<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>zoomzogzag.com &#187; อาหาร</title>
	<atom:link href="http://zoomzogzag.com/category/food/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://zoomzogzag.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sun, 20 Jun 2010 04:39:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สถานีต่อไป&#8230;ศาลาแดง</title>
		<link>http://zoomzogzag.com/next_station_saladang/</link>
		<comments>http://zoomzogzag.com/next_station_saladang/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Apr 2010 04:01:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>zoomzogzag</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซอกแซกล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://zoomzogzag.com/?p=568</guid>
		<description><![CDATA[ต้องยอมรับว่าทีมงานซอกแซกมีความคุ้นเคยกับย่านสีลมเป็นอย่างยิ่ง และได้เคยหยิบยก เรื่องราวในซอกมุมต่างๆของถนนสีลมมาเขียนถึงต่างกรรมต่างวาระและหลายครั้งหลายหน
ทั้งของกินและแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ ของสีลม ล้วนเคยผ่านคอลัมน์นี้&#8230;และบางแหล่งบางเรื่องเคยผ่านถึง 2 ครั้งด้วยซ้ำไป
ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์เศร้าๆ ขึ้นที่หัวถนนสีลม โดยเฉพาะบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส &#8220;ศาลาแดง&#8221; และย่านที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งโดนระเบิดเอ็ม 79 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ทีมงานซอกแซกจึงอดที่จะเศร้าสลดใจเสียมิได้
สถานีรถไฟฟ้า &#8220;ศาลาแดง&#8221; เป็นสถานีที่หัวหน้าทีมไปอาศัยขึ้นรถลงรถต่อรถบ่อยมากๆ จนอาจจะกล่าวได้ว่าจดจำได้แทบทุกซอกมุม
นอกจากนี้ยังลงไปย่ำเดินจนปรุโปร่งจนทราบดีว่าในรอบๆ รัศมีสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงแห่งนี้ มีของกินอร่อยๆ อะไรบ้าง
ลงจากบันไดด้านอาคารธนิยะเข้าไปในซอยธนิยะจะมีของกินมากมาย ตั้งแต่ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาแพง ไปจนถึงร้านอาหารไทยแผงลอยราคาถูกในซอกซอยต่างๆ
แต่ที่ทีมงานซอกแซกยกนิ้วให้อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นซอกแซกชวนชิมคือ &#8220;ข้าวหมูแดง&#8221; ในตรอกเยื้องๆ อาคาร ธนิยะ ซึ่งจะขายเฉพาะเที่ยงวัน และค่อนข้างขายดีมีลูกค้าไปอุดหนุนคับคั่ง
ข้างๆกันก็เป็น &#8220;ต้มยำเกี๊ยว&#8221;  รสแซบ อยู่ในเกณฑ์ซอกแซกชวนชิมเช่นกัน
แต่ถ้าเราเดินเข้าถนนธนิยะไม่ลึกนักแล้วเลี้ยวทางด้านขวาก่อน จะเจอซอยอีกซอยหนึ่งเป็นที่ตั้งของภัตตาคาร เชียงการีลา ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะ &#8220;ภัตตาคารปูขน&#8221; โดยทุกๆ ปีจะมีอยู่ราวๆ 2-3 เดือนที่แฟนปูขนจะไปอุดหนุนของอร่อยราคาแพงที่หากินได้ยากในบ้านเรา
ล่าสุดที่ทีมงานซอกแซกไปเยือนย่านธนิยะประมาณเดือนเศษที่แล้วในยามราตรี ยังจำได้ถึงบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของถนนสั้นๆ สายนี้ ซึ่งจะแตกต่างกับภาคกลางวันโดยสิ้นเชิง
ทั้งบริเวณซึ่งมีร้านอาหารญี่ปุ่นและบาร์ญี่ปุ่นหลายแห่งจะตกแต่งด้วยแสงสีที่ไม่ฉูดฉาดนัก แต่ก็สว่างไสวพอสมควร
ที่สำคัญจะมีสาวๆมายืนและนั่งรอนับร้อยๆ คน เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจญี่ปุ่นที่จะมาตักตวงหาความสุข
มีคนเคยเปรียบเทียบว่าที่นี่คือ &#8220;ชินจูกุ 2&#8220; ซึ่งก็คงมีส่วนคล้าย เพราะเต็มไปด้วยความคึกคักครึกครื้นในยามค่ำคืนพอๆ กัน แต่จะต่างกันตรงที่ของเรามีสาวๆ มายืนรอมากกว่า
ประเด็นสำคัญที่จะต้องบันทึกไว้ก็คือ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://zoomzogzag.com/next_station_saladang/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แก้เครียดสไตล์ซอกแซก ไหว้พระจีน-กินของอร่อย</title>
		<link>http://zoomzogzag.com/chinatown/</link>
		<comments>http://zoomzogzag.com/chinatown/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Apr 2010 04:13:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>zoomzogzag</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซอกแซกล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://zoomzogzag.com/?p=575</guid>
		<description><![CDATA[ผมเขียนเกริ่นไว้ในคอลัมน์ประจำวัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าผมเกิดอาการเครียดขึ้นพอประมาณจากภาวะเผชิญหน้าระหว่างม็อบกับรัฐบาล แต่หากปล่อยไว้นานๆ จะเกิดอาการเครียดจัดขึ้นได้ จึงตัดสินใจหลบไปเดินเล่นแถวๆ เยาวราชโดยด่วนตั้งใจจะไปหาอะไรรับประทาน และเดินดูโน่นดูนี่เพื่อให้ความเครียดผ่อนคลายลง รวมทั้งถ้ามีโอกาสก็จะแวะวัดเล่งเน่ยยี่และศาลเจ้าหลวงปู่ไต้ฮงที่ชาวจีนนับถือ เพื่อบำรุงขวัญให้เข้มแข็งจะได้มีพลังกลับมาสู้กับเหตุการณ์เครียดๆได้ต่อไปผมเล่าถึงบรรยากาศของวัดเล่งเน่ยยี่ (วัดมังกรกมลาวาส) ไปบ้างแล้ว ว่ามีผู้คนไปทำบุญกราบไหว้ไม่ขาดสายโดยเฉพาะผู้ที่เกิดปีชงต่างๆวันนี้ขออนุญาตขยายความอีกเพียงเล็กน้อยว่าที่วัดเล่งเน่ยยี่เขามีบริการแก้ปีชงมาตั้งแต่เทศกาลตรุษจีน ส่งผลให้ผู้ที่เกิดปีชงกับปีขาล (ปีนี้) อันได้แก่ ปีวอก, ปีมะเส็ง, ปีกุน รวมทั้งปีขาลเองด้วย เดินทางไปทำพิธีแก้ปีชงกันอย่างไม่ขาดสายในแต่ละวันผมเองไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับปีชงที่กำลังฮิตในยุคนี้เท่าใดนัก&#8230;รู้แต่เรื่องชงอื่นๆ เช่น ชงกาแฟ ชงชา หรือชงตะกร้อ (เตะลูกส่งให้เพื่อนอย่างสวยงาม) เท่านั้นแต่เมื่อไปถึงวัดเล่งเน่ยยี่ และเห็นมีประกาศเชิญชวนเรื่องปีชง แล้วผมก็เกิดปีมะเส็งกับเขาด้วย จึงถือโอกาสไหว้หลวงพ่อ 3 องค์ ในพระอุโบสถของวัดเพื่อขอบารมีท่านให้ช่วยแก้ปีชงแก่ผมด้วย โดยมิได้เดินไป ณ บริเวณเฉพาะบริเวณหนึ่งที่ทางวัดจัดไว้สำหรับการแก้ปีชงโดยตรงแต่ประการใดผมเคยเขียนถึงวัดเล่งเน่ยยี่ไว้ค่อนข้างละเอียดเมื่อหลายปีก่อน ตอนเขียนซอกแซกถนนเจริญกรุงตลอดทั้งสาย คงไม่มีรายละเอียดอื่นๆ ที่จะเขียนเพิ่มเติมไปมากกว่านี้ละครับจากวัดเล่งเน่ยยี่ผมเดินออกด้านหลังวัดมุ่งหน้าไปที่มูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง ถนนพลับพลาไชย เพราะเคยมาซอกแซกเขียนถึงมูลนิธินี้เมื่อหลายปีก่อนเช่นกันทำให้ทราบถึงประวัติของ  หลวงปู่ไต้ฮง  พระภิกษุชาวจีนแห่งแคว้นแต้จิ๋ว   มณฑลกวางตุ้ง   เมื่อ 900  ปีก่อนโน้นท่านเคยเป็นนายอำเภอที่มณฑลเจ้อเจียงจนอายุ 54 ปี จึงออกบวชในพุทธศาสนา และเมื่ออายุ 81 ปี ได้ธุดงค์มาถึงอำเภอเตี้ยเอี้ย มณฑลกวางตุ้งในช่วงนั้นประเทศจีนเกิดภาวะข้าวยากหมากแพง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://zoomzogzag.com/chinatown/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อิ่มอร่อย &#8220;ทั่วไทย&#8221; บริการใหม่ไปรษณีย์</title>
		<link>http://zoomzogzag.com/food_dilivery_thai_postal/</link>
		<comments>http://zoomzogzag.com/food_dilivery_thai_postal/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 03 Jan 2010 06:26:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>zoomzogzag</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซอกแซกล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://zoomzogzag.com/?p=534</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อคืนส่งท้ายปีเก่า 2552 ต้อนรับปีใหม่ 2553 ที่ผ่านมา ผมมาเฮฮานับถอยหลัง หรือเคาต์ดาวน์กับน้องๆที่มีกรรมมีเวรต้องมาอยู่เวรที่โรงพิมพ์ไทยรัฐเผอิญผมไม่มีโปรแกรมจะไปที่อื่น เพราะตั้ง เป็นปณิธานส่วนตัวมาสิบกว่าปีแล้วว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์จะขอฉลองอยู่ใน กทม.เท่านั้นเนื่องจากเป็นช่วงที่ กทม.ว่างและโล่ง ไปไหนมาไหนสะดวกสบายที่สุดประกอบกับผมมักจะต้องเขียนต้นฉบับในวันปีใหม่อยู่ด้วย ไปเขียนที่อื่นก็มักจะไม่ได้อารมณ์ เหมือนนั่งเขียนอยู่ที่โรงพิมพ์ก็เลยถือโอกาสปักหลักฉลองปีใหม่ใน กทม. มาตลอดในระยะหลังๆ และเกือบทุกปีก็มักจะมาเฮฮากับเพื่อนพ้องที่อยู่เวรรอบดึกเราจะสั่งอาหารประเภทกับแกล้มเล็กๆ น้อยๆ มารอไว้ที่ห้องอาหารข้างกองบรรณาธิการ พร้อมเครื่องดื่ม (เล็กๆน้อยๆ) พอให้ได้ชื่อว่าเฉลิมฉลองหลังจากไชโยโห่ร้องเสร็จสรรพ ผมก็เดินไปที่โต๊ะกับแกล้มสารพัดสารเพที่เรียงรายเต็มพรืดไปหมด ข้างๆ ห้องอาหารสำหรับปีนี้มีอาหารบรรจุกล่องประทับตราไปรษณีย์มาวางอยู่ด้วยประมาณ 5-6 กล่องเห็นจะได้เมื่อสอบถามพรรคพวกจึงทราบว่า ส่วนหนึ่งของกับแกล้มอร่อยๆ อันได้แก่ แหนมเนือง, หมูยอ, แคบหมู, ไส้อั่ว ซึ่งเป็นของดีจากหลายๆ จังหวัดนั้น เป็นอภินันทนาการมาจากบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด
ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่า บริษัท ไปรษณีย์ ไทย จำกัด เขาเปิดรายการแข่งกับฟาสต์ฟู้ดยี่ห้อดังๆ มาหลายเดือนแล้วโดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสั่งอาหารจานเด็ด เมนูดังจากร้านต่างๆทั่วประเทศ มาบริการนักบริโภคในเมืองกรุงหรือแม้แต่นักบริโภคต่างจังหวัดแต่อยู่คนละจังหวัด หรือคนละอำเภอ เขาก็ยินดีบริการ (เพราะได้สตางค์)เคยส่งแผ่นปลิวโฆษณามาให้ทีมงานซอกแซกช่วยประชาสัมพันธ์ให้เมื่อ 3-4 เดือนก่อนตั้งชื่อโครงการนี้ว่า &#8220;อร่อยทั่วไทย&#8221; นำเมนูเด็ดจากร้านดังทั่วประเทศไทยมาขึ้นป้ายถึง 60 กว่าเมนูล้วนแต่เป็นเมนูติดอันดับจังหวัดนั้นๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://zoomzogzag.com/food_dilivery_thai_postal/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินแซบที่เวียงจันทน์</title>
		<link>http://zoomzogzag.com/viengjan_food/</link>
		<comments>http://zoomzogzag.com/viengjan_food/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Dec 2009 06:35:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>zoomzogzag</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซอกแซกล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://zoomzogzag.com/?p=539</guid>
		<description><![CDATA[ผ่านไปอย่างเรียบร้อยโรงเรียนลาวแล้วนะครับ สำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้ง 25 ที่ประเทศสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาวขันอาสาเป็นเจ้าภาพ ณ นครหลวงเวียงจันทน์ได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้องจากนักกีฬาและสื่อมวลชนจากทุกประเทศในภูมิภาคตะวันออก ไกลที่ไปร่วมแข่งขันและทำข่าวในครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการจัดการแข่งขันการต้อนรับ ขับสู้ตลอดจนข้าวปลาอาหารในบ้านพักนักกีฬา รวมไปถึงพิธีเปิดและพิธีปิดที่สวยงามตระการตา และอลังการไม่แพ้ใครๆในส่วนของทีมงานซอกแซกเองยังติดค้างท่านผู้อ่านไว้หนึ่งเรื่อง คือเรื่องเกี่ยวกับอาหารการกิน หรือร้านอาหาร ภัตตาคาร อร่อยๆของที่โน่น ตามวิสัยของทีมงานที่มีหัวหน้าทีมชอบรับประทาน ไม่ว่าไปไหนจะต้องเหล่หาร้านอาหารอร่อยๆ อยู่เสมอวันนี้ได้โอกาสขออนุญาตนำเสนอสัก 2-3 ร้านนะครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านที่มีความประสงค์จะไปเที่ยวเวียงจันทน์หลังซีเกมส์โดยทั่วไปแล้ว ข้าวปลาอาหารที่นครหลวงเวียงจันทน์ก็คล้ายๆที่เมืองไทยเรานี่แหละครับ ทั้งฝีมือ รสชาติ และรสนิยม ที่ชอบเผ็ดชอบแซบก็พอๆ กัน ฉะนั้น เมื่อข้ามไปแล้วอย่าห่วงเลย รับรองไม่หิวโหย หรืออดอยากปากแห้งเด็ดขาดไม่ต้องอื่นไกลวันแรกที่คณะของเราไปถึง เราแวะไปที่ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าของลาวที่เรียกว่า ศูนย์ &#8220;ลาว-ไอเท็ค&#8221; ซึ่งปกติเขาจะมีศูนย์อาหารขายอาหารแบบตามห้างสรรพสินค้าของประเทศไทยนี่แหละมีครบทุกอย่างแบบบ้านเรา ไม่ว่าก๋วยเตี๋ยว, บะหมี่, ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า, ข้าวแกง สารพัดอย่าง และที่เป็นฝรั่งๆอย่าง พิซซ่า, บาร์บีคิว, ไส้กรอก ฯลฯ ก็มีด้วยรสชาติพอรับประทานได้ และเวลาหิวๆ อย่างเมื่อตอนไปถึงนั้น อะไรๆ ก็อร่อยไปหมด เป็นเหตุให้พวกเราสามารถจัดการกับอาหารที่สั่งมาวางตรงหน้าหลายๆจานได้หมดเกลี้ยงในชั่วพริบตาในส่วนที่จะต้องยกนิ้วให้จริงๆและขอแนะนำว่า ในตอนเช้าๆ ควรจะต้องแวะไปอย่างยิ่งก็คือย่าน &#8220;สีหอม&#8221; แถวๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://zoomzogzag.com/viengjan_food/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขนมไทยที่ใกล้สูญ</title>
		<link>http://zoomzogzag.com/nuan_haew/</link>
		<comments>http://zoomzogzag.com/nuan_haew/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Jul 2009 12:06:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>zoomzogzag</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://zoomzogzag.com/?p=406</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อไม่นานมานี้เอง น้องสาวผมจากนครสวรรค์แวะลงมางานแต่งงานลูกชายญาติคนหนึ่งที่กรุงเทพฯ ขันอาสาไปนอนค้างที่บ้าน เพื่อจะทำขนมอย่างหนึ่งให้ผมรับประทาน

เธออุตส่าห์หอบหิ้ววัตถุดิบต่างๆ ติดมือมาจากนครสวรรค์ถุงเบ้อเริ่ม  โดยเฉพาะถุงแป้งผง ขาวๆ หนักประมาณ 1 กิโลกรัมนั้นดูเหมือนเธอจะทะนุถนอมราวกับไข่ในหินทีเดียว
นี่คือ &#8220;แป้งแห้ว&#8221; หรือที่ชาวนครสวรรค์เรียกว่า &#8220;นวลแห้ว&#8221; ที่บดมาจากหัวแห้วที่เก็บมาจากท้องนาโดยเฉพาะ
ดูเผินๆ แป้งนวลแห้วก็เหมือนแป้งมันสำปะหลังนั่นเอง และเมื่อใส่น้ำลงไปและนำไปกวนสักพักหนึ่งมันก็จะมีสีเทาๆ กลายเป็นแป้งเหนียวๆ คล้ายๆ กาวที่ทำจากแป้งมันสำปะหลังเช่นกัน
เพียงแต่แป้งแห้วจะเกาะตัวกันแน่นกว่า แน่นจนเป็นแผ่นหนาเหมือนวุ้นที่เราสามารถเอามาซอยเป็นชิ้นเล็กๆ ได้
เมื่อซอยเสร็จแล้วก็ตักมาใส่ถ้วย เทน้ำกะทิ แบบน้ำกะทิลอดช่องลงไป ใส่น้ำแข็งไสหรือน้ำแข็งเกล็ดลงไปด้วย&#8230;เท่านั้นก็รับประทานได้
เวลารับประทาน &#8220;นวลแห้วน้ำกะทิ&#8221; ก็เหมือนรับประทานลอดช่องน้ำกะทินั่นแหละครับ และถ้าจะว่าไปก็มีรสชาติคล้ายกัน
แต่นวลแห้วจะเหนือกว่าตรงที่เป็นแป้งที่ทำมาจากแห้วจึงเหนียวหนับ เคี้ยวได้อร่อยเอร็ดกว่าประทับใจประทับลิ้นมากกว่า
ผมไม่ได้รับประทานมาหลายปีแล้ว เพราะระยะหลังๆ หารับประทานยากเหลือเกิน จึงจัดการเสีย 3 ถ้วย อิ่มไปเกือบตลอดทั้งวัน
ผมไม่แน่ใจว่าพี่น้องชาวไทยภาคอื่นๆ จะเคยรับประทานหรือไม่ และเมื่อรับประทานแล้วจะถูกอกถูกใจหรือไม่ แต่สำหรับคนบ้านผมแถวนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร รับประทานกันมาแต่เด็กๆ จึงรู้สึกคุ้นเคยและติดอกติดใจ
จัดเป็นขนมอร่อยระดับต้นๆ ในทัศนะของพวกเรา
ที่ผมหยิบมาเขียนถึงในวันนี้ก็เพื่อจะบันทึกไว้ เพื่อให้ลูกหลานเหลนลื่อลืบลืดในวันข้างหน้าได้รับทราบว่าประเทศไทยของเรายังมีขนมประเภทนี้อีกอย่างหนึ่ง
เป็นขนมวัฒนธรรมเคียงคู่การทำนาซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทยมาแต่โบราณกาล
ในอดีตที่ผ่านมา คนไทยเรามักทำนาครั้งเดียว พอทำนาเสร็จในฤดูแล้งจะปล่อยผืนนาทิ้งไว้จนพืชต่างๆขึ้นมาแทนข้าวรุงรังไปหมด
ในพืชหรือต้นหญ้าทั้งหลายแหล่นั้นเองจะมี &#8220;แห้วนา&#8221; รวมอยู่ด้วย
แห้วที่ชาวนาไม่ได้ปลูกไม่ได้หว่าน แต่มันขึ้นของมันเอง และหัวแห้วก็เล็กนิดเดียว ไม่ใหญ่ เหมือนแห้วจีนที่สามารถปลูกได้
แห้วนาที่ว่านี้เมื่อเอาไปล้าง เอาไปตาก ก็สามารถบดเอาแป้งออกมาได้ และแป้งที่ว่านี้เองที่เอาไปกวนเป็นนวลแห้วดังที่ผมเล่าไว้ข้างต้น
ย้อนเวลาไปสัก 50 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://zoomzogzag.com/nuan_haew/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
