zoomzogzag.com

zoomzogzag.com header image 2

ปากน้ำโพ (เจ้าเก่า)

February 14th, 2010 · No Comments

ซอกแซกสุดสัปดาห์นี้ ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ วันตรุษจีนประชันวันวาเลน-ไทน์พอดิบพอดี คงต้องขออนุญาตเขียนเรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับวันนี้บ้างตามระเบียบ

จะเขียนเรื่อง “วันแห่งความรัก” หรือวันวาเลนไทน์ ก็ดูจะเกินวัยไปหน่อย เพราะอายุปานนี้แล้วจะหวานแหววเหมือนหนุ่มสาวก็ดูกระไร

อย่างเก่งก็คงเขียนสั้นๆว่า ยังไงๆก็ฝากคนแก่ หรือผู้สูงอายุ หรือผู้สูงวัย หรือ ส.ว.ทั้งหลายไว้ในอ้อมใจของหนุ่มๆ สาวๆ ด้วยละกัน อย่ามัวแต่รักกันเองจนลืมที่จะมอบความรักให้แก่คนรุ่นก่อนๆเสียล่ะ

รวมทั้งขอฝากกิจกรรมของศูนย์หนังสือจุฬาเขาด้วย เนื่องจากเมื่อวานเนื้อที่จำกัดเขียนได้นิดเดียวเท่านั้น…ที่เขาบอกว่าจะจัดกิจกรรม “หัวใจกับใบโพธิ์” เชื่อมโยงวัน “วาเลนไทน์” ให้ต่อเนื่องและสอดประสานกับวัน “มาฆบูชา” ด้วยการเชิญชวนเด็กและผู้ใหญ่ทั้งหลายขีดเขียนนิยามความรักแบบชาวพุทธลงในใบโพธิ์ เพื่อไปติดบนต้นไม้แห่งความรัก ที่ตั้งอยู่ ณ ศูนย์หนังสือจุฬา สาขา จัตุรัสจามจุรี สามย่าน

อีกทั้งจะมีกิจกรรม เสวนาปาฐกถา ที่สำคัญ อาทิ วันเสาร์ ที่ 20 ก.พ. เวลา 13.30 น. เรื่อง “รัก… คือชัยชนะและอิสระ” โดย พระปัญญานันทมุนี และลูกศิษย์อีกหลายท่าน พร้อมด้วยศิษย์ที่ชื่อ แทนคุณ จิตต์อิสระ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าจะให้ชัวร์ว่ามีที่นั่ง โทร.ไปจองที่ 0-2218-9893-5 ก่อนก็จะดี

ครับ! ก็คงจะเป็นเรื่องราวที่น่าจะเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์มากที่สุดเท่าที่ผมพอจะเขียนถึงได้ในวันแห่งความรักวันนี้

ขออนุญาตตัดภาพฉับๆไปที่วันตรุษจีนเลยก็แล้วกัน ซึ่งความจริงผมก็เขียนเกริ่นบอกกล่าวเป็นข่าวเล็กๆว่า มีที่โน่นที่นี่มาโดยตลอด

แต่วันนี้อยากจะเขียนเป็นพิเศษโดยเน้นเฉพาะ “ตรุษจีน ปากน้ำโพ” หรือ “ตรุษจีน นครสวรรค์” เจ้าเก่าเล่ายี่ห้อที่มีประเพณีแห่งเจ้าพ่อเจ้าแม่ และเฉลิมฉลองเป็นที่เลื่องลือมากว่า 90 ปีแล้ว

ผมเคยเขียนไว้นานแล้วว่าเป็นประเพณี

ของคนต่างจังหวัดที่มักจะกลับคืนถิ่นเก่าของตนในเทศกาลสำคัญๆ ดังเช่นพี่น้องชาวเหนือ ชาวอีสานจะกลับบ้านในช่วงสงกรานต์ ชาวภูเก็ต ชาวตรัง จะกลับบ้านในช่วงเทศกาลกินเจ เป็นต้น

สำหรับพวกเราชาวนครสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นลูกไทยเชื้อไทยขนานแท้ หรือลูกไทยเชื้อสายจีนทั้งหลายจะกลับบ้านวันตรุษจีน

ใครที่ยังมีแรงตีล่อโกว้ได้จะไปช่วยตีล่อโกว้

ในพิธีกรรมต่างๆ ใครมีลูกสาวสวยๆ อาจส่งไปสมัครประกวดเพื่อเป็นองค์สมมติเจ้าแม่กวนอิม, ใครทำอะไรได้ก็จะกลับไปช่วยทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้

หรือแม้แต่ใครที่ทำอะไรไม่ได้เลยก็ขอกลับไปดูขบวนแห่และประนมมือก้มศีรษะไหว้เจ้าอย่างน้อยปีละครั้ง

คนที่ไม่มีโอกาสกลับ ส่วนมากจะส่งใจกลับไปด้วยความรำลึกถึง

ผมอยู่ในประเภทล่าสุดครับ เพราะช่วงหลังๆ นี้ไม่มีโอกาสกลับบ้านมากนัก จึงใช้วิธีส่งใจกลับและช่วยประชาสัมพันธ์ให้เป็นประจำทุกปี

สำหรับปีนี้ข้อมูลที่ผมได้รับค่อนข้างน้อย อีกทั้งจะต้องเตรียมตัวเดินทาง ไม่สามารถจะค้นหาข้อมูลได้มากอย่างปีก่อนๆ ประกอบกับ “เถ้านั้ง” หรือคณะกรรมการก็เปลี่ยนไปทุกปี…บางปีก็ส่งมาให้ผมอย่างละเอียด หรือถึงขนาดยกขบวนคณะกรรมการ และนำการแสดงมาโชว์ให้ดูถึงโรงพิมพ์ก็เคยมี

ปีนี้กรรมการคนละชุดไม่ส่งอะไรมาสักชิ้น ผมก็เลยต้องอาศัยข้อมูลจากเว็บไซต์ของประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์บ้าง ของเพื่อนสื่อมวลชนฉบับอื่นๆ รวมทั้งไทยรัฐที่เคยนำลงไปก่อนหน้านี้บ้าง

สรุปข้อใหญ่ใจความได้ว่า งานตรุษจีนนครสวรรค์เริ่มมาแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. แต่งานใหญ่จริงๆ ยังมาไม่ถึงครับ และยังไม่ใช่วันนี้ (14 ก.พ.) ซึ่งถือกันว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของจีนแล้วก็ตาม

พิธีเฉลิมฉลองหรือการแสดงต่างๆประจำคืนประจำวันก็ว่ากันไป ใครแวะเข้าเมืองนครสวรรค์

วันนี้ ผมมั่นใจว่ามีของดีๆสวยๆ งามๆ แบบจีนๆ ให้ดูคับคั่งและครบเครื่องแน่ๆ

แต่งานยิ่งใหญ่ที่ถือเป็นจุดเด่นหรือไฮไลต์ของเขาจะอยู่ในช่วงกลางคืน “ชิวซา” (ขึ้นปีใหม่วันที่ 3) กับช่วงกลางวัน “ชิวสี่” (ขึ้นปีใหม่วันที่ 4) ซึ่งปีนี้ก็คือคืนวันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ กับกลางวันของวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ครับ!

พิธีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่อันยิ่งใหญ่ที่เป็นประเพณีมานานกว่า 90 ปี จะเริ่มขึ้นในคืนวันอังคาร ด้วยการอัญเชิญศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ทุกศาลที่คนนครสวรรค์นับถือมาเข้าสู่

ขบวนแห่ ท่ามกลางแสงสีไปตามถนนต่างๆเพื่อให้ประชาชนกราบไหว้

ขบวนนางฟ้า ขบวนร่ายรำ ขบวนเอ็งกอ พะบู๊ วีรบุรุษจากเขาเหลียงซาน ขบวนสิงโต ขบวนแห่มังกรไฟอันลือชื่อ พร้อมด้วยขบวนเจ้าแม่กวนอิมสมมติ ฯลฯ จะทยอยออกมาตั้งแต่หัวค่ำ กว่าจะเสร็จก็คงดึกดื่นพอสมควร

ยิ่งปีนี้เป็นปีเฉลิมฉลองสายสัมพันธ์ 35 ปี มิตรภาพไทยจีน และท่านเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ท่านก็บอกแล้วว่านครสวรรค์เป็นจังหวัดที่จัดงานตรุษจีนได้ประทับใจท่านที่สุดตั้งแต่สมัยท่านยังเป็นนักการทูตชั้นผู้น้อยเมื่อหลายปีก่อนโน้น

เชื่อว่าขบวนแห่และการแสดงต่างๆ รอบเมืองก็คงจะมีอะไรโดดเด่นกว่าปีอื่นๆ อย่างแน่นอน

สำหรับในภาคกลางวันของวันชิวสี่ (17 ก.พ.) นั้น โดยข้อเท็จจริงถือเป็นวันสำคัญที่สุดของชาวนครสวรรค์ เพราะจะเป็นการจัดขบวนแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่

อย่างเต็มยศ…มีขบวนเยอะและยาวกว่าภาคกลางคืน

การแห่เจ้าภาคกลางวันในวันชิวสี่นี่แหละครับที่เป็นต้นกำเนิดงานตรุษจีนที่แท้จริงของจังหวัด สืบเนื่องมาจากโรคระบาดคนตายเป็นเบือเมื่อ 90 ปีก่อน ชาวบ้านไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร จึงจัดพิธีบวงสรวงบูชาและแห่เจ้าขึ้นเพื่อขอให้ท่านช่วยขจัดโพยภัย…ซึ่งก็เป็นไปตามทฤษฎี ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เนื่องจากโรคระบาดหายเป็นปลิดทิ้ง ส่งผลให้คนนครสวรรค์ยึดเป็นประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่เป็นต้นมานับแต่บัดนั้น

สรุปว่า วันนี้ (14 ก.พ.) หรือพรุ่งนี้ (15 ก.พ.) จะไปเที่ยวเยาวราชหรือที่อื่นๆก่อนก็ได้ แต่ขอความกรุณาเก็บแรงและเก็บสตางค์เอาไว้บ้าง

เพื่อไปไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่และชื่นชมกับพิธีแห่แหนอันยิ่งใหญ่อลังการที่ปากน้ำโพนครสวรรค์ ในคืนวันที่ 16 ก.พ. และเช้าจดเย็นวันที่ 17 ก.พ.

“ซูม”

Tags: ซอกแซกล่าสุด · ท่องเที่ยว