โรงแรมที่คณะของผมพักอาศัยที่เกาะฮอกไกโดนั้นอยู่ริมทะเลสาบโทยา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวนอุทยานแห่งชาติ “ชิโกสุโทยา” ที่จะ โด่งดังทั่วโลกอย่างแน่นอนในเดือนกรกฎาคมปีนี้
เผลอๆ อาจจะได้ชื่อว่า “ทะเลสาบ G8” ด้วยซ้ำไปอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
เหตุเพราะผู้นำของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม G8 จะมาประชุมสุดยอดกันที่ริมทะเลสาบแห่งนี้…และแน่นอนจะต้องมีผู้สื่อข่าว ติดตามมาขบวนใหญ่ เพื่อทำข่าวการประชุม
คำว่า “โท” แปลว่า “ทะเลสาบ” ในภาษาของชาว “ไอนุ” ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองเผ่าพันธุ์ดั้งเดิมของฮอกไกโด…ส่วน “ยา” แปลว่า “ภูเขา” ฉะนั้น 2 คำนี้เมื่อรวมกันจึงกลายเป็น “ทะเลสาบในภูเขา” หรือทะเลสาบกลางภูเขา ซึ่งทะเลสาบโทยาก็อยู่กลางหุบเขาจริงๆ เสียด้วย
ทะเลสาบโทยาได้รับการยกย่องให้เป็นสถานที่ ที่มีทิวทัศน์สวยงามที่สุด 1 ใน 3 แห่งของฮอกไกโด และเกือบจะเป็นทะเลสาบกลมๆ มีความยาว 11 กิโลเมตร และความกว้าง 9 กิโลเมตร โดยมีนํ้าลึก 179 เมตร
การประชุมสุดยอดและที่พักของบรรดาผู้นำของทั้ง 8 ประเทศ รวมทั้งประเทศคู่เจรจา จะพักอยู่บนโรงแรม วินด์เซอร์ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาโปโรโมอิริมทะเลสาบที่ผมเคยเขียนเล่าไว้วันก่อน
ว่ากันว่า เหมือนโรงแรมที่ตั้งอยู่บนวิมานเมฆ เพราะตื่นมาตอนเช้าๆ อาจจะมองเห็นปุยเมฆลอยฟ่องอยู่รอบๆโรงแรม ซึ่งอยู่สูงจากทะเลสาบ 625 เมตร
ผมไม่มีโอกาสขึ้นไปเยี่ยมเยียน แต่ก็มองเห็น หลายครั้งขณะนั่งรถไปมารอบๆ ทะเลสาบ…ต้องยอมรับ ว่าของเขาสวยจริงๆ
แม้แต่โรงแรมด้านล่างที่พวกผมพักอาศัยอยู่ ซึ่งเกาะกลุ่มกันหลายโรงแรมนั้นก็ยังพลอยสวยไปด้วย
ตัวโรงแรมอาจไม่สวยนัก แต่วิวที่มองออกไปจากโรงแรมนี่ซีสวยเหลือเกิน
จากห้องโถงของโรงแรมเมื่อมองออกไปในทะเลสาบจะเห็นผืนนํ้าที่เรียบเหมือนกระจก เห็นเกาะกลางนํ้า 3-4 เกาะ และเทือกเขาสีขาวโพลน ซึ่งมีอยู่ลูกหนึ่งละม้ายคล้ายคลึงกับภูเขาฟูจี จนได้ชื่อว่าเป็นฟูจี 2 ในทัศนะของนักท่องเที่ยว
แม้แต่ห้องอาหารที่ใช้รับประทานอาหารรวมกัน ทั้งมื้อเช้ามื้อเย็น…ถ้าใครจองที่นั่งดีๆ ก็จะเห็นวิวเดียวกันนี้ ทำให้อาหารของเขาอร่อยขึ้นอีกแยะ
สรุปว่าทุกโรงแรมแถวๆ นี้สวยหมด…ไม่ว่าจะอยู่บนยอดเขาอย่างวินด์เซอร์ หรืออยู่ริมทะเลสาบอย่างโรงแรม โทยาโกะ มันไซกากุ ที่ผมเข้าพักก็ตาม
พูดถึงอาหารของฮอกไกโดก็ต้องยอมรับเช่นกันว่าไม่แพ้เมืองหรือจังหวัดอื่นใดในญี่ปุ่น
โดยเฉพาะปูฮอกไกโด ถ้ามีโอกาสต้องรับประทานให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นในห้องอาหารของโรงแรมหรือตามร้านอาหารทั่วๆ ไป
พวกผมขับรถตะบึงไปที่เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลเมืองหนึ่ง ห่างจากโรงแรมที่พักประมาณชั่วโมงเศษๆ
ชื่อเมืองอะไรก็ไม่รู้ ชื่อร้านอะไรก็ไม่รู้ เพราะเอกสารที่จิ๊กมาเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด มีภาษาอังกฤษอยู่หน่อยเดียวคือชื่อเว็บไซต์ของร้านwww.kanigoten.co.jp ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้วก็เป็นเว็บภาษาญี่ปุ่นอีกจนได้
ร้านนี้เอาปูมาปรุงโน่นปรุงนี่อร่อยไปหมด แม้แต่ข้าวกะหรี่ปู และข้าวคล้าย ไข่เจียวใส่ปูยังอร่อยเลย
นอกจากปูแล้วสำหรับคนที่ชอบรับประทานเนื้อต้องหาโอกาส รับประทานเนื้อฮอกไกโดสักมื้อหนึ่ง
ขนาดผมรับประทานในห้องบุฟเฟ่ต์ของโรงแรม ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเนื้อโหลๆ เพราะยกมาปิ้งแบบกองใหญ่ๆ ก็ยังนิ่มลิ้นนิ่มปากอร่อยไปหมด
ท่านที่มีโอกาสรับประทานเนื้อฮอกไกโดในร้านที่เขาปรุงแบบเฉพาะเจาะจง น่าจะอร่อยขึ้นอีกหลายเท่า
นม…ก็อีกอย่างหนึ่งครับ…นมสดฮอกไกโดสีขาวจั๊วะ แบบที่คนจีนเขาใช้คำว่าซีซี-แป๊ะแป๊ะนั่นแหละ–นานๆจะเห็นขาวอย่างนี้สักที หลายๆ คนที่ลิ้มลองล้วนติดอกติดใจและยังชมกันไม่ขาดปาก แม้จนทุกวันนี้
เมื่อนมอร่อย ไอศกรีมที่ทำจากนมจึงพลอยอร่อยไปด้วย เขาจึงมีข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว อีกข้อหนึ่ง ว่าไปถึงเกาะนี้แล้วอย่าลืมรับประทานไอศกรีมประจำเมืองสักลูกสองลูก จึงจะได้ชื่อว่าครบสูตรฮอกไกโด
นอกจากรับประทานอาหารแล้ว ใครที่มาทะเลสาบ โทยาควรจะต้องหาทางอาบนํ้าแร่แช่นํ้าอุ่น ที่เรียกว่า “ออนเซ็น” สักครั้งสองครั้ง
ทุกโรงแรมแถบนี้จะมีหมด เนื่องจากแถวๆ นี้ยังมีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น พ่นควันโขมง อย่างที่เล่าไว้เมื่อ สัปดาห์ที่แล้วหลายลูก
นํ้าแร่อุ่นๆ จึงโผล่ขึ้นในหลายๆจุดริมทะเลสาบ และเป็นเอกลักษณ์ของทุกโรงแรมที่จะสร้างห้องอาบนํ้าแบบออนเซ็นไว้บริการลูกค้า
แม้แต่หน้าประตูโรงแรม เขาก็มักจะก่อเป็นตุ่มนํ้าอุ่น มีนํ้าอุ่นหยดติ๋งๆ ให้ผู้คนที่ผ่านมาผ่านไปเห็นเป็นตัวอย่างหรือใครจะใช้ล้าง มือ ล้างหน้าก็เชิญได้เลย
ผมเองก็ได้อาศัย นํ้าแร่อุ่นจากตุ่มหรือบ่อหน้าโรงแรมนี่แหละครับจุ่มเอามาแตะใบหน้า พอ ให้เกิดความรู้สึกว่าได้สัมผัสนํ้าแร่ เพราะไม่มีเวลา พอที่จะไปอาบรวมกับแขกคนอื่นๆ ที่ห้องอาบนํ้ารวม
เอาละ…ดูวิวก็แล้ว รับประทานก็แล้ว…แม้จะไม่ได้อาบนํ้าแร่ แต่ก็วักขึ้นมาลูบหน้าแล้ว เหลืออะไรที่ฮอกไกโดที่ผมพบแล้วเห็นแล้ว สัมผัสแล้ว ยังไม่ได้เขียนบ้างละเนี่ย
นึกออกอีกอย่างครับ ไปเที่ยวนี้ผมมีโอกาสขึ้น ไปนั่ง “สกู๊ตเตอร์” แล่นเลาะ ไปตามหิมะเชิงเขาด้วย
ที่นี่เขามีบริการให้เช่ารถสกู๊ตเตอร์ ใครจะเช่า เดี่ยวเช่าคู่นั่งซ้อนกันก็เชิญเลย เสร็จแล้วก็ขับตามคนนำทางขึ้นไปวนเล่นตามเชิงเขา ที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนสักรอบ 2 รอบ
วันที่คณะของผมไปทดลองขับขี่…หิมะกำลังตกพอดี…ให้รสชาติชนิดหนาว แซบไปอีกแบบหนึ่ง
ก่อนขึ้นรถเราจะต้องสวมหมวกกันน็อกกันลมที่เขาจัดไว้ รวมทั้งต้องสวมรองเท้าบูตที่เขาจัดไว้ เพื่อความปลอดภัย
ว่ากันว่าสกู๊ตเตอร์หิมะยุคนี้มีคนซื้อไปใช้แยะ และใช้งานกันอย่างจริงจัง ทั้งใช้เดินทางและขนส่งของเล็กๆน้อยๆ สำหรับประชาชนที่มีบ้านอยู่ตามภูเขาต่างๆ ที่อยู่ในเขตหิมะตกทั้งยุโรปและอเมริกา
คนที่อยู่นอกเขตหิมะอย่างพวกเราก็มาอาศัยทดลองนั่งเป็นครั้งคราว เพื่อสัมผัสรสชาติใหม่ๆ เป็นประสบการณ์ชีวิตไปพลางๆ เพราะคงไม่มีโอกาสใช้จริงๆ
ถามว่า…ได้นั่งแล้วยังอยากนั่งอีกไหม? ตอบว่าได้ลองได้รู้เพียงหนเดียวก็น่าจะเกินพอแล้ว…จ้างให้ก็ไม่มานั่งครั้งที่ 2 เด็ดขาด เพราะตอนรถเลี้ยวโค้งทั้งเสียว ทั้งเย็นวูบ…แม้จนขณะที่นั่งเขียนวันนี้ยังรู้สึกหนาวๆ และวูบๆ อยู่เลยครับ
“ซูม”