เข้าวัดไหว้พระหลวงพระบางมาหลายวัดแล้ว สัปดาห์นี้คงต้องพาท่านผู้อ่านไปช็อปปิ้งสลับฉากเสียบ้าง เพราะไปเที่ยวเมืองไหนแล้วไม่ช็อปปิ้งเลยเดี๋ยวจะเสียชื่อคนไทย
ถามว่าหลวงพระบางมีสินค้าอะไรให้ช็อปปิ้งด้วยหรือ?
ตอบว่า…มีครับ…ก็สินค้าพื้นเมืองหรือผลิตภัณฑ์โอทอปของหลวงพระบางเขาไงล่ะ โดยเฉพาะพวกเสื้อผ้าทอมือต่างๆ ของเขาน่ารักไม่เบาทีเดียว
โดยทั่วไปแล้วแผงขายสินค้าหัตถกรรมพื้น บ้านของเขาจะมีอยู่ทุกแห่งที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแม้แต่ตามข้างวัดข้างโบสถ์ก็มีให้เห็น
ผ้าไหม ผ้าฝ้าย หรือเครื่องประดับต่างๆ รวมทั้ง เครื่องเงินแท้ และเครื่องเงินเทียมจะมีอยู่ทั่วๆ ไป
สนนราคาอยู่ในเกณฑ์พอรับได้ ไม่ถูกไป ไม่แพงไป แถมยังต่อได้อีก
ที่สำคัญใช้เงินบาทนี่แหละซื้อได้เลย บอกราคา กันเป็นบาท จึงไม่ต้องแลกเงินกีบไปให้เสียเวลาเปล่าๆ
แต่ถ้าจะซื้อให้สนุกลองไปที่ บ้านผานม ซึ่งเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงของหลวงพระบาง
เขาเปิดเป็นโรงเรือนขนาดใหญ่พอสมควร ตั้งแผงขายผ้าเรียงรายเป็นตับ ให้เดินดูเดินเลือกและเดินต่อกันได้อย่างสนุก
ที่หลวงพระบางเขาดีอยู่อย่างคือ แม่ค้าส่วนมากอารมณ์ดี ไม่ออกอาการหงุดหงิดเหมือนบางประเทศ
เพราะฉะนั้น ถ้ามีโอกาสต่อก็ขอให้ต่อเอาไว้ก่อน จะได้ไม่เสียใจภายหลังว่าซื้อแพงกว่าเพื่อนๆ
ที่บ้านผานมเขาจะมีโรงทอโรงเย็บให้เราดูด้วย แบบเดียวกับโครงการพัฒนาหมู่บ้านของกรมพัฒนาชุมชนบ้านเรานี่แหละ
เผอิญของเขามีไม่กี่แห่ง และเวลานักท่องเที่ยว ไปหลวงพระบางบริษัททัวร์ต่างๆ ก็มักจะพาไปที่หมู่บ้านนี้ ก็เลยดูเหมือนว่าของเขาค่อนข้างแน่นและคึกคักกว่าของเรา
ที่ผมชอบและเจาะจงขอให้ผู้ประสานงานพาไปดูโดยตรง ได้แก่ตลาดกลางคืน ซึ่งเขาจะ วางขายสินค้าพื้นเมืองเหล่านี้ แบบแบกะดินในถนนหรือตรอกบางตรอก ที่เขาจะปิดการจราจรเพื่อเปิดให้วางขายของ และให้คนเดินซื้อของกันตามใจชอบ แบบถนนคนเดิน
เหตุที่ผมเจาะจงขอไปดูเพราะเมื่อ 2 เดือนก่อน ผมไปเสียมราฐ มีโอกาสเสวนากับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวกัมพูชา…ที่เคยเขียนเล่าไว้แล้ว
ท่านรัฐมนตรีกัมพูชาเล่าว่า ท่านกำลังจัดทำ ถนนคนเดินตอนกลางคืนแบบเชียงใหม่ขึ้นที่เสียมราฐ
ผมถามยํ้าว่าท่านหมายถึง “ไนท์บาซาร์” ใช่หรือไม่? ท่านก็ตอบว่าไม่ใช่…เพราะไนท์บาซาร์ค่อนข้างสว่างไสวและเป็นถนนริมฟุตปาท
แต่ที่ท่านไปเห็นเป็นถนนที่คนเดินได้ตลอดและติดไฟสลัวๆ บรรยากาศเหมือนจุดเทียนแบบโบราณๆ
ท่านบอกว่าเชียงใหม่ น่าจะจดจำมาจากหลวงพระบาง แต่เผอิญท่านไม่มีโอกาสไปหลวงพระบาง ก็เลยใช้วิธีก๊อบปี้มาจากเชียงใหม่แทน
ผมไม่ได้ไปเชียงใหม่ ปีกว่าแล้ว ไม่ทราบว่ามีถนนสลัวๆ แบบนี้อยู่ที่บริเวณไหน แต่เมื่อมีโอกาสไปถึงหลวงพระบางและนึกถึงคำอธิบายของรัฐมนตรีท่องเที่ยว กัมพูชาขึ้นมาได้ว่า ต้นกำเนิดอยู่ที่นี่ จึงอยากจะขอดู
ก็เลยได้ดูสมปรารถนา แต่ลืมจดมาเสียสนิทว่าชื่อถนนอะไร…ซึ่งคงไม่เป็นไร เพราะได้ข่าวว่ามีอยู่ 2-3 ที่ลักษณะเดียวกัน ใครไปถึงโน่นแล้วบอกไกด์พาไปรับรองได้เห็นแน่
จริงๆ แล้วก็คือถนนคนเดินนั่นแหละ เพียงแต่ เขาใช้ตะเกียงแบบหลอดไฟแรงเทียนตํ่ามาห้อยไว้ หน้าร้าน ทำให้เหมือนกับใช้ตะเกียงรั้วในแบบสมัยก่อน
ส่วนสินค้าก็วางขายกันสารพัดไป ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ และเครื่องหัตถกรรมพื้นบ้าน
เสน่ห์ของ “ตลาดคํ่า” ที่ว่านี้อยู่ที่ความสลัว นี่แหละครับ…เพราะเขาไม่ใช้แสงนีออนแบบไนท์ บาซาร์บ้านเราเลยสักหลอดเดียว
แถมถนนหรือตรอกก็ยาวพอสมควรเดินกันเมื่อยไปละครับ สำหรับคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นแต่ซื้ออะไรไม่เป็นอย่างผม
ตลาดคํ่าหลวงพระบางจะเปิดขายตั้งแต่ 6 โมงเย็นไปจนถึงประมาณ 4 ทุ่ม ใครไปดึกกว่านี้ตลาดจะเริ่มวายแล้วครับ
เอาละ…เป็นอันว่าได้เห็น “ตลาดคํ่า” ของเขาแล้ว และพอจะนึกออกแล้วว่าเสน่ห์อยู่ตรงความสลัวนี่เอง
ก็นึกขึ้นมาได้อีกว่า ที่หลวงพระบางเขายังมี “ตลาดเช้า” ที่ขึ้นชื่อลือชา เพราะจะมีของสดของคาวมาขายเรียงรายริมถนนในตอนเช้าๆ มากมาย
ทุกวันนี้ที่เมืองไทยตลาดเช้าต่างๆ ไปอยู่ในตลาดสดเกือบหมดแล้ว หรือไม่ก็ไปอยู่ในซุปเปอร์มาร์เกต ขายกันทั้งวัน…แต่ที่หลวงพระบางยังมีให้เห็นที่ถนนหลายแห่ง และดังที่สุดก็คือบริเวณสามแยกท่าเรือเมล์ บริเวณถนน แคมโขง (หรือ ริมโขง นั้นเอง)
ตรอกทั้งตรอกบริเวณนั้นจะกลายเป็นตลาดขายผัก ขายปลา ขายเนื้อ ขายขนม ขายปาท่องโก๋ และของหมักดองต่างๆ (รวมทั้งปลาร้าด้วย) ยาวยืด ตั้งแต่หัวตรอกจดท้ายตรอก
ปาท่องโก๋ของเขามีทั้งอย่างธรรมดา และประเภท คลุกนํ้าตาล ให้รสชาติที่อร่อยไปอีกแบบหนึ่ง
ออกจากตรอกแล้วขอให้ถามคนแถวนั้นดูว่า ร้านกาแฟ “ประชานิยม” อยู่ตรงไหน เพราะเป็นร้านชื่อดัง คนรู้จักทั้งหลวงพระบาง
เดินไปตามทางที่ชาวบ้านชี้ ก็จะกลับออกมาที่ถนนแคมโขงอีกครั้ง…และจะเห็นร้านกาแฟร้านหนึ่ง ผู้คนนั่งเบียดล้อมวงแน่นขนัดโต๊ะที่ตั้งอีก 2-3 โต๊ะ ก็แน่นเช่นกัน
ร้านกาแฟสตาร์บั๊คเกิดขึ้นครั้งแรกที่ซีแอตเติล แต่ร้านกาแฟ “ประชานิยม” เกิดขึ้นที่หลวงพระบาง และอยู่คู่หลวงพระบางมาหลายสิบปี…ว่ากันว่า ตั้งแต่ยุคที่ฝรั่งเศสยังปกครองลาวโน่นทีเดียว
คำว่า “ประชานิยม” ไม่ใช่นโยบายของพรรคการเมืองไหนทั้งสิ้น แต่เป็นชื่อร้านกาแฟร้านนี้ ที่ใครไปตลาดเช้าแล้วอดที่จะแวะมาลิ้มรสเสียมิได้
กาแฟใส่นม รสชาติเดียวกับกาแฟโบราณบ้านเรานั่นแหละ ส่วนเครื่องแกล้มหรือเครื่องเคียงนอกจากปาท่องโก๋แล้วยังมีขนมปังสไตล์ฝรั่งเศส แท่งเบ้อเริ่มวางอยู่ด้วย
ลองดูสักแก้ว 2 แก้วนะครับ…จะได้เก็บไว้คุยได้ว่าไปดื่มกาแฟ “ดังที่สุด” ของหลวงพระบางมาแล้ว!
ซูม