ผมได้รับจดหมายเชื้อเชิญ จากผู้หลักผู้ใหญ่ ของบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ตั้งแต่วันที่ 15 เดือนธันวาคม ปีที่แล้ว ขอให้แวะไปเยี่ยมเยียน พิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์แห่งใหม่ล่าสุด ของเขาบ้าง
เพิ่งจะสร้างเสร็จหมาดๆ ตั้งอยู่หลังที่ทำการไปรษณีย์สามเสนใน สะพานควาย นี่เอง
คำว่า “หมาดๆ” ในที่นี้ ก็หมายถึงกลางเดือนธันวาคมโน่นละครับ
เผอิญช่วงเวลาที่ว่า ผมไม่มีเวลาว่างเลยจริงๆ แต่ก็แอบลงสมุดพกส่วนตัวไว้แล้วว่า จะต้องหาโอกาสแวะไปชะเง้อดู ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
เวลานั่งรถไฟฟ้าผ่านสถานีสะพานควาย ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่เชิงบันไดขาลง ของสถานีพอดิบพอดีนั้น…ผมก็มักจะเตือนตัวเองอยู่เสมอๆ ว่า…ว่างเมื่อไร อย่าลืมมาเมื่อนั้นก็แล้วกัน
และในที่สุด ผมก็ว่างเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็เลยถือโอกาสลงรถไฟฟ้าที่ สถานีสะพานควาย เดินแวบไปดูมาเรียบร้อย
ชื่อเต็มๆ ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือ “พิพิธภัณฑ์ ตราไปรษณียากรสามเสนใน” ครับ
ฟังดูแล้วชวนให้ไขว้เขว นึกไปถึงสถานีรถไฟสามเสน หรือย่านสามเสนอื่นๆ
กรุณาลืมคำว่าสามเสนเอาไว้ก่อนครับ เดี๋ยวจะไปหาไม่เจอะ ขอให้นึกถึงคำว่าสะพานควายเอาไว้อย่างเดียว
หรือจะให้แคบเข้า…ตรงเป้าเป๊ะ…เก๊าะนึกถึงสถานีรถไฟฟ้า (ลอยฟ้า) สะพานควาย นั่นแหละครับ รับรองไปถูกแน่ๆ
ตึกพิพิธภัณฑ์ใหม่เอี่ยมอ่องอยู่ด้านหลังที่ทำการไปรษณีย์สามเสนใน อย่างที่ว่า…เป็นตึกสูงมีป้ายบอกชัดเจน
เดินเข้าไปหน้าตึกจะมีตู้ไปรษณีย์แบบเก่า แต่ทาสีใหม่ ที่เขายกมาตั้งโชว์ไว้ 2-3 ตู้ เป็นสัญลักษณ์ บอกให้รู้ว่า พิพิธภัณฑ์อยู่ข้างในนี่แหละ ขอให้เดินเข้าประตูไปเถอะ
ตู้เก่าๆ เหล่านี้ มีอักษรภาษาอังกฤษคำว่า Letter Box ประทับไว้ด้วย และในส่วนของถ้อยคำภาษาไทยนั้น เป็นภาษาโบราณแบบไทยแท้ ใช้คำว่า “ตู้ทิ้งหนังสือ” อ่านปุ๊บก็รู้เลยโดยไม่ต้องแปล
อะไรไม่อะไร หลายๆ ตู้ที่หน้าตึกมีป้ายใหม่ๆ มาห้อยไว้ด้วย ระบุว่า “ของโชว์ครับ” บ้าง “ของโชว์ค่ะ” บ้าง…เพื่อเตือนให้บรรดาผู้ไปเยี่ยมเยียนรับรู้ว่าตู้เหล่านี้เป็นของโชว์ ไม่ใช่ของจริง เพราะมีหลายคนที่นึกว่าของจริง หยอดซองจดหมาย ที่จะส่งไปที่ต่างๆ ในปัจจุบัน ใส่ไปเลยก็มี
ห้องพิพิธภัณฑ์อยู่บนชั้น 2 ครับ มีพื้นที่ราวๆ 400 ตารางเมตร แบ่งสัดส่วนเป็นที่ตั้งแสดงเรื่องราว และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับกิจการไปรษณีย์เกือบทุกอย่าง และมากที่สุดก็คือ ดวงตราไปรษณีย์
ป้ายแรกสำหรับช่วงเวลานี้ ยังเป็นเรื่องราวของแสตมป์ดอกกุหลาบที่บริษัทไปรษณีย์ไทย คิดค้นออกมาแจมเนื่องในวันวาเลนไทน์กับเขาด้วย ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา
เริ่มจากแสตมป์ธรรมดาๆ ไม่มีกลิ่น จนกระทั่งกลายเป็นแสตมป์ดอกกุหลาบผสมกลิ่นกุหลาบ หอมฟุ้งในวันวาเลนไทน์ 2548 ที่ผ่านมานี้
สำหรับรูปแบบของการจัดพิพิธภัณฑ์ออกมาในรูปแบบของ “นิทรรศการ” คือใช้วิธีนำเสนอแบบใหม่ แต่ข้าวของต่างๆ เป็นของเก่า และทุกชิ้นเป็นของแท้ของจริง
ในเอกสารข่าวแจกที่ผมยังเก็บไว้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม ที่ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารไปกระทำพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้…เขียนไว้ว่า
“พิพิธภัณฑ์ซึ่งมีพื้นที่ 400 ตารางเมตร แห่งนี้ ได้จัดเป็นส่วนแสดงนิทรรศการถาวร ประกอบด้วยประวัติวิวัฒนาการของกิจการไปรษณีย์และของตราไปรษณียากรไทย ชุดตราไปรษณียากรไทย และสิ่งสะสมตั้งแต่ชุดแรก พ.ศ.2446 จนถึงปัจจุบัน รวมกว่า 700 ชุด
ตราไปรษณียากรนานาชาติในรูปอัลบั้มชีท กว่า 3,500 แผ่น จาก 200 กว่าประเทศทั่วโลก
ภาพต้นแบบตราไปรษณียากร, ตู้ไปรษณีย์
ใบแรกของไทย อายุนานกว่า 120 ปี, เครื่องปรุตราไปรษณียากรโบราณ และผลงานชนะการประกวดระดับโลกของไทย
นอกจากนี้ ยังมีห้องสมุดตราไปรษณียากร, อินเตอร์เน็ต, มุมเยาวชน, มุมจำหน่ายของที่ระลึก ฯลฯ”
เท่าที่ผมไปเดินชะโงกดู 3 รอบ…ปรากฏว่ามีครบตามที่โฆษณาไว้
เสียนิดเดียวที่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคำอธิบาย หรือไม่ก็เป็นคำอธิบายสั้นๆ อ่านแล้วไม่จุใจว่างั้นเหอะ
ช่วงที่ผมไปดู มีคนไปเยี่ยมเยียน 5-6 คน ทยอยมาเรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่มักมาซื้อแสตมป์สะสมที่เพิ่งออกจำหน่ายเสียมากกว่า
ได้รับคำชี้แจงว่า คนจะหนาตากว่านี้ในวันหยุด และจะแน่นมากเวลามีแสตมป์ชุดใหม่ๆ ออกมาขาย
ตลอดเวลาที่เปิดบริการ 08.30-16.30 น. วันพุธ-วันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์-อังคาร) จะมีเจ้าหน้าที่คอยอธิบายและให้ความสะดวกอยู่จำนวนหนึ่ง ท่าทางคล่องแคล่ว มีความรู้ พูดจาฉาดฉาน
อยากให้มีหลายๆ คน เผื่อว่าจะได้รับหน้าที่อธิบายเป็นกลุ่มๆ เวลามีผู้คนไปเยี่ยมชมจำนวนมาก
ขอย้ำว่า การมีคนอธิบายน่าจะสำคัญมาก เพราะพยายามลองเดินอ่านเองแล้ว…ปรากฏว่าไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควร
อย่างไรก็ตาม…ก็อยากจะให้กำลังใจแก่บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่ริเริ่มจัดสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้น และก็ขอเชิญชวนผู้สนใจลองแวะไปหาความรู้ กันบ้าง เมื่อมีเวลาว่าง ซึ่งก็คงจะได้ทั้งความรู้และความสุขจากแสตมป์กลับไปพอสมควรล่ะครับ
เอ้า ไหนๆ ก็ไปถึงย่านสะพานควายแล้ว ก็ขอถือโอกาสแนะนำของดี แถวนั้นเสียหน่อยตามระเบียบ เริ่มจากไปรษณีย์สามเสนใน เดินมุ่งหน้าไปทางสี่แยกสะพานควาย ประเดี๋ยวหนึ่ง จะเจอร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อสด เปื่อย ยี่ห้อ “สีเหลือง” หรือ “ศรีเหลือง” ผมก็จำไม่แม่นเสียด้วย
จำได้อย่างเดียวว่ารสชาติอร่อยใช้ได้ ผู้คนแน่นตรึมทุกวัน
ฝั่งตรงข้ามเป็นห้าง บิ๊กซี มาเปิดใหม่ คงไม่มีอะไรแนะนำ นอกจากจะบอกให้รู้ว่าที่นี่ก็มีด้วย
อ้อ! เกือบลืมแน่ะ ข้างๆที่ทำการไปรษณีย์ สามเสนใน และข้างสถานีรถไฟฟ้านั่นเอง มีร้านขาย “ลูกเต๋า” อยู่ 3 ร้าน…เป็นร้านเก่าแก่เปิดไฟทึมๆ มีลูกเต๋าสารพัดชนิด และถ้วยครอบ ถ้วยเขย่าสารพัด วางขายเพียบ
เป็นถ้วยพวกลายครามต่างๆ แบบถ้วยเขย่าลูกเต๋าของแท้ และดั้งเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์นั่นแหละ
อ้าว! ตั้งใจมาดูพิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ กลับเจอ “พิพิธภัณฑ์ลูกเต๋า” เข้าให้ไหมล่ะ
บรรยากาศทึมๆ ร้านเก่าๆ คนขายก็ดูอาวุโส (แถมมีไพ่ผ่องไพ่ตองแบบไทยๆ จำหน่ายด้วย) บรรยากาศขรึมเหมือนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติยุคเก่าๆ ยังไงยังงั้นซีน่ะ.
“ซูม”