ทีมงานซอกแซก ได้รับจดหมายจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ช่วยประชาสัมพันธ์การแสดงดนตรีครั้งยิ่งใหญ่ของศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ณ หอประชุมใหญ่ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เวลา 18.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ หรืออีกประมาณ 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้
ใช้ชื่อการแสดงครั้งนี้ว่า “King of Music: King of Soul” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเสด็จทรงดนตรี ณ หอประชุมธรรมศาสตร์ เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2506 หรือ 41 ปีที่แล้ว
ดร.นริศ ชัยสูตร อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แจ้งว่า กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย
อันที่จริง ยังเหลือเวลาอีกตั้งนานกว่าจะได้เวลาแสดง… มาประชาสัมพันธ์ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ จะกร่อยเสียก่อน
แต่เนื่องจากหัวหน้าทีมซอกแซกได้รับมอบหมายให้ร่วมเขียนบันทึกเหตุการณ์ย้อนอดีต ใน “หนังสือดี 70 ปี ธรรมศาสตร์” ที่จะออกจำหน่ายเร็วๆ นี้ ไปพบหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ “วันทรงดนตรี” เข้าโดยบังเอิญ ระหว่างบันทึกเหตุการณ์มาถึง พ.ศ.2506
ได้แก่ ข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2506 นั่นเอง
อ่านแล้วก็รู้สึกปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสุดที่จะพรรณนาได้… ต้องขออนุญาตแซงคิวเรื่องอื่นๆ ด้วยการคัดลอกรายงานข่าวมาสู่กันอ่านในสัปดาห์นี้แทน
ผมขอลอกหนังสือพิมพ์ “สารเสรี” รายวัน ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2506 ก็แล้วกันครับ
สารเสรี พาดหัวหน้า 1 ว่า “ด่วน! ในหลวง-ราชินี เสด็จทรงดนตรีธรรมศาสตร์” พร้อมภาพ ขณะทรงดนตรี และพาดหัวรองว่า “ขอบใจนักศึกษาช่วยต้อนรับแขก”
ส่วนเนื้อข่าวมีดังนี้ครับ
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระ ราชดำเนินไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างไปรเวท และทรงปลูกต้นหางนกยูง ไม้ประจำมหาวิทยาลัย รวม 5 ต้น เท่ากับคณะการศึกษาที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัย หลังจากทรงปลูกต้นหางนกยูงแล้ว พล.อ.ถนอม กิตติขจร อธิการบดีมหาวิทยาลัย กราบบังคมทูลเข้าสู่หอประชุมมหาวิทยาลัย ซึ่งภายในหอประชุมมีวงดนตรีมหาวิทยาลัย และนักศึกษาที่เฝ้าฯ รับเสด็จอยู่แล้วประมาณ 5,000 ล้นหอประชุมเมื่อวันที่ 9 เดือนนี้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสแก่นักศึกษาก่อนที่จะทรงดนตรีว่า การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ พระองค์ได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ แล้วขอให้ดับไฟสปอตไลต์เสีย เพื่อทอดพระเนตรนักศึกษาให้ทั่วถึง ทรงมีพระราชดำรัสต่อไปว่า ที่พระราชดำเนินมางานนี้เพราะทรง เป็นหนี้แก่นักศึกษา จึงได้เสด็จมาปลูกต้นหางนกยูงให้ จึงขอให้คอยช่วยกันดูแลและบำรุงรักษา จะได้ผลิดอกออกผล ส่วนดอกจะเป็นอย่างไรพระองค์ยังบอกไม่ได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเปรียบเทียบการศึกษาของนักศึกษาด้วยว่า การศึกษาก็เหมือนเช่นต้นไม้ ต้องคอยดูแลเอาใจใส่อยู่เสมอ
เกี่ยวกับที่พระองค์ท่านรับสั่งว่าเป็นหนี้นักศึกษานั้น เนื่องจากนักศึกษาไปตั้งแถวคอยรับแขกชาวต่างประเทศและได้เปล่งเสียงไชโยโห่ร้องซึ่งเป็นการดี เพราะประมุขชาวต่างประเทศที่มาต่างก็พอใจมากที่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ทำให้มีความเข้าใจและเพิ่มพูนความสัมพันธ์กัน การสร้างมิตรสัมพันธ์นั้นจะเกิดแต่รัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้ ต้องช่วยกันทั้งประชาชนและนิสิตนักศึกษา และคราวหน้าที่จะถึงนี้ก็คือพระเจ้ากรุงกรีกจะเสด็จมาจึงขอความร่วมมืออีกครั้ง
จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ ทรงเข้าร่วมดนตรี โดยทรงแซ็กโซโฟน เพลงแรกพระองค์ เป็นผู้ทรงพระราชนิพนธ์ให้เป็นเพลงของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ยังไม่มีเนื้อร้อง มีคณาจารย์เลขาธิการมหาวิทยาลัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยและคณบดี ตลอดทั้งนักศึกษาทุกคณะได้ขอให้ทรงเล่นเพลงพระราชนิพนธ์ ให้ธรรมศาสตร์รวมทั้งหมดถึง 10 ครั้ง และแต่ละครั้งก็มีผู้ที่ขอได้บริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล สมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดลถึง 4 หมื่นบาทเศษ
มีผู้กราบบังคมทูลขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงซอโร่ เพลงโอมายปาปา ด้วยพระองค์เอง เมื่อจบเพลงนักศึกษาต่างปรบมือกึกก้องยาวนานเช่นเดียวกัน นักศึกษาต่างกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเปียโน ซึ่งพระองค์ทรงเปียโน อย่างคล่องแคล่วและไพเราะ ทำให้นักศึกษาเงียบเป็นปลิดทิ้ง เมื่อจบแล้วเสียงปรบมือกึกก้องอีก ทรงมีพระราชเสาวนีย์สั้นๆ ว่า “เล่นไม่เป็น ลืมเสียบ้างแล้ว”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงดนตรีอยู่เป็นเวลานาน ตั้ง 17.00-20.00 น. จึงได้เสด็จพระราชดำเนินกลับ รวมเวลา 3 ชั่วโมง ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินกลับ ได้พระราชทานพร ให้นักศึกษาทั้งมวลที่จะเริ่มสอบไล่ให้มีความคิดดีและตอบตรงตามข้อสอบของอาจารย์ ส่วนผู้ที่ไม่ได้ดูหนังสือมาเลยก็ให้ขะมักเขม้นดูเสียบ้างใกล้สอบนี้ และในปีต่อไปก็ให้ตั้งหน้าตั้งตาเรียนแต่ต้นปี มาดูเอาใกล้ๆ สอบแล้วมาขอพรพระองค์ก็ไม่สามารถจะช่วยได้
ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ทรงมีพระราชเสาวนีย์ว่า พระองค์ทรงมีความยินดีและ อบอุ่นพระทัยที่มาอยู่ในหมู่นักศึกษาและขอขอบใจนักศึกษาชายหญิงทั้งหมด ที่ได้ช่วยงานกุศลงานกาชาดคราวที่แล้ว และมีพระราชดำรัสตอนท้ายว่า “เสียใจที่เล่นเปียโน ไม่ได้ซ้อมมาก่อน ขอบใจมากที่รับรองเป็นกันเอง”
ครับ! ทั้งหมดนี้ก็คือบรรยากาศอันประทับใจที่สะท้อนผ่านหนังสือพิมพ์ “สารเสรี” เมื่อ 41 ปีก่อน…อย่าลืมลงวันที่ด้วยแล้วกันครับว่า 9 กุมภาพันธ์ 2547 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยุคปัจจุบันจะร่วมกันรำลึกถึงบรรยากาศนี้อีกครั้งด้วยวงดนตรีที-ยู แบนด์ วงมหึมา
งานนี้เปิดสำหรับพี่น้องประชาชนทั่วๆ ไปด้วยนะครับ แล้วก็ “ฟรี” ด้วยนะครับ เกือบลืมบอกแล้วไหมล่ะ.
“ซูม”