zoomzogzag.com

zoomzogzag.com header image 2

จาก “โรสโบว์ล” ถึง…บอลประเพณี

January 10th, 2010 · No Comments

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้เอง ผมมีโอกาสได้ดูการถ่ายทอดสดอเมริกันฟุตบอล ประเภทมหาวิทยาลัย นัดชิงแชมป์ประจำปีนี้ ระหว่างทีมของมหาวิทยาลัยอลาบามา กับมหาวิทยาลัยเท็กซัส ทางช่องอีเอสพีเอ็นจนจบ

ได้เห็นบรรยากาศอันตื่นตาตื่นใจและการเชียร์ที่เร่งเร้าใจตลอดจนคนดูร่วมๆ แสนคนที่เข้าไปแออัดในสนามแล้วก็อยากจะเขียนบันทึกเอาไว้ เพื่อเป็นการให้ข้อมูลหรือเล่าสู่กันฟัง (ความจริงอ่าน) ถึงกีฬาอันยิ่งใหญ่ของคนอเมริกัน

ต้องยอมรับว่า อเมริกันฟุตบอลไม่เพียงแต่จะเป็นกีฬายอดนิยมของคนอเมริกันเท่านั้น ยังเป็นกีฬา “วัฒนธรรม” ที่สะท้อนภาพคนอเมริกันได้เป็นอย่างดียิ่ง

ชาวโลกหรือแม้แต่ชาวไทยเรามักจะรู้จักแต่อเมริกันฟุตบอลประเภทอาชีพ หรือ เอ็นเอฟแอล หรือคนชนคนที่จะมีการแข่งเป็นประจำทุกปีและจบลงด้วยการชิงแชมป์ “ซุปเปอร์โบว์ล”

แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว ฟุตบอลอเมริกันในระดับมหาวิทยาลัยกลับมีความคึกคักกว่า สนุกกว่า และเผลอๆ อาจจะมีคนดูมากกว่าประเภทอาชีพเอาด้วยซ้ำ

เผอิญปีนี้ทางทรูวิชั่นส์มีการถ่ายทอดสดประเภทมหาวิทยาลัยมากขึ้น โดยเฉพาะศึก “โบว์ล” ต่างๆ ซึ่งเป็นการแข่งขันพิเศษหลังฤดูกาล ปีนี้ถ่ายทอดเกือบ 10 คู่ สะใจแฟนๆ ไปตามกัน

เป็นเหตุให้ผมเห็นว่า ควรจะได้เขียนถึงอเมริกันฟุตบอลประเภทมหาวิทยาลัยอย่างเป็นเรื่องเป็นราวสักครั้งหนึ่ง

หากไปเปิดปูมประวัติดู จะพบว่าการแข่งขันประเภทมหาวิทยาลัยมีมาร้อยกว่าปีแล้ว และเป็นต้นกำเนิดของการเล่นอเมริกันฟุตบอลในปัจจุบัน

จำนวนคนดูก็มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่เพียงแต่นักศึกษาหรือศิษย์เก่าของแต่ละมหาวิทยาลัยเท่านั้นที่จะเชียร์มหาวิทยาลัยของตน แม้แต่ผู้คนที่อยู่ในเมืองหรือในรัฐ อันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยก็พลอยตามเชียร์อย่างสุดใจขาดดิ้นไปด้วย

ในการแข่งขันของแต่ละปี เขาจะมีการจับกลุ่มมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้ๆ กัน หรือโซนเดียวกัน กลุ่มละ 8 ทีมบ้าง 10 ทีมบ้าง

ปีหนึ่งๆแต่ละทีมอาจจะแข่ง 10-12 ครั้ง โดยมีโปรแกรมไปแข่งกับมหาวิทยาลัยนอกกลุ่มสัก 2-3 ครั้ง ก่อนที่จะมาแข่งในกลุ่มตัวเอง

จากการที่มีหลายกลุ่ม และกลุ่มละหลายทีมในแต่ละวันเสาร์ ซึ่งมีการแข่งขันทั่วประเทศ จึงมีเป็นร้อยคู่

แต่เขาก็มีระบบที่จะมาจัดอันดับว่า ในแต่ละสัปดาห์นั้น มหาวิทยาลัยไหนควรจะเป็นอันดับ 1 จนถึงอันดับที่ 25

โดยมีสำนักข่าว 2 สำนักเป็นผู้จัดอันดับที่ว่านี้ ด้วยการถามความเห็นของโค้ชสำนักหนึ่ง และของผู้สื่อข่าวอีกสำนักหนึ่ง (เอพี กับ ยูพีไอ ต่อมา ยูพีไอเจ๊ง หนังสือพิมพ์ยูเอสเอ ทูเดย์รับจัดแทน) และอันดับจะเปลี่ยนไปทุกสัปดาห์ สุดแต่ผลการแข่งขันของแต่ละทีมว่าจะเป็นไปฉันใด

เมื่อจบฤดูการแข่งขันแล้ว เขาก็จะมีประเพณีการแข่งขันหลังฤดูกาลหรือที่เรียกว่า ศึก “โบว์ล” ต่างๆ ประมาณ 30 โบว์ลเห็นจะได้

โบว์ลเหล่านี้จะเชื้อเชิญทีมที่ประสบความสำเร็จพอสมควรหรืออยู่ในอันดับมาแข่งขันกันเป็นพิเศษอีก 1 ครั้ง ก่อนปิดฤดูอย่างแท้จริง

โบว์ลใหญ่ๆที่คนอเมริกันรู้จักอย่างดีก็มี “โรสโบว์ล”, “โอเรนจ์ โบว์ล”, “ซูการโบว์ล”, “เฟียสตาโบว์ล” ฯลฯ เป็นต้น

โรสโบว์ล ที่แคลิฟอร์เนียเป็นโบว์ลเก่าแก่ที่สุดถือกำเนิดมาร้อยกว่าปี (เล่นครั้งแรก ค.ศ. 1902) และทุกวันนี้ก็ยังเป็นโบว์ลยอดนิยม เพราะก่อนแข่งจะมีขบวนพาเหรด  และการตกแต่งรถบุปผชาติสวยงามมาก

พอจบโบว์ลแล้ว เขาก็จะโหวตกันอีกทีว่า ทีมไหนควรจะเป็นที่ 1 ถึงที่ 25 ของประเทศ และใครได้รับโหวตเป็นที่ 1 ก็ถือว่าเป็นแชมป์

ปรากฏว่าหลังๆ 2 สำนักคือ เอพี กับ ยูเอสเอ ทูเดย์ มักโหวตที่ 1 ไม่ตรงกัน จึงเกิดแนวความคิดการชิงแชมป์ขึ้น และมีโบว์ลพิเศษที่เรียกว่า “โบว์ลแชมเปียนชิพ” นำอันดับ 1 กับอันดับ 2 มาชิงแชมป์ส่งท้าย

สำหรับปีนี้จบลงด้วยมหาวิทยาลัยอลาบามา เป็นฝ่ายชนะมหาวิทยาลัยเท็กซัส 37-21 ซึ่งหมายถึงว่าแชมป์ปีนี้ได้แก่ อลาบามาแน่นอน

ที่ผมบอกว่า เป็นวัฒนธรรมก็เพราะกว่าร้อยปีที่เขาแข่งกันมารูปแบบต่างๆก็เหมือนเดิมโดยตลอด

ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องมีเชียร์ลีดเดอร์มากระโดดโลดเต้น เพื่อเรียกเสียงเชียร์ จะต้องมีวงดุริยางค์ที่เรียกว่ามาร์ชชิ่ง แบนด์ มาเดินสวนสนามระหว่างพักครึ่ง

แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีสนามแข่งของตนเองเพื่อใช้เป็นสนามเหย้าและส่วนใหญ่ก็จะมีความจุไม่ต่ำกว่า 50,000-60,000 คน

ใครเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจะต้องไปดูอเมริกันฟุตบอล และการนัดแฟนหรือออกเดต ส่วนใหญ่ก็จะนัดไปดูอเมริกันฟุตบอลแมตช์ที่มหาวิทยาลัยของเขาแข่งในบ้าน

ในแต่ละปี เวลาจัดงานคืนสู่เหย้าของศิษย์เก่า เขาก็จะเลือกให้ตรงกับวันแข่งอเมริกันฟุตบอลที่มหาวิทยาลัยเราเป็นเจ้าบ้าน แข่งเสร็จก็จะแยกย้ายไปงานคืนสู่เหย้ากันเลย

ผมไปเรียนเมื่อ 40 ปีก่อน เคยเห็น เคยสัมผัสมาอย่างไร พอมานั่งดูทีวีถ่ายทอดสดการแข่งขันโบว์ลต่างๆ ปีนี้ก็เหมือนกันอย่างนั้น

แสดงว่าคนอเมริกันเป็นคนรักเดียวใจเดียว ดูของอย่างเดียวกันซ้ำๆซากๆอยู่นั่นแหละ

สรุปว่า อเมริกันฟุตบอลเป็นกีฬาที่เขาสร้างรากฐานมาจากโรงเรียนมัธยม จากมหาวิทยาลัย จนถึงอาชีพ

ฐานที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือฐานในระดับมหาวิทยาลัยดังที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ และดูแล้วก็คงจะแข็งแกร่งไปอีกนาน

“โรสโบว์ล” แข่งมากว่า 100 ปี ยังมีคนดู 9 หมื่นเศษ ถ้าไม่ถูกจำกัด ก็คงจะมีเป็นแสนเหมือนเดิม

ตรงข้ามกับฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬา ยิ่งแข่งคนดูยิ่งหดหาย จาก 5-6 หมื่นเต็มสนามศุภชลาศัย เดี๋ยวนี้ไม่รู้เหลือถึง 20,000 คนหรือเปล่า

เขียนแล้วก็ใจหาย ขออนุญาตฝากฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ไว้ด้วย ครั้งที่ 66 จะแข่งวันเสาร์ที่ 16 ม.ค. ช่วยไปเชียร์กันหน่อยนะครับ

เฮ้อ!  กีฬามหาวิทยาลัยบ้านเรามีแต่กร่อยลง และนักศึกษามหาวิทยาลัยของเราก็เป็นอะไรไปไม่รู้…ไม่ยักกะชอบดูกีฬาแฮะ!

“ซูม”

Tags: สาระน่ารู้