้าจะเป็นประโยชน์จริง ผมก็เห็นว่าสมควรให้ทั้งสิ้น

แต่ก่อนจะให้ก็ดูให้ละเอียดเสียก่อน โดยเฉพาะที่บอกว่าบิ๊กดาต้าของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯชี้เป้าได้เลยว่า คนจนอยู่ตรงไหน? จนอย่างไร? ใครคือคนจน? อย่าลืมเอามาใช้ประโยชน์

เพื่อที่จะดูว่าโครงการใหญ่ๆที่จะเนรมิตเป็นเมืองกีฬาก็ดี มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติก็ดี จัดทำสนามบินเพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาใหญ่ๆก็ดี จะมีผลกระจายไปถึงคนจนของบุรีรัมย์หรือไม่? แค่ไหน? อย่างไร?

เรียนอีกครั้งว่า ผมไม่มีอะไรขัดข้องสำหรับโครงการที่ขอเสนอเพื่อพัฒนาบุรีรัมย์และจังหวัดอื่นๆในการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้

เพียงแต่อยากจะฝากรัฐบาลให้ดูแลให้ดีๆ จะพัฒนาอะไรต่อไปนี้ จะต้องคำนึงถึงเรื่องการกระจายรายได้ เรื่องการลดช่องว่างของความรวย ความจนให้มากที่สุด

โดยเฉพาะจังหวัดที่ประชากรส่วนใหญ่ยากจนอยู่แล้วจะต้องระวังให้มากเป็นพิเศษ อย่าให้การลงทุนใหญ่ๆไปเพิ่มช่องว่างที่มีอยู่แล้วในจังหวัดนั้นๆให้มันกว้างขึ้นอีกก็แล้วกัน.

“ซูม”