ศึกการค้าจีน–สหรัฐฯ ไทยไชโยรับ “ส้มหล่น”?

หน้าเศรษฐกิจของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับรายงานข่าวตรงกันว่า ผลการศึกษาและวิเคราะห์การทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ที่หวั่นกลัวว่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนไปหมดนั้น แต่สำหรับประเทศไทยเราแล้ว ผลกลับออกมาแบบตรงข้ามเลยครับ

กลายเป็นว่าประเทศไทยเราจะได้รับผลประโยชน์ หรือผลกระทบในทางที่ดีคือ แม้จะมีเสียบ้าง แต่ก็จะได้มากกว่า หักกลบลบกันแล้ว เรากลับได้กำไรคือ ส่งออกได้เพิ่มขึ้นเสียอีก

ท่านผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อัทธ์ พิศาลวานิช บอกกับผู้สื่อข่าวว่า การที่ทั้ง 2 ประเทศ ใช้มาตรการภาษีกีดกันสินค้าระหว่างกัน ทำให้ทั้ง 2 ฝ่าย ไม่สามารถส่งออกสินค้าระหว่างกันได้

ส่งผลให้สินค้า 2 ประเทศ จะถูกส่งมาขายในประเทศอื่นๆ รวมทั้งประเทศไทยเราด้วยมากขึ้น และในขณะเดียวกันก็จะมีผลทำให้ทั้ง 2 ประเทศหันมาซื้อสินค้าจากไทยมากขึ้นด้วย เพื่อทดแทนสินค้านำเข้าเดิม ระหว่างที่ทั้ง 2 ประเทศยังไม่ตั้งกำแพงภาษีซึ่งกันและกัน

ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ในภาพรวมจะเป็นผลดีต่อไทยมากกว่า โดยทำให้ไทยมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นได้ถึง 8,072-20,180 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.10-0.25% ของการส่งออกรวม

จะมีผลทำให้การส่งออกของไทยปีนี้มีโอกาสเพิ่มได้ถึง 7.1-7.25 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 7 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ

ท่าน ผอ.ศูนย์การค้าศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ท่านอธิบายรายละเอียดอีกมาก แยกเป็นกรณีๆไปเลยทีเดียวว่า สินค้าอะไรบ้าง? หักลบแล้วไทยได้กำไรเท่าไร? ขาดทุนเท่าไร? ลงท้ายก็มีกำไรอย่างที่สรุปไว้

ผมอ่านแล้วก็ใจชื้นขึ้นมาอักโข เพราะเมื่อตอนที่มีข่าว 2 ยักษ์ใหญ่เขาจะเดินหน้ากระทำยุทธหัตถีสงครามการค้าระหว่างกันและกันนั้น… ผมก็เป็นคนหนึ่งที่แสดงความห่วงใยผ่านคอลัมน์นี้

กลัวว่าเมื่อช้างสารชนกัน หญ้าแพรกอย่างเราจะแหลกลาญว่างั้นเถอะ

ดังนั้น เมื่อผลจากการศึกษาวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยออกมาในลักษณะนี้คือ หญ้าแพรกส่วนที่แหลกลาญก็คงจะมี แต่เราก็จะมีหญ้าแพรกบางหย่อมขึ้นมาชดเชย แถมชดเชยได้อย่างมาก กลายเป็นขึ้นงดงามไปทั้งสนามประเทศไทย สวยกว่าเดิมซะอีก

ผมก็หวังว่าผลการศึกษาวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คงจะไม่ผิดพลาดนะครับ เพราะท่านคงจะดูอย่างละเอียดแล้ว พร้อมกับมีข้อเสนอแนะ ข้อระมัดระวังต่างๆแนบมาด้วย

หากสงครามการค้าของยักษ์ใหญ่ไม่กระเทือนการส่งออกไทย แถมยังจะทำให้การส่งออกดีขึ้นนิดๆด้วยซ้ำแบบนี้ เศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะขยายตัวได้ตามเป้า หรืออาจจะเกินเป้าร้อยละ 4++ ที่ตั้งกันไว้

เพราะดูองค์ประกอบอื่นๆ ที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวก็เคลื่อนไหวไปในทางที่ดีเกือบทุกตัว จะมีก็แต่เรื่องการส่งออกนี่แหละ ที่ในตอนแรกก็คาดว่าดี แต่มาสะดุดตอนที่สหรัฐฯกับจีนประกาศสงครามการค้าจนเป็นข่าวใหญ่สะเทือนไปทั้งโลก

ดังนั้น หากการส่งออกของเราไม่ได้รับผลกระทบแต่กลับจะมีผลดีเสียอีก ก็น่าจะมั่นใจได้ว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะขยายตัวได้ดีตามเป้า หรือเกินเป้าไม่มากก็น้อย

แม้โดยส่วนตัว ผมจะเชื่อมั่นและไว้ใจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่เกาะติดสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจต่างๆ และมีผลการสำรวจการวิจัยที่เป็นประโยชน์หลายๆอย่าง

แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ผมจึงอยากจะฟังความเห็นของหน่วยวิชาการอื่นๆบ้าง โดยเฉพาะสภาพัฒน์, ธนาคารแห่งประเทศไทย หรืออย่างหน่วยวิจัยของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งก็มีผลงานทางวิชาการที่น่าเชื่อถือและยอมรับ

คงจะต้องรอผลการศึกษาจากสถาบันเหล่านี้ด้วยเหมือนกันเพื่อเป็นการยืนยัน

ระหว่างนี้ก็คงต้องเชื่อมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยไปก่อน และก็คงต้องนึกถึงคำพูดของคนรุ่นปู่ รุ่นย่า ของพวกเราที่กล่าวอยู่เสมอว่า ประเทศไทยเรามักมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละครับ ดูเถอะ สหรัฐฯ, จีน เขาสู้กันฝุ่นตลบ ลงท้ายกลายเป็นส้มหล่นใส่ประเทศไทยซะงั้นไหมล่ะ.

“ซูม”