zoomzogzag.com

zoomzogzag.com header image 2

บ๊ายบาย…ไมเคิล

June 28th, 2009 · No Comments

เป็นข่าวใหญ่ช็อกโลกและช็อกแฟนเพลงทั่วโลกไปตามๆ กันสำหรับการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ “ราชาเพลงป๊อป” ไมเคิล แจ๊กสัน เมื่อเช้าตรู่วันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย

แพทย์ลงความเห็นว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน และสิ้นลมหายใจก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาลไปแล้วด้วยซํ้า

เหตุที่โลกช็อกและแฟนเพลงช็อกก็เพราะนึกไม่ถึงว่าเขาจะมีอายุสั้นเพียง 50 ปีเศษๆเท่านั้น

แม้จะมีข่าวว่าเขาป่วยกระเสาะกระแสะโน่นนี่อยู่เรื่อย แต่ก็ไม่มีใครคิดว่าเขาจะด่วนจากไปเร็ว

หรือจะเป็นไปตามคำพูดที่มักจะพูดกันอยู่เสมอๆ ว่า “อัจฉริยะ” มักอายุไม่ยืนยาว

อัจฉริยะกี่สิบรายแล้วที่รํ่าลาโลกนี้ไปก่อนกำหนด…?

ถ้าจะว่าไปทีมงานซอกแซกอาจมิใช่แฟนพันธุ์แท้ของ ไมเคิล แจ๊กสัน ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมิได้ชื่นชมหรือนิยมฟังเพลงของเขาไปเสียทั้งหมด

อีกอย่างข่าวคราวส่วนตัวหลายๆเรื่อง รวมทั้ง ลีลาการร้องเพลงและท่าเต้นของเขาก็ไม่ค่อยถูกโฉลกกับคนไทยอายุมาก (อย่างหัวหน้าทีม) เท่าไรนัก

แต่จะบอกว่าไม่ชอบเขาเลยก็เห็นจะไม่ใช่

ส่วนดีๆของไมเคิล แจ๊กสัน มีเยอะครับ โดย เฉพาะความใจบุญสุนทาน ความเอาใจใส่ เมตตาสงสาร และช่วยเหลือคนจนตลอดจนการอุทิศตนเพื่อสังคม

ถ้าตัดท่าเต้น “ลูบเป้า” ออกไปจากความทรงจำ และหันมานึกถึงเพลงชุดใหญ่ “We Are The World” ที่เขาร้องทั้งเดี่ยวและหมู่ร่วมกับเพื่อนนักร้องดังอีก 39 คน เมื่อปี 1985 หรือ 2528 เราคงจะรู้สึกดีขึ้นเยอะ

ไมเคิล แจ๊กสัน แต่งเพลงนี้เองเชียวนะ โดยแต่งร่วมกับ ไลโอเนล ริชซี่ นักร้องดังอีกคนหนึ่ง

เขาเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการในการอัดแผ่นเสียงเมื่อเดือนมกราคมปี 1985 และต้องเสียสละไม่ไปร่วมงานแจกรางวัลประกาศผลงานเพลงยอดเยี่ยมของสหรัฐฯ ในคืนเดียวกัน เพราะเขาจะต้องเป็นแกนหลักของนักร้องอื่นๆ ในการบันทึกเสียง

เพลง We Are The World กลายเป็นเพลงท็อปฮิตของ ค.ศ.ดังกล่าว และทำสถิติขายกว่า 20 ล้านแผ่น สามารถนำกำรี้กำไรไปช่วยแก้ปัญหาความ อดอยากหิวโหยที่แอฟริกาได้หลายล้านเหรียญสหรัฐฯ

หรือมองย้อนกลับไปอีก 1 ปีก่อนหน้านี้ เขาเคยเข้าไปรับเหรียญที่ระลึกจากท่านประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ณ ทำเนียบขาวมาแล้ว ในฐานะผู้บริจาคเงินช่วยเหลือก้อนใหญ่ สำหรับบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดและแอลกอฮอล์

มาถึงปี 1992 เขาก่อตั้งมูลนิธิ “Heal the World Foundation” ของเขาขึ้นเอง เพื่อจัดหาเงินไปช่วยเหลือสนับสนุนเด็กยากจนทั่วโลก สำหรับต่อสู้กับความหิวโหยและโรคภัยไข้เจ็บ

ในการออกแสดงคอนเสิร์ต “Dangerous World Tour” เมื่อปี 1992-1993 ซึ่งมีคนดูรอบโลก 3 ล้าน 5 แสนคน จากการแสดง 67 รอบนั้น เขามอบกำไรที่เป็นส่วนที่เขาจะได้ทั้งหมดให้แก่มูลนิธิที่เขาตั้งขึ้นปี 1996 หรือ 2539

เขาแวะกลับมาเมืองไทยอีกหนยังแวะมาแถลงข่าว และเยี่ยมเด็กๆ รวมทั้งเด็ก ไทยรัฐ-วิทยา ที่มารอรับที่โรงพิมพ์ไทยรัฐของเราด้วย

ไมเคิลยังขึ้นไปคารวะศพท่าน ผอ.กำพล วัชรพล ที่เพิ่งเสียชีวิตไม่นานนัก และมอบเงินส่วนตัวของเขา ให้แก่มูลนิธิไทยรัฐ ถึง 1 แสนบาท นับเป็นเงินที่ค่อนข้างสูงทีเดียวใน พ.ศ.นั้น

หันมามองในแง่ความเป็นคนใจบุญสุนทาน และตั้งหน้าตั้งตาทำการกุศลอย่างจริงจังเช่นนี้ ก็คงจะช่วยให้สังคมลืมภาพลบๆ ของเขาไปได้เยอะ

นอกจากนี้ ถ้าเราย้อนกลับไปดูประวัติตอนเด็กๆของเขาก็จะยิ่งรู้สึกว่าเขาเป็นเด็กน่าสงสาร และพอจะเข้าใจว่าทำไมบางครั้งเขาจึงกลายเป็นคนแปลกๆไปได้

ไมเคิล แจ๊กสัน เกิดในครอบครัวกรรมกรโรงเหล็กที่ยากจนและมีลูกดกถึง 9 คน

พ่อของเขาเป็นคนดุร้ายชอบทุบตีลูกๆ อย่างไร้เหตุผล ตัวไมเคิลเองเคยโดนพ่อจับเฆี่ยนอย่างทารุณตั้งแต่อายุ 3-4 ขวบด้วยซ้ำเด็กๆ ที่ถูกพ่อแม่ทำร้ายจิตใจมาตั้งแต่เด็กๆ มักจะมีภาพหลอนในเชิงลบติดตัวไปตลอดชีวิต

ไมเคิลเคยเล่าว่า คืนหนึ่งยามดึกมากๆ และมืดมิด…พ่อของเขาแอบเข้ามาทางหน้าต่างพร้อมกับสวมหน้ากากผีมาด้วยไมเคิลตกใจตื่นและขวัญผวาไปอีกหลายปี

พ่อเขาคำรามว่า…นี่แหละวิธีสอนให้พวกนาย (ลูกๆ) สำนึกไงล่ะว่าเวลานอนอย่าลืมใส่กลอนหน้าต่างให้เรียบร้อยทุกครั้งที่รำลึกถึงชีวิตตอนเด็กๆ ไมเคิลจะใช้มือปิดหน้าร้องไห้โดยไม่รู้ตัว

โชคดีที่แม้จะเจอพ่อที่โหดร้ายทารุณ แต่ลูกๆ ของครอบครัวนี้ ก็เอาตัวรอดได้ด้วยการเล่นดนตรี

พวกเขา 5 คน (จาก 9 คน) ตั้งคณะ “แจ๊กสัน 5″ ตั้งแต่ไมเคิลยังเล็กๆ และเดินสายเล่นดนตรี และร้องเพลงในย่านอินเดียนา บ้านเกิดและใกล้เคียง จนค่อยๆ โด่งดังขึ้นเรื่อยๆ

ก่อนที่จะดังทะลุสหรัฐอเมริกาและทะลุโลกในที่สุด

ไมเคิล แจ๊กสัน ได้รางวัลแกรมมี่อะวอร์ด ถึง 13 ครั้ง หรือ 13 รางวัล เป็นสถิติที่ยังไม่มีใครเคยได้

นอกจากนี้ ยังมีสถิติที่น่าสนใจบางอย่างที่เขาทำไว้เมื่อปี 1987 เมื่อเขาออกเวิลด์ทัวร์ เพื่อโปรโมตเพลงชุด “BAD”

ที่ญี่ปุ่นประเทศเดียวเขาแสดง 14 รอบ ขายตั๋วเกลี้ยงทุกรอบ คนดู 570,000 คน

ที่ลอนดอน เขาทำสถิติมีคนดู 504,000 คน จาก การแสดงที่ขายตั๋วเกลี้ยง 7 รอบ ที่สนามเวมบลีย์ (เก่า)

ตลอดทั้งทัวร์เขาแสดง 123 รอบ มีคนดู 4.4 ล้านคน และได้เงิน 125 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นับเป็น สถิติสูงสุดของโลก ที่ยังไม่มีนักร้องคนใดลบได้จากการบันทึกของกินเนสส์บุ๊ก

เป็นที่ทราบดีแล้วว่าเขามีโปรแกรมจะกลับไปเปิดแสดงคอนเสิร์ตที่ลอนดอนอีกหน ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้…และจะเป็นคอนเสิร์ตพิสูจน์ ความยิ่งใหญ่ของเขาอีกครั้งหนึ่ง

เขาตั้งใจจะแสดงแค่ 10 รอบ แต่แฟนๆ ให้การต้อนรับล้นหลามจนต้องเปิดขายตั๋ว 50 รอบ แสดงไปถึงปีหน้าเลย ที่โอทูอารีนา

แน่นอนถึงยังไงๆ ยอดคนดูคราวใหม่ก็คงไม่ทำลายสถิติเมื่อคราวก่อน (ซึ่งแสดงที่เวมบลีย์) แต่การที่จะมีคนดูเต็มถึง 50 รอบเนี่ย ใครจะทำได้ล่ะถ้าไม่ใช่ไมเคิล แจ๊กสัน

น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสได้กลับไปลอนดอน และไม่มีโอกาสที่จะขึ้นสู่เวทีคอนเสิร์ตใดๆอีกแล้วนับแต่นี้

บ๊ายบาย…ไมเคิล แจ๊กสัน…แต่ “วีอาร์เดอะเวิลด์” ของเขายังอยู่และจะอยู่ในใจของคนจนและเด็กหิวโหยทั่วโลกอีกนานเท่านาน.

ซูม

Tags: บันเทิง