เมื่อวันจันทร์ ที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ห้องแกรนด์ฮอลล์ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ถนนวิทยุ แน่นขนัดอีกครั้งหนึ่ง
ที่ต่างกว่าวันอื่นๆ ก็คือปกติ ห้องโถงอันใหญ่ มหึมา ของโรงแรม ที่ดังที่สุดของประเทศไทยห้องนี้ มักจะใช้สำหรับงานแต่งงานในระดับช้าง หรือระดับไฮโซ
แต่ ณ เวลาบ่ายๆ ของวันที่ผมอ้างถึง ห้องโถงที่ว่าถูกดัดแปลง เป็นเวทีละครเล็กๆ และมีที่นั่งเรียงรายให้นั่งเต็มห้องแบบสบายๆ
กว่าครึ่งหนึ่งของผู้คน ที่นั่งอยู่ในห้องเป็นเด็กนักเรียน แต่ก็มีแขกรับเชิญที่แต่งสูท เป็นระเบียบเรียบร้อยมาร่วมด้วยหลายร้อยคน
นี่คือพิธีมอบรางวัลโครงการ “กรุงไทยยุววาณิช” ปี 2546 และเปิดโครงการต่อสำหรับปี 2547
ธนาคารกรุงไทยริเริ่มโครงการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนฝึกฝนตัวเอง เพื่อเป็นพ่อค้ารุ่นเยาว์มาตั้งแต่ปี 2545 ชื่อ “ยุววาณิช” ก็บอกอยู่แล้วว่าหมายถึงการเป็นพ่อค้ารุ่นเยาว์ หรือ “เถ้าแก่น้อย”
หลักเกณฑ์ของโครงการก็คือ ขอให้เด็กๆ นักเรียนรวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน จัดทำโครงการประกอบธุรกิจจำลองให้เหมือนกับธุรกิจจริงๆ ขึ้นมาอีกธุรกิจหนึ่ง
เสร็จแล้วก็ลงมือดำเนินการธุรกิจที่ว่านั้น ทั้งโดยจัดทำแผนและลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังไปเรื่อยๆ
พร้อมกับรายงานผลการดำเนินงานให้แก่ ธนาคารกรุงไทยรับทราบเป็นระยะๆ จนเมื่อคณะกรรมการที่ธนาคารจัดตั้งขึ้นอ่านรายงานแล้วพอใจ ก็จะคัดให้เหลือจำนวนหนึ่ง
ทีมใดได้เข้ารอบ 200 รายสุดท้าย จะได้รางวัลไปก่อน รายละ 20,000 บาท
ถ้าผ่านเข้ามาได้ถึง 10 ทีมสุดท้าย โอกาสได้รางวัลต่างๆ ก็มีมากขึ้น เพราะเขามีรางวัลหลายประเภท
ใครที่ได้แชมป์หรือเป็นเลิศ จะได้เงินถึง 400,000 บาท แบ่งกันคนละครึ่ง แบบวัดครึ่งนึง เอ๊ย โรงเรียนครึ่งนึง เด็กนักเรียนครึ่งนึงเลยทีเดียว
ส่วนรองชนะเลิศ ก็จะได้รางวัล 2 แสนบาทแบ่งคนละครึ่งอีกเช่นกัน
การริเริ่มในปีแรกจะมีผู้ส่งเข้าประกวดเท่าไรไม่ทราบได้ แต่ปีที่ 2 หรือปี 2546 ที่เขาจะประกาศรางวัลในวันนี้ มีสมัครเข้ามาถึง 888 โครงงาน
ในที่สุดก็คัดเหลือ 200 โครงงาน แล้วก็เหลือรอบสุดท้าย 10 โครงงาน ซึ่งธนาคารได้เชิญมาเสนอผลงานพร้อมๆ กันที่เขาใหญ่ เมื่อเดือนมิถุนายน
ลองอ่านตัวอย่างของโครงงานสัก 4-5 โครงงานดูก็ได้ครับ ว่าน่าสนใจเพียงใด
เริ่มจากโครงงาน “Unseen in Phang-Nga” ของ วิทยาลัยเทคนิคพังงา จัดตั้งเป็นบริษัทนำเที่ยว ชื่อ “ห้างหุ้นส่วนจำกัด ข้าวตอกและดอกเข็ม” เชิญชวนลูกค้าหรือผู้สนใจไปเที่ยวสถานที่เป็น Unseen ของพังงาทั้ง 5 แห่ง โดยเด็กๆ กลุ่มนี้จะเป็นมัคคุเทศก์ และดำเนินการเหมือนบริษัทท่องเที่ยวขนาดเล็กๆ
โครงงาน “แปรรูปผลิตภัณฑ์” ของ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี ประกอบด้วย นักศึกษา 10 คน นำผลผลิตที่ผลิตได้ในวิทยาลัยมาแปรรูป มีทั้ง น้ำพริก, เครื่องดื่ม และ ขนม ประเภทของว่างต่างๆ
โครงงาน “ทองผำทองเตา” ของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ นำ “เตา” และ “ผำ” ซึ่งเป็นพืชและสาหร่ายที่ขึ้นในหนองน้ำสะอาด มาผสมกับแป้งทองม้วนสำหรับทำเป็นขนมรับประทาน เพราะผลจากการวิจัยพบว่าผำและเตามีคุณค่าทางโภชนาการอย่างยิ่ง และหาได้ง่ายมากในหนองน้ำภาคเหนือ
จากนั้นก็มีโครงงาน เครื่องไล่ยุงอิเล็กทรอนิกส์ ของ วิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์, โครงงานปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพครบวงจร ของโรงเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศก, โครงงาน ส้มตำทอด ของ โรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เป็นต้น
ความจริงเขามีตัวอย่างโครงงานมาโชว์ที่ห้องประชุมด้วย และผมก็เดินดูครบทุกโครงงานนั่นแหละ แต่จดมาได้เพียงเท่านี้เอง ต้องขออภัยโครงงานอื่นๆ ที่ตกหล่นไปด้วยครับ
เสร็จแล้ว เขาก็มีพิธีประกาศรางวัลและมอบรางวัลให้แก่โครงงานที่ชนะเลิศ ซึ่งปีนี้เป็นของโรงเรียน มงฟอร์ตวิทยาลัย จากโครงงาน “ทองผำทองเตา” คว้าไป 4 แสนบาท ตามที่ประกาศไว้
สำหรับโครงงานอื่นๆ ก็ได้รับรางวัลปลอบใจคนละพอท้วมๆ เรียกว่าได้เข้ามาถึงรอบนี้แล้ว ยังไงๆ ก็ต้องมีรางวัลติดปลายนวมไม่มากก็น้อย
หลังจากแจกรางวัลประจำปี 2546 จบลงแล้ว ธนาคารกรุงไทยก็ประกาศว่าจะมีโครงการต่อในปีนี้อีก และจะมีการเดินสายไปชี้แจงตามภาคต่างๆ ด้วย
เผอิญผมเองไม่สามารถจะจดอะไรได้ เพราะเขาเปิดไฟสลัวอยู่ตลอด จึงไม่มีรายละเอียดมาฝากน้องๆ โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ว่าหน่วยเคลื่อนที่ของเขาจะไปที่จังหวัดไหน เมื่อไร
มีแต่ประกาศรวมๆ ที่ผมหยิบเอกสารมาได้แผ่นหนึ่ง บอกว่า นักเรียนที่สนใจ จะเข้าร่วมโครงการ “กรุงไทย ยุววาณิช” ปี 2547 ขอรับใบสมัครโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ
พูดง่ายๆ ก็คือเดินเข้าไปในธนาคารกรุงไทยใกล้บ้านของท่าน แล้วขอเอกสาร ใบสมัครได้เลยครับ
จะมีรายละเอียดให้อ่านว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง เมื่อสนใจและตัดสินใจแล้วค่อยส่งใบสมัครไปตามที่อยู่ที่เขาแจ้งไว้ในใบสมัครอีกครั้งหนึ่ง
ประเด็นใหญ่อีกประเด็นหนึ่งที่ผมจะต้องบอกแก่น้องๆ หลานๆ และโรงเรียนทั้งหลาย ก็คือหมดเขตรับสมัครวันที่ 31 สิงหาคม 2547 นี้ครับ!
แปลว่าน้องๆ จะต้องไปหาข้อมูล หารายละเอียดเตรียมตัวดำเนินการและสมัครเข้าร่วมโครงการภายใน 31 สิงหาคม (ยังมีเวลาอีกเดือนกว่าๆ)
หลังจากนั้นก็เข้าขบวนการ เข้าขั้นตอน และราวๆ กรกฎาคมปีหน้า 2548 จึงจะมาประกาศผลแบบปีนี้
ธนาคารกรุงไทยเขาเรียกโครงการนี้อีกอย่างหนึ่งว่า โครงการ “ชีวิตที่เลือกได้” หมายถึงเป็นโครงการที่จะสอนให้เด็กๆ เลือกชีวิตของตนเอง ตัดสินใจเอง เริ่มจากเล็กๆ ก่อน แล้วไปโตภายหลัง
เป็นโครงการที่ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ จึงขออนุญาตนำมาเขียนแนะนำให้เต็มที่…และขอให้น้องๆ โชคดี…ตอนนี้ เป็นเถ้าแก่น้อยไปก่อน โตขึ้นค่อยเป็นเถ้าแก่ใหม่ และเถ้าแก่ใหญ่กันทุกๆ คนนะครับ.
“ซูม”