zoomzogzag.com

zoomzogzag.com header image 2

ที่นี่…เอดินเบอระ

March 22nd, 2009 · No Comments

ผมตั้งใจเอาไว้แต่แรกว่าซอกแซกสุดสัปดาห์นี้จะขอปิดท้ายรายงานชุดไปดูฟุตบอลที่อังกฤษด้วยการเขียนถึงเอดินเบิร์ก หรือ เอดินเบอระ เมืองหลวงของแคว้นสกอตแลนด์

 

เนื่องในโอกาสที่ได้ไปเยือนเมืองนี้เป็นของแถมจากการดูฟุตบอลโดยมิได้คาดหมายไว้ก่อน

 

ถ้าจะว่าไปแล้วผมเคยไปเยือนเอดินเบอระมาหนหนึ่ง เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นก็ได้รับเชิญไปดูฟุตบอลเช่นเดียวกัน

 

ฟุตบอลเขาเตะที่เมืองกลาสโกลว์ แต่ที่พักเต็มหมด เนื่องจากเป็นฟุตบอลนัดชิงแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนลีกส์ ระหว่างเรอัลมาดริดกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แฟนๆแห่กันมาแน่นเอี้ยด…คณะผู้จัดจึงจับพวกเราจากประเทศไทยไปพักที่เอดินเบอระ

 

ทำให้ผมโชคดีเหมือนได้ไพ่ป๊อก 2 เด้ง… คือได้สัมผัสทั้งเมืองเอดินเบอระและกลาสโกลว์พร้อมๆกัน

 

คราวที่แล้วผมไปตอนจะเข้าหน้าร้อน อากาศที่เมืองนี้จึงค่อนข้างอบอุ่น ใส่เสื้อเชิ้ตธรรมดาๆก็เดินไปไหนมาไหนได้สบายมาก

 

แต่คราวนี้แม้จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่อากาศยังคงหนาวเย็นอยู่ ประกอบกับเมืองนี้เป็นเมืองชายทะเล มีลมทะเลช่วยโกรกทำให้หนาวกว่าที่ลอนดอน แม้อุณหภูมิจะไม่ต่างกันมากนักก็ตาม

 

จุดเด่นที่เป็นจุดขายหลักของเมืองนี้ก็คือ ปราสาทเอดินเบอระที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่ไม่สูงนักกลางเมือง

 

กล่าวกันว่าปราสาทแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์สกอต และถูกทำลายลงหลายครั้ง แต่ก็จะได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม…ล่าสุดในศตวรรษที่ 19 เซอร์วอลเตอร์ สกอต เป็นผู้บูรณะจนยั่งยืนมาถึงทุกวันนี้

 

ตัวปราสาทปัจจุบันเก็บของเก่าที่มีค่าทางประวัติศาสตร์เอาไว้หลายอย่าง และจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ สำหรับเรียนรู้เรื่องสกอตได้อย่างครบถ้วน

 

ในตัวปราสาทมีห้องหุ่นจำลอง ห้องแสดงมหามงกุฎ ฯลฯ ส่วนรอบๆปราสาทมีป้อมปราการ มีเชิงเทิน มีปืนใหญ่โบราณที่ตั้งเล็งไปสู่ทะเลเบื้องหน้าหลายกระบอก

 

และเดินย้อนออกมานอกปราสาทสู่บริเวณถนนที่จะลงจากเขา จะมีพิพิธภัณฑ์ว่าด้วยสกอตวิสกี้ ตั้งอยู่ด้วย ใครอยากเรียนรู้ว่าไฉนคนสกอตจึงเก่งเรื่องวิสกี้นัก ก็ควรจะแวะดู (แต่ตอนที่ผมไปปิดซ่อม…ก็เลยได้ดูแต่เหล้าตัวอย่างสารพัดยี่ห้อ รวมทั้งยี่ห้อที่ดังที่สุดในโลกจอห์นนี่ วอล์กเกอร์)

 

นอกจากความดังของปราสาทในเรื่องโบราณต่างๆแล้ว ที่ดังมากในช่วงหลังๆก็คือปราสาทนี้ได้กลายเป็นสถานที่เปิดตัวหนังสือ แฮร์รี่ พ็อตเตอร์…เพราะ เจ.เค. โรว์ลิ่ง มานั่งเขียนเรื่องพ่อมดน้อยตอนแรกอยู่ที่เมืองนี้ถึง 6 เดือนจนจบ เล่มที่ 1 จึงถือโอกาสใช้ปราสาทสำคัญ (ดูคล้ายๆเมืองแม่มดเหมือนกัน) ของเมืองนี้เป็นที่เปิดตัวซะเลย

 

เรื่องราวของ เจ.เค.สมัยมาอยู่กับน้องสาว ที่เอดินเบอระเป็นเรื่องเศร้ามากๆ เธอเพิ่งแยกทางกับสามีและมีลูกน้อยติดมาด้วย เธอจะเข็นรถลูกสาวมาทุกครั้ง ขณะที่มานั่งเขียนแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ตอนที่ 1 ที่ร้านกาแฟ นิโคลสัน ที่ถนนปรินซ์สตรีท

 

สั่งเอ็กซ์เปรสโซแก้วเดียวนั่งเขียน  2-3 ชั่วโมงในแต่ละวัน จนสนิทกับบ๋อยทั้งร้านกาแฟ

 

หลังจากที่เธอรํ่ารวยแล้ว เธอกลับมาที่เอดินเบอระอีกหน และถึงกับร้องไห้ เมื่อไปดูห้องเช่าราคาถูกๆที่เธอเคยอยู่กับน้องสาว

 

เธอกลับมาเขียนแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ตอนที่ 7 ซึ่งเป็นตอนอวสานที่นี่ แต่คราวนี้เช่าโรงแรม บัลมอแรล โฮเต็ล ซึ่งเป็นโรงแรมชั้นหนึ่งนั่งเขียนนอนเขียนอย่างสบายอารมณ์ แถมยังซื้อคฤหาสน์หลังเบ้อเริ่มเทิ่มไว้เป็นที่ระลึกที่เมืองนี้อีก 1 หลัง

 

กลับมาที่ปราสาทเอดินเบอระอีกนิดนะครับ

 

ผมไปถึงปราสาทแห่งนี้ตอนบ่ายแก่ๆและก็ลงไปเดินยํ่าดูโน่นดูนี่อยู่พักหนึ่ง แต่ไม่สามารถจะขึ้นไปถึงยอดปราสาทได้เพราะปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวของผมที่มักจะเป็นอริกับที่สูง

 

ก็เลยถือโอกาสรอพรรคพวกอยู่แถวๆเชิงเทินขั้นตํ่าสุด (แต่ก็สูงพอที่จะเห็นตัวเมืองโดยรอบ และทะเลของช่องแคบฟอร์ด ที่อยู่รอบๆปราสาท)

 

สมราคาที่เขาคุยไว้ครับว่า ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆของสหราชอาณาจักร

 

ระหว่างที่รอพรรคพวกเดินขึ้นปราสาท ผมก็พลิกอ่านคู่มือเยือนอังกฤษที่บริษัท โคร์โนต์ แอนด์ แนช ผู้ชำนาญการในการจัดทัวร์ฟุตบอลในเครือของบริษัท สยามสปอร์ตซินดิเคตฯ เขาเตรียมไว้ให้พวกผมไปพลางๆ

 

คู่มือที่ว่าเขียนถึงเมืองเอดินเบอระดังนี้ครับ

 

“Edinburgh เป็นเมืองหลวงของแคว้นสกอตแลนด์ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของสกอตฯ เป็นเมืองที่เจริญมากที่สุดเมืองหนึ่งของสหราชอาณาจักร

 

ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเทศกาลต่างๆและตัวอย่างงานสำคัญๆที่จัดขึ้นที่เมืองนี้ได้แก่ เทศกาล ศิลปะนานาชาติ, ภาพยนตร์, วิทยาศาสตร์, งานหนังสือเด็ก, เพลงแจ๊ส และเพลงพื้นเมือง

 

เมืองนี้ยังได้ชื่อว่า เมืองสำหรับเด็ก (The child Friendly City) เนื่องจากภายในเมืองมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับเด็กมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์ วัยเด็ก และเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์, สวนสัตว์ ที่มีศูนย์เพื่อการศึกษาที่เคลื่อนไหวได้จริง, โลกแห่งผีเสื้อ และแมลง, และโลกแห่งทะเลลึก ฯลฯ เป็นต้น

 

ที่ผมคัดลอกข้อความส่วนนี้มาฝากด้วย ก็เพื่อจะเรียนให้ท่านผู้อ่านทราบว่า ที่นี่เขามีของดีเยอะ แต่เนื่องจากไปเที่ยวนี้ ผมมีเวลาไม่มากนัก จึงไม่ได้แวะชมสถานที่ที่เขาเขียนไว้สักแห่งเดียว

 

โชคดีที่พอจะมีเวลาว่างระหว่างรอรถไฟอยู่ครึ่งวัน ก็เลยขึ้นนั่งรถนำเที่ยวเปิดหลังคา เอดินเบอระทัวร์ไปรอบๆ เมืองอยู่เกือบ 1 ชั่วโมง

 

ทำให้เห็นภาพกว้างๆ ของเมืองอย่างครบถ้วน และทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมจากไกด์ว่า เมืองนี้เป็นบ้านเกิดของ ฌอน คอนเนอรี่ พระเอกหนังเจมส์บอนด์ 007 คนแรก สมัยเด็กๆ คุณฌอนแกวิ่งเล่นอยู่แถวๆ ปราสาทโบราณโน่นแหละ

 

นอกจากนี้ ยังเป็นเมืองของ อาดัม สมิธ ปรมาจารย์เศรษฐศาสตร์ สำนักคลากสิก อีกด้วย… เจ้าตำรับเศรษฐกิจเสรีและเจ้าของสำนวน มือที่มองไม่เห็น ตัวจริงเสียงจริง

 

ไกด์เขาชี้ให้ดูสุสานและโบสถ์เก่าๆ โบสถ์หนึ่ง พร้อมกับบอกว่า หลุมฝังศพของท่าน อาดัม สมิธ อยู่แถวๆนั่นแหละ

ผมรีบโค้งทำความเคารพทันที ในฐานะนักเรียนเศรษฐศาสตร์ที่ต้องเรียนรู้ทฤษฎีของท่านมาตั้งแต่อยู่ปี 1 แถวๆ ท่าพระจันทร์

 

โค้งแล้วก็อธิษฐานไปถึงท่านว่า สงสัยทฤษฎีเศรษฐกิจเสรีของท่านจะเป็นพิษเสียแล้วกระมัง ช่วงนี้เศรษฐกิจกำลังปั่นป่วนทั่วโลก…วิญญาณท่านสมิธ อยู่หนใด อย่าลืมกลับมาช่วยชาวโลกด้วยเถิด

 

ไม่ทราบท่านอาดัม สมิธ จะได้ยินหรือเปล่าก็ไม่รู้ซี แต่ผมก็อธิษฐานฝากสายลมที่เอดินเบอระไปกราบเรียนท่านเรียบร้อยแล้วละ… อย่าลืมส่ง มือที่มองไม่เห็นมาช่วยด้วยนะครับ…อาจารย์!.

ซูม

 

Tags: ท่องเที่ยว