ซอกแซกสุดสัปดาห์นี้ คงจะเป็นเรื่องอื่นใดไปไม่ได้ละครับ นอกจากจะขอรายงานเกี่ยวกับ การเผชิญพายุหิมะที่เกาะฮอกไกโดที่ยังไม่จบให้จบเสียในวันนี้
อย่าเพิ่งเบื่อเสียก่อนนะครับ นานๆ จะเจอเรื่องตื่นเต้น แล้วก็สนุกแบบนี้สักที ขออนุญาตบันทึกเอาไว้ให้ครบถ้วน
เมื่อวาน ผมทิ้งท้ายเอาไว้ว่า เราต้องไปนั่งแกร่วที่ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกที่เมือง เพื่อรอฟังข่าวคราวว่าเราจะได้โรงแรมที่ไหนพักนอน
เพราะรถของเราไม่สามารถจะเดินทางต่อไปที่เมือง คาวากามิ อันเป็นจุดหมายปลายทาง (และจองโรงแรมรอเรียบร้อย) ได้อีกแล้ว เนื่องจากถนนทุกสายปิดหมด
แถมยังมีข่าวด้วยว่า โรงแรมใกล้ๆ ก็เต็มเอี้ยดทุกๆ แห่ง
เรานั่งรอตั้งแต่ 4 โมงเย็น จนเกือบ 6 โมง ก็ยังไม่ได้ข่าวคราวอะไรคืบหน้า
ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มเราหรอกครับ ยังมีคณะทัวร์อีกหลายคณะที่หลบมาตั้งหลักรอข่าวอยู่ที่นี่
อาหารมื้อคํ่าขายจนเกลี้ยง และในที่สุดก็เหลือเพียงข้าวแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่น รองท้องคนละจานเท่านั้นเอง
ความจริงด้านล่างของร้านอาหารซึ่งเป็นที่ขายของระลึกอย่างที่ผมเล่าไว้แล้ว เขามีพวกอาหารทะเลใส่ตู้แช่ไว้ขายด้วย รวมทั้งปูฮอกไกโดที่ได้ชื่อว่าเป็นปูทะเลที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น
แต่ดูเหมือนว่าร้านขายของที่ระลึกเขาจะชิงปิดไปเสียก่อน ทำให้ต้องปิดตู้แช่ปูและอาหารสดต่างๆ ไปโดยปริยาย
กลุ่มของผมจึงเหลืออาหารเพียง 2 อย่างคือ ข้าวราดแกงกะหรี่ กับข้าวแบบญี่ปุ่นโรยกุ้งป่นผสมปลาดิบ 2-3 ชิ้น
ผมเลือกข้าวแกงกะหรี่ครับ และรับประทานจนเกลี้ยงแบบตุนเอาไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกข้างหน้า
ข้างนอกหิมะยังตกต่อ จนกระทั่งประมาณ 2 ทุ่ม จึงหยุดสนิท รวมเวลาที่หิมะตกตั้งแต่เที่ยงวัน ของวันที่เรามาถึง…จนกระทั่ง 2 ทุ่มของวันต่อมา …32 ชั่วโมงโดยประมาณ
ถึงตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าจะนอนที่ไหน และที่หวังว่าจะนอนที่ร้านอาหารร้านนี้น่ะ เลิกหวังได้อย่างเด็ดขาด
เนื่องจากกรุ๊ปทัวร์กรุ๊ปอื่นเขาจองเอาไว้แล้ว และเพิ่งจะเดินทางมาถึงด้วยหน้าตาเหน็ดเหนื่อยสุดขีด
มีข่าวว่าชุดนี้ติดอยู่บนถนนหนักกว่าเรา เพราะบางช่วงเขาเจอถึง 7 ชั่วโมงไม่ขยับเขยื้อนเลย
ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่า เขาจะนอนกันยังไง ที่ร้านอาหารแห่งนี้…คำเฉลยก็คือ เขาจะยกโต๊ะ เก้าอี้ออกทั้งหมด ซึ่งจะทำให้กลายเป็นห้องโถงกว้างๆ ห้องหนึ่ง
เสร็จแล้วก็จะใช้ที่นอนฟูกชนิดเบาและเคลื่อนที่ได้ ปูลงกับพื้น 30-40 ฟูก เรียงเป็นตับ แล้วก็นอนกันบนนั้น
ผมมาทราบภายหลังว่า ฟูกเหล่านี้เช่ามาจากร้านที่มีบริการให้เช่าฟูกโดยตรง ซึ่งจะมีแทบทุกเมือง
เพราะเหตุการณ์แบบฝนตก นํ้าท่วม พายุกระหนํ่า แผ่นดินไหว ฯลฯ มักจะเกิดขึ้นเสมอ และการต้องไปนอนรวมในที่สาธารณะเช่นนี้ ก็มีอยู่เสมอๆ เช่นกัน
ทำให้เกิดบริการให้เช่าฟูกนอนเคลื่อนที่ขึ้นด้วยประการฉะนี้
ตอน 2 ทุ่มที่พวกเรานั่งรอข่าวอยู่ที่ร้านอาหารนั้น…เขายกฟูกกองเบ้อเริ่มมารอไว้แล้วครับ และจะเป็นที่นอนของนักท่องเที่ยวกลุ่มที่โซซัดโซเซมาถึงเมื่อสักครู่
ส่วนของกลุ่มเรายังต้องรอต่อไป… แต่อีกแผล็บเดียวข่าวดีก็มาถึง เราจะได้ที่นอนที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ห่างจากที่นี่ประมาณ 20 กิโลเมตร
กำลังจะส่งเสียงเฮที่ได้โรงแรมนอนอยู่แล้วเชียว กลับต้องหยุดกึกเมื่อหัวหน้าทัวร์รายงานต่อว่า…ได้โรงแรมก็จริง แต่เราจะต้องไปนอนรวมกันในห้องโถงใหญ่ ผู้ชายอยู่ห้องหนึ่ง ผู้หญิงอยู่ห้องหนึ่ง
แต่ก็เอาเถอะ ถึงยังไงก็ยังดีกว่าไม่มีที่หลับนอนละน่า
คณะของเรากลับมาที่รถเพื่อจะเดินทางต่อไปที่โรงแรม “อะบิชิริ แกรนด์ โฮเต็ล” ซึ่งเป็นโรงแรมชั้นดี อยู่ในระดับ 4 ดาว และเราก็หวังว่าห้องโถงรวมของเขาคงจะ 4 ดาวด้วย
ผมมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ซึ่งบัดนี้ไม่มีเมฆหมอก ไม่มีหิมะใดๆ อีกแล้ว เห็นดาวระยิบระยับสวยงามอย่างบอกไม่ถูก
อีกครึ่งชั่วโมง เราก็ไปถึงโรงแรม และก็ได้ที่นอนซึ่งเป็นห้องจัดเลี้ยงแบบปูเสื่อนั่งพื้นสไตล์ญี่ปุ่นนั่นเอง
เป็นห้องขนาดใหญ่พอสมควร เรียกว่าพอปูที่นอนเคลื่อนที่ลงไปแล้ว ก็นอนกันได้ถึง 20 กว่าคนทีเดียว
ในบริเวณที่ผมพักมีอยู่ 3 ห้อง เป็นของคณะเราเสีย 2 ห้อง คือ หญิง 1 ชาย 1 อย่างที่ว่า ส่วนห้องที่ 3 อย่านึกว่าว่างนะครับ…ยังมีทัวร์อีกกรุ๊ปโซซัดโซเซตามมานอนด้วยประมาณสัก 10 นาทีให้หลัง
พวกเราต่างทยอยเข้าไปจองที่นอนโดยไม่รีบร้อน และถ้อยทีถ้อยอาศัยกันอย่างน่ารัก
การอาบนํ้าจะต้องไปอาบรวมที่ห้องนํ้าแร่ ซึ่งแปลว่าจะต้องไปเปลือยกายอาบร่วมกันกับเพื่อนร่วมทัวร์ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนชุดนี้
ผมไปญี่ปุ่นหลายครั้ง ไม่เคยอาบนํ้าแร่หรือนํ้าอุ่นที่ห้องรวมเลยครับ เพราะเขินๆ ยังไงก็ไม่รู้
แต่คืนนี้ที่ฮอกไกโด มัวเขินอยู่เห็นจะไม่ไหว เพราะเหนื่อยมาทั้งวัน จึงตัดสินใจเดินไปห้องอาบนํ้ารวม และร่วมโทงๆ กับเพื่อนร่วมทัวร์ทั้งหลาย และลงไปแช่นํ้าแร่เสียด้วยตามระเบียบ
อาบนํ้าเสร็จกลับมานอนตอน 4 ทุ่มได้กระมัง แล้วก็หลับสนิท ใครจะกรนอย่างไรบ้างไม่ฟังละครับ เพราะเพลียเหลือเกิน
ตื่นเช้าไปอาบนํ้าที่เดิมอีกหน แล้วก็กลับมาแต่งตัว กินอาหารเช้า พร้อมกับออกเดินทางต่อ
ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุขกันทั่วหน้า และทักทายกันอย่างคุ้นเคยประสาเพื่อนร่วมรถร่วมนอน และร่วมโทงๆ มาด้วยกัน!
ขอบคุณจริงๆ สำหรับพายุหิมะฮอกไกโด ที่ทำให้การไปญี่ปุ่นของผมคราวนี้ มีรสชาติที่คงจะต้องจดจำไปอีกนานแสนนาน
นี่ขนาดเขียนอย่างย่อๆ ตัดฝอยทิ้งหมดยังใช้เวลาถึง 3 วัน…คงลืมยากครับ เหตุการณ์ ครั้งนี้.
“ซูม”