ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เราคงจะได้อ่านข่าวหรือดูโฆษณาจากสื่อต่างๆ เกี่ยวกับงานเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปี ของธนาคารออมสิน อยู่บ่อยๆ… ทำให้ทราบว่าธนาคารเก่าแก่ ที่ตั้งขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 แห่งนี้ มีอายุครบ 90 ปีไปเรียบร้อย
ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ทราบเช่นเดียวกันว่า ธนาคารออมสินกำลังจะปรับปรุงบทบาทของตัวเองอย่างมากมาย
นอกจากจะเน้นการส่งเสริมการออม ซึ่งเป็นหน้าที่หลักตั้งแต่เบื้องแรกของธนาคารแห่งนี้ดังที่ทราบกันดีแล้ว… เขายังจะเน้นบทบาทในการสนับสนุนสินเชื่อแก่ประชาชนระดับล่างผ่านธนาคาร ประชาชนมากขึ้น
พร้อมกับจะพัฒนาตัวเองให้เป็นธนาคารทันสมัยไฮเทค เป็นธนาคารระดับโมเดิร์นแบบ “โมเดิร์นไนน์” ไปด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม
ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวไทยส่วนใหญ่ที่ผ่านการเป็นเด็กนักเรียนมาก่อน คงจะรู้สึกชื่นชมยินดีต่อความก้าวหน้าอย่างมั่นคงของธนาคารแห่งนี้
และพร้อมที่จะให้กำลังใจเพื่อให้ธนาคารออมสินก้าวเดินไปข้างหน้า…ด้วยความมั่นคง และรอบคอบดังเช่นอดีตกาลที่ผ่านมา
อะไรที่เป็นของดีของธนาคารออมสินก็ขอให้คงไว้…อะไรที่ไม่ดีมีปัญหามีอุปสรรค ก็ขอให้แก้ไข…และอะไรที่จะเข้ามาเสริมทำให้เกิดความใหม่และความทันสมัยเพิ่มขึ้น ก็ขอให้ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ด้วยหลักการเช่นนี้เอง ทีมงานซอกแซกจึงรู้สึกดีใจที่ทราบว่า การเปลี่ยนแปลงของธนาคารแห่งนี้ไม่ได้กระทบกระเทือนถึงของดีอย่างหนึ่งที่ธนาคารแห่งนี้เคยมีอยู่
นั่นก็คือ ยังไม่เลิกกิจการ “ธนาคารลอยนํ้า” หรือธนาคารเคลื่อนที่ทางเรือ ที่มีขึ้นเป็นแห่งแรกของโลก และเกือบจะเป็นแห่งเดียวในโลก (ถ้าประเทศสวีเดนที่มาเห็นมาดูของเราไม่กลับไปทำเลียนแบบเรา จนกลายเป็นแห่งที่สอง)
จากการตรวจสอบล่าสุด ธนาคารลอยนํ้าหรือธนาคารเรือของธนาคารออมสิน จะอยู่กับธนาคารออมสินต่อไป พร้อมกับปรับปรุงให้ทันสมัยตามทิศทางใหม่ “ไฮเทค” ที่ธนาคารแห่งนี้กำหนดจะเดินต่อไปในอนาคตเรียบร้อยแล้ว
พี่น้อง 2 ฟากคลอง บางกอกน้อย ทะลุไปจนถึงย่าน บางใหญ่ นนทบุรี ที่เคยพึ่งพาอาศัยธนาคารเรือมาเกือบ 40 ปี…สบายใจได้
ก่อนที่จะซอกแซกไปดูว่าธนาคารเรือล่าสุดปรับปรุงไปอย่างไร? ทันสมัยแค่ไหน? เรามาเริ่มต้นด้วยการมองย้อนหลังกลับไปสู่อดีตสักนิดเพื่อให้ทราบว่า ธนาคารเรือถือกำเนิดมาอย่างไร?
จากปูมประวัติของธนาคารระบุชัดเจนว่า ธนาคารออมสินจัดให้มีเรือเคลื่อนที่ เพื่อออกรับฝากและให้ประชาชนถอนเงินทางนํ้าเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2501 โดย ม.ล.ปืนไทย มาลากุล ผู้อำนวยการออมสินสมัยนั้น
ในห้วงแรกเปิดขึ้น 4 แห่ง ได้แก่ ที่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี และ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
ต่อมาเมื่อความเจริญเริ่มคืบคลานมาสู่ประเทศไทย นับแต่ยุคผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุมประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรกปี 2504… บ้านเมืองมีถนนหนทางมากขึ้น การจราจรทางนํ้าก็หายไป
ธนาคารในเขตอำเภอดังกล่าวส่วนใหญ่จึงกลายเป็นธนาคารบก เปิดสำนักงานถาวร และยกเลิกการให้บริการทางนํ้าไปโดยสิ้นเชิง
เหลือเพียงธนาคารออมสิน สาขาปากคลองตลาด ที่มีหน่วยเรือเคลื่อนที่เปรียบเสมือน สาขาย่อยลอยนํ้าเข้าสู่คลองบางกอกน้อย ออกให้บริการประชาชน จนถึงอำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เมื่อปี 2507
39 ปีที่ผ่านมา เปลี่ยนเรือไป 2 ลำจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ เรือ “ออมสิน 42″ ซึ่งเป็นลำที่ 3 ของลำคลองบางกอกน้อย
เรือออมสิน 42 ออกรับใช้ประชาชนครั้งแรกเมื่อ 1 เมษายน 2528 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 72 ปี ของธนาคารออมสิน
ดังนั้น เมื่อถึงวันที่ 1 เมษายน 2546 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 90 ปี ของธนาคารออมสิน เรือลำนี้จึงมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์
จากปูมรายละเอียดที่ข้างเรือระบุว่า ออมสิน 42 มีความยาวตลอดลำ 11.50 เมตร ความกว้างที่กลางลำ 2.85 เมตร ความลึกกลางลำ 1.72 เมตร กินน้ำลึกเมื่อบรรทุกเต็มที่ 0.70 เมตร
ก่อนการปรับปรุงเมื่อปลายปี 2545 จะมีพนักงานประจำเรือ พร้อมพนักงานขับเรือ ครั้งละ 7-8 คน นำเรือออกแล่นจากอู่บางยี่ขัน เข้าสู่คลองบางกอกน้อย ผ่านจุดจอดต่างๆ ประมาณ 10 จุด ไปสิ้นสุดที่วัดโบสถ์บางใหญ่
สำหรับประชาชนที่อยู่ริมน้ำ แต่อยู่นอกจุดจอดก็ยังใช้บริการได้ ด้วยการปักธง สีฟ้า รอไว้ ซึ่งเป็นธงที่ธนาคารออมสินมอบไว้ให้แก่ลูกค้าต่างๆ
ผู้ใดประสงค์จะใช้บริการก็ชักธงสีฟ้าออกมาปักรอได้เลย
บริการที่ให้ก็เหมือนกับสาขาย่อยของธนาคารสาขานั่นแหละครับ คือมีหมดทุกอย่าง ตั้งแต่รับฝากเงิน ให้สินเชื่อ จำหน่ายสลากออมสิน เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ฯลฯ และในปัจจุบันก็จะมีโครงการธนาคารประชาชน และโครงการบ้านออมสินไปบริการด้วย ตามยุคตามสมัย
การปรับปรุงธนาคารเรือมาสู่ความทันสมัยเริ่มขึ้นเมื่อปลายปี 2545 โดยมีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ออนไลน์ผ่านระบบโทรศัพท์ไร้สายของ AIS ที่เรียกว่าระบบ GPRS ซึ่งนำมาใช้เพื่อให้บริการธุรกิจการเงินทางเรือรายแรกของโลก
โดยระบบออนไลน์ที่ว่านี้ทำให้ลูกค้าธนาคารออมสินสามารถใช้บริการของเรือออมสิน 42 ได้ครบถ้วนเหมือนกับใช้บริการตามธนาคารสาขาต่างๆ
ลูกค้าที่มีบัญชีออมสินสาขาอื่นจะเบิกผ่านเรือก็ได้ หรือจะฝากผ่านเรือไปสาขาอื่นๆ ก็ย่อมได้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน ก็สามารถเปิดบัญชีในระบบเอทีเอ็มและใช้บัตรวีซ่าอิเล็กตรอน ตลอดจนการโอนเงินต่างๆ ได้จากเรือลำนี้
ทุกวันนี้ เจ้าหน้าที่ที่ประจำเรือจะเหลือเพียง 2 หรือ 3 คนเท่านั้นในแต่ละวัน โดยไม่รวมพนักงานขับเรือ
แม้บัญชีและเงินฝากหรือสินเชื่อส่วนใหญ่จะโอนเข้าไปรวมกับสาขาปากคลองตลาดแล้ว แต่ก็พอจะสรุปให้เห็นยอดคร่าวๆ ในวันสุดท้ายก่อนโอนได้ว่า ธนาคารเรือลำนี้ให้บริการแก่ลูกค้ารวม 4,656 บัญชี มียอดเงินฝากคงเหลือ 138 ล้านบาท สินเชื่อ 164 ราย รวม 3.73 ล้านบาท
ในปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการโดยเฉลี่ย 200-300 ราย โดยเฉพาะในหน้าผลไม้ จะมีเงินฝากสูงถึงวันละ 5-6 แสนบาท
ท่านประธานธนาคารออมสิน คุณสมใจนึก เองตระกูล ให้ความมั่นใจว่า จะคงธนาคารเรือซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อีกประการหนึ่งของธนาคารออมสินไว้ต่อไป
พร้อมกับกล่าวส่งท้ายว่า “นี่แหละตัวอย่างของการไปสู่ความทันสมัยของออมสินละ…ก็ไม่ได้ หวือหวาอะไรมาก เพียงแค่เรามีธนาคารเรือ…ออนไลน์ เป็นแห่งแรกของโลกเท่านั้นเอง”.
“ซูม”