zoomzogzag.com

zoomzogzag.com header image 2

ล่องแม่น้ำคงคา

March 20th, 2005 · No Comments

มาเมืองพาราณสีทั้งที หากไม่ไปลอยเรือในแม่นํ้าคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ และชมดู พิธีบูชาพระอาทิตย์ และการอาบนํ้าล้างบาป ของชาวฮินดูเสียหน่อยละก็…ท่านว่ายังมาไม่ถึงแก่นของเมืองนี้

 

และถ้าจะให้ถึงกันอย่างสุดๆ เขาให้ไปลอยเรือ ที่หน้าแท่นเผาศพริมนํ้าเพื่อดูพิธีเผาศพแบบ โอเพ่นแอร์” ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาไม่ตํ่ากว่า 2 พันปี

 

รวมทั้งจะโชคดีมากๆ หากว่าขณะลอยเรือไปตามลำนํ้าคงคานั้น มีศพ” บางศพที่เขาปล่อยลอยมาตามแม่นํ้าโผล่ขึ้นมาทักทายข้างๆ เรือ

 

ด้วยเหตุนี้ หลังจากเข้ากราบนมัสการสังเวชนียสถาน ป่าอิสิปตนมฤคทายวันสถานที่แสดงปฐมเทศนา ได้รับความอิ่มเอิบและปีติใจอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว คณะแสวงบุญทั้งหลายจึงรีบขึ้นห้องพักเพื่อที่จะหลับนอนแต่หัวคํ่า

 

เตรียมตัวเตรียมใจที่จะตื่นตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง เพื่อออกเดินทางไปยังแม่นํ้าคงคา

 

ปรากฏว่าตี 5 เป๊ะ ลูกทัวร์กว่า 100 คน ต่างก็มาพร้อมหน้าพร้อมตาโดยไม่มีใครตกหล่น และสามารถเคลื่อนพลเข้าสู่ใจกลางเมืองพาราณสี ได้ตามกำหนดการ

 

จุดที่เราจะไปลงเรือ ได้แก่ ท่าทศวเมธ” ซึ่งเป็นท่านํ้าที่เป็นศูนย์กลางระหว่างท่าทั้งหลายที่มีด้วยกัน 4 แห่ง

 

ตามตำนานบอกว่า เมื่อตอนสร้างท่านี้ในอดีตกาล ได้มีพิธีบูชายัญด้วยม้าถึง 10 ตัว จึงได้ ชื่อว่า ทศวเมธ” ถือเป็นท่าที่ชาวฮินดูให้ความสำคัญสูงสุด แม้แต่ท่านมหาตมะคานธี หรือผู้นำอินเดียอีกหลายๆ ท่านก็เคยอาบนํ้าที่ท่านี้

 

แต่กว่าเราจะไปถึงท่าจะต้องลงเดินเท้าไกลพอสมควร เพราะไม่มีถนนที่ใหญ่พอสำหรับให้รถทัวร์แล่นเข้าไปใกล้ฝั่งนํ้าได้

 

เราจึงต้องออกเดินฝ่าส่วนหนึ่งของเมืองพาราณสียุคปัจจุบัน ซึ่งแออัดหนาแน่นไปด้วยผู้คน

 

แถมยังเฉอะแฉะส่งกลิ่นประหลาดๆ คละคลุ้ง

 

บางขณะก็มีวัวเดินสวนมาและบ่อยครั้งที่มีขบวน 3 ล้อแบบอินเดียแซงหน้าเราไป

 

แน่นอนที่สุด เราจะต้องเผชิญกับขอทานที่มาเดินดักหน้าดักหลังเป็นฝูงๆ กว่าจะไปถึงท่านํ้า

 

ในที่สุด คณะของเราจากไทยรัฐก็ได้ลงเรือสไตล์อินเดีย ที่มีขนาดใหญ่กว่าเรือจ้างยุคก่อนที่เราเห็นแจวอยู่แถวๆ คลองบางกอกน้อย

 

สามารถรองรับพวกเราทั้ง 25 คน ได้อย่างสบายๆ และท่าทางมั่นคงแข็งแรง ไม่น่าจะล่มง่ายๆ

 

ที่สำคัญนํ้าในแม่นํ้าคงคาก็มิได้ไหลแรงเท่าไร นัก ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคลื่นมาซัดให้เรือโคลงเหมือนแม่นํ้าเจ้าพระยาของเรา ซึ่งคลื่นแรงกว่าหลายเท่า

 

นี่คือแม่นํ้าที่ไหลมาจากป่าหิมพานต์ เทือก เขาหิมาลัย มีความยาวจากต้นนํ้าถึงปลายนํ้าถึง 1,551 ไมล์

 

ถือเป็นแม่นํ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอินเดียให้ความเคารพนับถือมาก่อนยุคพุทธกาลเสียอีกด้วยซํ้า

 

แม้โดยความเชื่อถือของชาวอินเดียแม่นํ้าคงคาจะมีความศักดิ์สิทธิ์ตลอดทั้งสาย แต่จุดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดก็คือบริเวณเมืองพาราณสีนี่เอง

 

เพราะเป็นเมืองที่สมัยหนึ่งพระศิวะเคยทะเลาะกับพระพรหม จึงตัดศีรษะพระพรหมออกมาศีรษะหนึ่งโยนมาตกที่บริเวณริมฝั่งนํ้าของเมืองนี้

 

นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อแต่โบราณกาลว่า พระศิวะได้เสด็จมาที่เมืองนี้บริเวณนี้ ครั้งแล้ว ครั้งเล่า

 

ทำให้พาราณสีกลายเป็นเมืองสวรรค์ที่ชาวฮินดูเชื่อว่ามาตายที่นี่แล้วเผาที่นี่จะได้ขึ้นสวรรค์

 

สถานที่เผาศพนั้น อยู่ที่ท่านํ้าอีกท่าหนึ่ง เรียกว่า ท่า “มณิกรรณิการ์ฆาต” ซึ่งเชื่อกันว่าพระศิวะเคยเสด็จมาที่ท่านี้และทำต่างหูข้างหนึ่งหล่นลงที่นี่ จึงได้เชื่อว่า “มณิกรรณิการ์” ตามชื่อของต่างหู

 

ขบวนเรือของเราซึ่งมี 4-5 ลำ กำลังเคลื่อนไปที่ท่ามณิกรรณิการ์ฆาตทีละน้อย เพื่อจะไปดู ชมพิธีเผาศพริมฝั่งนํ้าและดูไฟจุดศพที่เล่าลือกันว่าไม่เคยดับเลยกว่า 3,000 ปี

 

2 ฝั่งแม่นํ้าคงคาที่เห็นดูจะแตกต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือ

 

ฝั่งที่เป็นตัวเมืองพาราณสีที่เขามาสร้างท่านํ้าไว้นั้น มีตึกรามมากมาย แม้จะเก่าแก่ดูโทรมลงไปเยอะ แต่ก็มีริ้วรอยของความรุ่งเรืองในอดีต

 

เขาเรียกฝั่งด้านนี้ว่า ฝั่ง “สวรรค์” เพราะเป็นฝั่งอาบนํ้า ฝั่งเผาศพ แล้วได้ขึ้นสวรรค์ จึงมี ตึกรามมากมาย มีเทวาลัยถึง 62 แห่ง

 

ขณะเดียวกัน ก็มีตึกรามบ้านช่องสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย และเป็นโรงแรมสำหรับคนใกล้ตายที่มาเช่านอนรอความตายอยู่ที่นี่

 

พอตายปุ๊บจะได้เผาที่ฝั่งนํ้าโดยสะดวก ว่างั้นเถอะ

 

ส่วนอีกฝั่งหนึ่งที่อยู่ตรงข้าม มีแต่ความว่างเปล่า เห็นต้นไม้บ้างอยู่ลิบๆ…เขาเรียกว่า ฝั่ง “นรก” เพราะจะไม่มีคนไปอยู่อาศัยเลย

 

ทั้งๆ ที่ดูด้วยสายตา ฝั่งนรกจะน่าอยู่น่าอาศัยกว่าเยอะ เพราะเต็มไปด้วยความสงบ และมีต้นไม้ อยู่บ้าง

 

ตรงข้ามกับฝั่งสวรรค์ที่แออัดยัดเยียด ทั้งตึกรามบ้านช่องและผู้คนน่าจะเป็นนรกเสียมากกว่าในความเป็นจริง

 

ก็เอาเถอะ เขาเชื่อของเขาอย่างนั้น เราก็คงต้องเคารพความเชื่อของเขา

 

เรือของเราเคลื่อนเอื่อยๆ มาเรื่อยด้วยฝีพาย 2 คน ที่ช่วยกันพายอยู่ที่ท้ายเรือ

 

ระหว่างนั้นก็มีเรือเล็กเรือน้อยเร่เข้ามาขายข้าวของสารพัดอย่าง มีทั้งซีดีสวดมนต์ มีทั้งหนังสือและรูปไปสวรรค์ มีทั้งปลาสำหรับให้ปล่อยไปจนถึงดอกไม้ธูปเทียน และกระทงเล็กๆ สำหรับลอยกระทง

 

เผอิญคณะของเราซื้อกระทงมาพรั่งพร้อมอยู่แล้ว จึงไม่ต้องซื้อเพิ่มเติมกลางแม่นํ้าอีก

 

และเมื่อเรือลอยออกมาได้พักหนึ่ง เราก็ทำพิธีไหว้พระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นเหนือแม่นํ้าคงคา

 

จากนั้นท่านเจ้าคุณ วีรยุทธ วีรยุทฺโธ พระ ธรรมทูต หัวหน้าคณะของกลุ่มเรา ก็นำสวดมนต์ บทยาวๆ แล้วจึงทำพิธีลอยกระทงพิเศษกันกลางแม่นํ้าคงคา

 

ไม่ใช่วันเพ็ญเดือนสิบสองแบบบ้านเรา แต่เป็นวันขึ้น 3 คํ่า เดือน 4 พอดิบพอดีเท่าที่ผมดูจากปฏิทิน

 

อีกครู่หนึ่งต่อมา เราก็เห็นควันกรุ่นๆ จากท่ามณิกรรณิการ์ฆาต สถานที่เผาศพอยู่ข้างหน้า

 

ได้เวลาดูพิธีเผาศพ โอเพ่นแอร์ แล้วครับ!

 

ซูม”

 

Tags: ท่องเที่ยว