zoomzogzag.com

zoomzogzag.com header image 2

ตำหนักดาราภิรมย์

May 25th, 2008 · No Comments

ผมไปเชียงใหม่เที่ยวนี้ไม่มีอะไรมาฝากท่านผู้อ่านมากนัก เพราะส่วนใหญ่แล้วก็ไปเที่ยว ซํ้าตามสถานที่เดิมๆ ซึ่งเคยเขียนเล่าเอาไว้เกือบทั้งหมด

แต่จะไม่มีของฝากเสียเลยก็ดูกระไร เพราะเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศไทย น่าจะมีอะไรๆมากกว่าที่ผมเคยเขียนไว้

พอดีนึกขึ้นได้ว่าผมมีข้อมูลและเรื่องราวเกี่ยวกับ พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ ซึ่งอยู่ในความ ดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผมรับปากพรรคพวกเพื่อนฝูงชาวจุฬาฯไว้นานพอสมควรแล้วว่า จะเขียนให้

ไปเที่ยวนี้ผมไม่ได้แวะหรอกครับ แต่ไปนอนค้างคืนอยู่ไม่ไกลเท่าไรนัก เพราะพระตำหนักดาราภิรมย์นั้นก็อยู่ที่อำเภอแม่ริมเช่นเดียวกัน

เมื่อหลายปีก่อนผมเคยแวะไปเยี่ยมหนหนึ่ง และความจริงก็ตั้งใจจะเขียนถึงตั้งแต่ครั้งกระโน้น แต่ติดขัดด้วยผมมีเรื่องที่จะต้องเขียนตามคิวอยู่หลายเรื่อง ทำให้ลืมสนิท และเพียงแผล็บเดียวเท่านั้นเวลาผ่านไปถึง 2-3 ปีซะแล้ว

แต่ก็เข้าใจว่าส่วนใหญ่แล้วข้อมูลต่างๆคงจะเหมือนเดิม และไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย

พระตำหนักดาราภิรมย์อยู่ที่ตำบลแม่ริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นด้วยเงินของพระราชชายา เจ้าดารารัศมีเอง นับเป็นหลังที่ 4 ที่ทรงสร้าง หลังจากรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต และทรงขอพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 กลับไปประทับ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ถิ่นประสูติของพระนาง

จากพระประวัติสั้นๆที่พิพิธภัณฑ์จัดทำไว้ สรุป ได้ว่าเจ้าดารารัศมี ประสูติเมื่อวันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2416 ณ คุ้มหลวงกลางนครเชียงใหม่ เป็นพระธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่

เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ทรงได้รับการศึกษาจากพระชนกชนนี ในเรื่องอักษรไทยเหนือและไทยภาคกลาง เช่นเดียวกับกุลบุตร กุลธิดาในสมัยนั้น และเมื่อทรงเจริญ พระชันษาได้ 13 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าอินทวิชยานนท์ จัดพิธีโสกันต์ และพระราชทานเครื่องโสกันต์ ระดับเจ้าฟ้าให้เจ้าดารารัศมีทรงในพิธี

ต่อมา เจ้าดารารัศมีตามเสด็จพระบิดามากรุงเทพมหานคร และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าดารารัศมีถวายตัวเข้ารับราชการในฐานะเจ้าจอมเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2429

ทรงมีพระราชธิดาพระนามว่า พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวิมลนาคนพิสี แต่ทรงเจริญพระชันษาเพียง 3 ปี ก็ประชวรสิ้นพระชนม์ และไม่มีพระโอรส พระธิดาองค์อื่นใดอีกเลย

หลายปีต่อมา เมื่อพระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระ บิดาถึงแก่พิราลัย เจ้าดารารัศมีจึงทรงกราบบังคมทูล พระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากรัชกาลที่ 5 เสด็จขึ้นไปเยือนนครเชียงใหม่

ทรงพำนักอยู่ที่เชียงใหม่ เป็นเวลา 8 เดือน จึงเสด็จกลับสู่นครหลวง แต่หลังจากนั้น อีกเพียง 10 เดือน ก็ต้องทรงประสบความเศร้าโศกอย่างใหญ่หลวง เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคตเมื่อ 23 ตุลาคม พ.ศ.2453

ระหว่างดำรงตำแหน่ง พระราชชายาเจ้าดารารัศมีเป็นที่ทรงโปรดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อย่าง ยิ่ง ดังจะเห็นได้จากพระราช โทรเลขที่โปรดเกล้าฯถึงพระราช ชายาฯ ที่ประทับอยู่ ณ เชียงใหม่ เป็นเวลา 8 เดือน ถึง 41 ฉบับ และพระราชหัตถเลขาอีก 17 ฉบับ

1 ในพระราชหัตถเลขาที่พระราชทาน เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ร.ศ.127 ยังเป็นที่กล่าวขวัญถึงทุกวันนี้

“ดารา…ด้วยนึกถึงอายุเจ้าเต็ม 3 รอบ ได้คิดไว้แล้วว่าจะให้ของขวัญ เผอิญประจวบเวลาไม่อยู่จะให้ก่อนขึ้นไปทำไม่ทัน จึงได้จัดของส่งขึ้นมาด้วยหวังจะได้รับที่เชียงใหม่ ไม่ช้ากว่าวันไปถึงเท่าใด

ขออำนวยพรให้มีอายุยืนยาวอย่าเจ็บไข้ กลับ ลงมาโดยสุขสบายทุกประการ ขอให้ดูหนังสือที่เขียนไว้หลังหีบหน่อย เผลอไปจะไม่ได้อ่าน ขอบอกความคิดถึงอยู่เสมอไม่ขาด ตัวไปเที่ยวเองทิ้งอยู่ข้างหลังไม่ห่วง แต่ครั้นเวลาเจ้าจากไปรู้สึกเป็นห่วงมากจริงๆ”

พระราชหัตถเลขานี้ ทรงส่งพร้อมหีบพระศรีทองคำลงยา มีพระบรมนามาภิไธย จปร. ประดับเพชร และพระบรมรูปส่งไปให้แก่เจ้าดารารัศมีเป็นการเฉพาะ

กล่าวกันว่า ก่อนที่เจ้าดารารัศมีจะเสด็จกลับเชียงใหม่ห้วงนั้น ทรงขอพระบรมราชานุญาตเข้าเฝ้าฯเพื่อทูลลาที่พระที่นั่งอัมพรสถาน

ทรงแก้มัดพระเกศามาบรรจงเช็ดพระบาทของรัชกาลที่ 5 ซึ่งในธรรมเนียมล้านนาถือว่าเป็นการถวายความจงรักภักดีสูงสุดในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง

พร้อมกันนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงสถาปนาพระยศขึ้นเป็น “พระราชชายา เจ้าดารารัศมี” ดังกล่าวไว้ช่วงต้น

นับเป็นตำแหน่งที่ทรงแต่งตั้งพระราชทานขึ้นเป็นพิเศษ นอกเหนือจากพระมเหสี 4 องค์ ตามกฎ มนเทียรบาล แล้วไม่เคยปรากฏว่ามีการพระราชทานตำแหน่งนี้แก่ผู้ใดอีก

พระราชชายาเจ้าดารารัศมีจึงเป็นพระราชชายาฯ พระองค์แรก และองค์สุดท้ายของสยามประเทศ

หลังจากรัชกาลที่ 5 สวรรคตแล้ว ทรงพำนักใน พระนครอยู่อีกระยะหนึ่ง ณ สวนฝรั่งกังไส พระราช วังดุสิต จนกระทั่ง พ.ศ.2457 จึงได้ขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาต จากรัชกาลที่ 6 เสด็จกลับเชียงใหม่ และได้ทรงสร้างพระตำหนักดาราภิรมย์ขึ้นเป็นที่ประทับอีกหลังหนึ่ง ณ อำเภอแม่ริม

พระราชชายาฯทรงดำรงพระชนม์อย่างสงบสุข ณ พระตำหนักแห่งนี้จนถึง 9 ธันวาคม พ.ศ. 2476 จึงสิ้นพระชนม์ด้วยโรคปัปผาสะพิการ (โรคปอด) รวม สิริพระชันษาได้ 60 ปี

จนกระทั่งเข้าสู่ยุคปัจจุบัน พ.ศ.2541 จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย จึงขอซื้อพระตำหนักหลังนี้จากทายาท และปรับปรุงตัวอาคารเสียใหม่ จนแข็งแรง เพื่ออนุรักษ์ ไว้และจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์

รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้อันเกี่ยวกับพระชายาเจ้าดารารัศมี และสิ่งของที่เกี่ยวกับล้านนาจำนวนมาก

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาฯเสด็จเปิดพิพิธภัณฑ์ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2542 และเปิดให้ประชาชนเข้าชมมาตั้งแต่นั้น

เจ้าดารารัศมีไม่เพียงเป็นเจ้าจอมที่พระมหากษัตริย์ไทยที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่ง ทรงโปรด… ยังทรงเป็นผู้เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างพระบรมราชจักรีวงศ์กับดินแดนล้านนา ซึ่งทำให้ อาณาจักรสยาม และล้านนา กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว ตราบเท่าทุกวันนี้

(หมายเหตุ พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-5329-8175 และโทรสาร 0-5329-8061 เปิดทำการ วันอังคารถึงวันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 09.00-17.00 น. ค่าเข้าชม 20 บาท พระภิกษุสามเณร และนักเรียนในเครื่องแบบ…ฟรี)

“ซูม”

Tags: ท่องเที่ยว