ผมได้รับหนังสือ “รัตนโกสินทร์ ที่กินถิ่นอร่อย” จากฝ่ายประชาสัมพันธ์ ธนาคาร กรุงเทพ มา 1 เล่ม เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา
เป็นหนังสือแนวเดียวกับ “อิ่มอร่อยตามรอยเจ้าสัว” แนะนำอาหารลีลี (ดีๆ) อาหล่อย อาหล่อย (อร่อยๆ) ย่านเยาวราช เมื่อปีที่แล้ว
ปีนี้เน้นเฉพาะในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ แล้วก็นำที่กินและของอร่อยมาบอกกล่าวกันด้วยหนังสือเล่มสวยๆ เหมือนเช่นเคย
เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ผมก็เลยอาศัยเป็นคู่มือกระโดดขึ้นรถเมล์สาย 53 ซึ่งในอดีตเคยเรียกว่าสายรอบเมือง ออกจากเทเวศร์เลาะคลองผดุงกรุงเกษม เรื่อยมาจนถึงหัวลำโพง
จากนั้นก็เข้าเยาวราช ผ่านพาหุรัด ปากคลอง ตลาด พระบรมมหาราชวัง ธรรมศาสตร์ ถนนพระอาทิตย์ บางลำพู แล้วกลับไปจอดเทเวศร์ ต้นทางอีกหน
เหตุผลที่เลือกรถเมล์สายนี้และเส้นทางนี้ ก็เพราะมีจุดที่จะผ่านบริเวณสำคัญๆ ของเกาะรัตนโกสินทร์หลายๆ จุด หลายๆ ย่าน
นั่งตะลอนระลึกความหลังไปเรื่อยๆ ได้ทั้งบรรยากาศเก่าๆ และบรรยากาศใหม่ๆ ผสมผสานกัน
พร้อมกันนี้ก็ตั้งใจว่า หิวเมื่อไรก็จะลงจาก รถเมล์ เพื่อหาอาหารกลางวันรับประทานตามลายแทงที่บ่งบอกไว้ในหนังสือเล่มนี้
รถเมล์สาย 53 ที่ผมขึ้นจากหัวลำโพงวิ่งผ่านมาทางวัดไตรมิตรฯ วงเวียนโอเดียนเข้าเยาวราช แล้ววกวนท่าไหนไม่ทราบมาออกที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นจุดที่จะเริ่มเข้าสู่เกาะรัตนโกสินทร์ของรถเมล์สายนี้
คงเป็นเพราะเป็นเวลาใกล้เที่ยง ผู้โดยสารจึงไม่แน่นนัก พอมีที่ให้นั่งดูวิวอย่างสบายๆ
อีกทั้งรถราก็ไม่ติดขัดอย่างที่คาดไว้ สามารถแล่นไหลมาได้เรื่อยๆ จึงไม่ต้องทรมานสูดควันท่อไอเสียเหมือนเมื่อ 4-5 ปีก่อน เวลาไปย่านเยาวราช
จากศาลรัฐธรรมนูญ รถแล่นเข้าพาหุรัด ผ่าเข้าไปในถนนหน้าตลาดเลยทีเดียว
บอกไม่ถูกว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่อย่างไร เพราะก็ยังมองเห็นร้านขายผ้า โดยเฉพาะ ผ้าไทยๆ และของใช้แบบไทยๆ เหมือนเมื่อก่อน
ในส่วนที่เป็นอินเดียก็ยังเป็นอินเดีย เหมือน กับที่หนังสือของธนาคารกรุงเทพเล่มนี้ให้ฉายาว่า “ลิตเติลอินเดีย” นั่นแหละครับ
แถวๆนี้ ถ้าลงรถเดินย้อนไปที่วังบูรพา ผมมีร้านประจำอยู่ 2 ร้าน ซึ่งอยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย ได้แก่ ร้าน จีจ้งหว่อ หน้าโรงหนังควีนส์ เก่า ซึ่งมี บะหมี่เป็ดตุ๋น เป็นอาหารจานเด็ด หรือจะสั่งอาหารอื่นๆ เช่น ข้าวผัด หรือราดหน้า ด้วยก็ได้ อร่อยพอๆ กัน
ร้านนี้เก่าแก่มาก น่าจะมีอายุ 40 ปี หรือ 50 ปี เป็นอย่างน้อย
อีกร้านก็คือ โค้วจั๊วฮวด ออกมาเกือบถึงถนนบูรพา ที่ในหนังสือบอกว่าเป็นร้าน ขาหมูเจ้าเก่า ความ จริงอาหารเด็ดของที่นี้ น่าจะ ได้แก่ ห่านพะโล้ แกงกะหรี่ และแกง (พุง) ปลาช่อน ซะมากกว่า
เผอิญเมื่อวันที่ผมนั่งรถเมล์สาย 53 ชมกรุง ผมยังไม่หิว เมื่อผ่านย่านนี้ก็เลยนั่งต่อไปเรื่อยๆ
รถเมล์พาไปออกใต้สะพานพุทธผ่านปากคลอง ตลาด ไปทางวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามจนถึงท่าราชวรดิฐ แล้วก็ผ่านท่าช้างเข้าสู่ท่าพระจันทร์
รู้สึกว่าตอนกลางวันไม่ค่อยคึกคักเหมือนกลางคืน โดยเฉพาะปากคลองตลาด ผมเคยมาซอกแซกยามราตรี แม่ค้าพ่อค้าดอกไม้มีมากกว่านี้
แถวๆท่าเตียนก็ดูเหงาๆ ตลาดหน้าวัดโพธิ์ก็เหงาลงไปเยอะ
มาถึงท่าช้างค่อยยังชั่ว ผู้คนหนาแน่นขึ้น โดยเฉพาะถนนท่าพระลานมีนักท่องเที่ยวเดินควั่ก แสดงว่าแถวๆกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวยังไม่ตกแม้ภาคใต้ของเราจะเจอสึนามิอย่างจังก็ตาม
จากท่าช้างไปท่าพระจันทร์ ถือเป็นย่านคุ้นเคย ของผม เพราะเคยเรียนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยในย่านนี้ 4 ปีเต็มๆ แล้วยังแวะเวียนกลับไปเสมอเมื่อมีโอกาส
แถวนี้ของกินเพียบ ในหนังสือของธนาคารกรุงเทพก็แนะนำไว้เพียบ สุดจะจาระไนได้หมด
ขอบคุณที่หนังสือเล่มนี้ไม่ลืมร้าน แอ๊ว มะขามหวาน ท่าพระจันทร์ ของฝากจากชาวธรรมศาสตร์ ที่เพื่อนๆมหาวิทยาลัยอื่นๆชื่นชอบ
ติดใจอยู่ร้านหนึ่ง ชื่อร้าน “รุ่งเกษม” อยู่ ค่อนไปทางท่าช้างนิดๆด้วยซํ้า…ในหนังสือแนะนำว่าต้มยำอร่อยมาก…ซึ่งก็ใช่ ราดหน้าอร่อยมาก ซึ่งก็ใช่
แต่ที่ยังอยู่ในความทรงจำของผมมาตลอดคือ ข้าว “กะเพราไก่” เสียมากกว่า เพราะเป็น อาหารมื้อแรกในเที่ยงวันรุ่งขึ้น จากการเดินทางมาเรียนหนังสือใน กทม. วันแรก แล้วเข้าพักที่วัดมหาธาตุฯ เมื่อครั้งกระโน้น
แม้จะผ่านร้านที่เคยชื่นชอบ แต่เมื่อไม่หิวก็นั่งรถเมล์ไปต่อจนถึงถนนพระอาทิตย์ ที่หัวหน้าทีมซอกแซกเคยอยู่หอพักแถวๆ นี้ จนเรียกได้ว่าเป็นชาวพระอาทิตย์คนหนึ่ง
อาหารการกินแถวถนนพระอาทิตย์สมัยก่อนมีไม่ค่อยมาก แต่ระยะหลังๆ มีมากและดังมาก…บางร้านก็เพิ่งเปิดขึ้นใหม่ เพียงแต่ตกแต่งให้ดูเก่าเท่านั้นเอง
ที่แนะนำไว้ในหนังสือส่วนใหญ่เป็นร้านใหม่ๆ และก็เป็นร้านสำหรับฝรั่งเกสต์เฮาส์ แต่คนไทยก็กินได้ เพราะฝีมือค่อนข้างดีและบรรยากาศดี
อ้าว! เนื้อที่หมดเสียแล้ว…ยังไม่ได้ลงจากรถเมล์เลยครับ ตั้งใจจะลงแถวๆ นี้แหละ เพราะประเดี๋ยวรถเมล์จะข้ามเกาะรัตนโกสินทร์ไปย่านบางขุนพรหมแล้ว
นั่นไง…ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ นายโส่ย (กรมพลาฯ) เจ้าเก่า ถนนพระอาทิตย์…ซึ่งเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อสไตล์โบราณที่ยังเหลืออยู่ และรสชาติยังไม่เปลี่ยนมากนัก
ในที่สุดผมก็ไปอิ่มท้องในมื้อกลางวันที่สุดเกาะรัตนโกสินทร์ กับเกาเหลาเนื้อสด 1 ชาม ข้าวเปล่าถ้วยครึ่ง ที่ร้านนายโส่ย หน้าวัดชนะสงครามนี่เอง
ป.ล. ผมมั่นใจว่าเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ ยาวๆ เช่นนี้ แฟนๆ คงอยากจะมีโอกาสเป็นเจ้าของสักเล่มและอยากรู้ว่าจะหาได้ที่ไหน…คงต้องแวะ ไปถามที่ธนาคารกรุงเทพสาขาต่างๆ เอาเองละครับ เห็นเขาบอกว่าเป็นหนังสือแจกปีใหม่ของธนาคารนี้ ซึ่งผมก็ได้รับแจกมา 1 เล่ม ไม่รู้จริงๆ ว่าถ้าคนอื่นมีความประสงค์จะได้ไปเป็นลายแทงบ้าง จะต้องทำอย่างไร?
“ซูม”