คอลัมน์ซอกแซกเคยเขียนเรื่องราวของตึก “ใบหยกสกาย” ประตูนํ้า ซึ่งเป็นตึกสูงสุด ของประเทศไทย อย่างน้อย 1 ครั้ง เมื่อตอนเปิดตึกใหม่ๆ ประมาณ พ.ศ.2541
จำได้ว่าครั้งที่แล้วยังมิได้ขึ้นไปสู่ชั้นสูงที่สุด ของตัวตึก ที่เขาเปิดให้ขึ้นไปชมวิวในปัจจุบัน คือชั้นที่ 84 ซึ่งเป็นดาดฟ้า พื้นหมุนได้โดยรอบ เพราะยังสร้างไม่เสร็จในขณะนั้น
ขึ้นไปเพียงแค่ชั้น 77 ที่เขาเปิดเป็นหอชมวิว และห้องนิทรรศการเท่านั้นเอง
แต่กระนั้นก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความสวยงาม ของกรุงเทพมหานครที่เห็นอยู่ข้างล่าง จนต้องเก็บมาเขียนเล่ายาวเหยียดในคอลัมน์นี้
ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา นี้เอง…เนื่องในโอกาสการเจรจาเพื่อความร่วมมือระหว่าง บริษัทสยามอินเตอร์มัลติมีเดีย เจ้าของคลื่นวิทยุ สปอร์ต เรดิโอ หรือคลื่น FM 96 และ FM 106.75 ในการใช้เสาอากาศ ณ ตึกแห่งนี้…หัวหน้าทีมซอกแซกได้รับเชิญไปเป็นสักขีพยานด้วย
ก็เลยถือโอกาสเยี่ยมชมตึกใบหยกสกายเสียอีก 1 รอบ และคราวนี้ได้ขึ้นไปยืนบนดาดฟ้าหมุนชั้น 84 สมมาดปรารถนา
ไม่ใช่หมุนอย่างเดียว ยังเป็นดาดฟ้าโล่งๆอีกด้วย จึงมีลมพัดโชยเข้ามาตลอด เล่นเอายะเยือกไปทั้งตัว เพราะอุณหภูมิเมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา ยังอยู่ในเกณฑ์หนาวเย็
ได้เรื่องได้ราวและได้ความรู้สึกกลับมาฝากท่านผู้อ่านอีกครั้งหนึ่ง
ในตอนแรกคนเป็นโรคกลัวความสูงอย่างหัวหน้าทีมซอกแซกยังไม่ค่อยกล้ามองลงมาด้านข้าง และด้านล่างมากนัก จึงเอาแต่ใช้วิธี “ตาดูดาว” อยู่ตลอด คือมองขึ้นไปเฉพาะข้างบน
หลังจากยืนปรับตัวอยู่ได้ระยะหนึ่ง ก็เริ่มคุ้น ค่อยๆขยับใบหน้าและนัยน์ตาลงมามองด้านข้าง หรือมองยาว มองไกลได้บ้าง
ช่วงนั้นประมาณเกือบ 2 ทุ่มเห็นจะได้ กรุงเทพมหานครกำลังอยู่ในช่วงประดับไฟเจิดจ้า สวยสดงดงามอย่าบอกใครเชียว
ตรงนั้นสีลม ตรงโน้นสยามสแควร์…โน่นราชดำเนิน นั่นไงตึกรัฐสภา…นั่นอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ …นั่นประตูนํ้า ฯลฯ
ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็วนได้ครบรอบทิศทาง และเนื่องจากเป็นการหมุนที่ไม่เร็วจนเกินไปนัก จึง ไม่รู้สึกเวียนหัวหรือหน้ามืดตาลายแต่ประการใดทั้งสิ้น
เป็น 10 นาทีที่ประทับใจและจะอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน ว่าบ้านเราก็มีอะไรสวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้ที่อื่นเหมือนกันซีน่า
คุณพันธ์เลิศ ใบหยก ประธานกรรมการของกลุ่มโรงแรมใบหยก ที่มาเป็นไกด์กิตติ- มศักดิ์ในคืนนี้เล่าให้ฟังว่า จริงๆแล้วตึกใบหยกสกายมีความสูง ทั้งสิ้น 88 ชั้น
ณ จุดที่เรายืนอยู่ที่เรียก กันว่า ดาดฟ้าหมุนนั้น จะอยู่บนชั้นที่ 84 ฉะนั้นจึงยังไม่ใช่ชั้นสูงสุดของตัวตึกอยู่ดี
แต่ทางโรงแรมจะไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปขึ้นไป สูงกว่านี้ เพราะข้างบนส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่สำหรับ ห้องควบคุมดูแลเสาวิทยุและเสาโทรทัศน์ที่มีผู้มาติดต่อขอเช่าไว้ จึงยอมให้ขึ้นเฉพาะช่างเทคนิคเท่านั้น
คุณพันธ์เลิศเล่าด้วยว่า ถ้าวัดความสูงเป็นเมตร ตึกใบหยกจะมีความสูง 309 เมตรจากพื้นดินสู่ชั้นบนสุด…เทียบเท่ากับความสูงของชายไทยโดยเฉลี่ยประมาณ 182 คน ยืนต่อตัวกัน
มีบันไดทั้งสิ้นจากชั้นล่างถึงชั้นบนสุด รวมทั้งสิ้น 2,060 ขั้น ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการเดินกว่า 1 ชั่วโมงในช่วงขาขึ้น (สำหรับคนแข็งแรง)
มีลิฟต์ทั้งสิ้น 20 ตัว โดยเฉพาะลิฟต์แก้ว จากชั้น 1 ถึงชั้น 77 เป็นลิฟต์ที่สูงที่สุดของประเทศ ไทย มีระยะวิ่ง 254.15 เมตร ใช้เวลาขึ้นหรือลง 1.20 นาที
แต่สำหรับคนกลัวความสูงไม่แนะนำครับ เพราะจะรู้สึกเหมือนเรายืนอยู่บนกระเช้าซึ่งลอยขึ้นไปบนอากาศโดยปราศจากการห่อหุ้ม
สถิติที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ หน้าต่างครับ… คุณพันธ์เลิศบอกพวกเราว่า ใบหยกสกายมีหน้าต่างทั้งสิ้น 1,740 บาน หรือเท่ากับหน้าต่างของอาคารพาณิชย์รวมกัน 200 คูหาเลยทีเดียว
จากการสอบถามจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจจะขึ้นไปชมวิว หรือไปยืนขาสั่นบนดาดฟ้าหมุนเช่นเดียวกับหัวหน้าทีมซอกแซก…จะต้องทำอย่างไรบ้าง?
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ตอบว่า สามารถซื้อบัตรขึ้นมาชมได้เลย โดยสามารถจะชมได้ทั้ง 2 ชั้น คือ ชั้น 77 ซึ่งจะเป็นห้องชมวิว พร้อมการชมนิทรรศการภาพถ่ายและวีดิทัศน์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์เป็นของแถม
จากนั้นก็ขึ้นลิฟต์ต่อไปที่ชั้นดาดฟ้าหมุนชั้น 84 เพื่อชมวิวกรุงเทพฯด้วย 2 ตาของท่านเองแบบสดๆ โดยไม่มีกระจกใดๆขวางกั้นแม้แต่บานเดียว
ทั้ง 2 รายการนี้คิด 200 บาทถ้วนๆ โดยจะมีเครื่องดื่มเสิร์ฟแก้กระหายให้ด้วย
วันธรรมดาเปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.30 น. ไปจนถึง 23.00 น. สำหรับวันเสาร์ อาทิตย์จะเปิดเช้าหน่อย เริ่มตั้งแต่ 09.30 น. เป็นต้นไป
แต่ถ้าใครมาใช้บริการด้านภัตตาคารและรับประทานอาหารของโรงแรม ซึ่งจะมีทั้งบุฟเฟ่ต์, อาหาร จีน, อาหารฝรั่ง, ตามชั้นต่างๆ เช่น 76, 78, 79, 82 ระหว่างรับประทานก็มีวิวให้ดูอยู่แล้ว รับประทานเสร็จ ยังขึ้นไปดูวิวบน 2 ชั้นที่กล่าวถึงข้างต้นได้อีกด้วยโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
ทีมงานซอกแซกขออนุญาตไม่ลงลึกในราย ละเอียดมากไปกว่านี้ ท่านที่สนใจโปรดหาข้อมูล และจองโต๊ะอาหารกันเอาเองที่หมายเลข 0-2656-3000 และ 0-2656-3456 กด 4
อะไรไม่อะไร วันที่ 8 ก.พ. ที่จะถึงนี้ เขาจะมี การแข่งขันวิ่งขึ้นยอดตึกใบหยกสกาย ที่เรียกว่า “ใบหยก 2009 รัน-อัพ” และได้ข่าวว่ามีนักวิ่งมาสมัครแข่งขันหลายร้อยคน
ทุกวันนี้ก็ยังเปิดรับสมัครที่หมายเลข 0-2954-4444 หรือ 08-1827-8255 กับ 08-6995-6945
ใครจะเป็นนักวิ่งปอดเหล็กที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันได้ น่าลุ้นจริงๆ…เมื่อกี้บอกแล้วว่า บันไดทั้งหมด 2,060 ขั้น เฉพาะเดินอย่างเดียวก็กว่า 1 ชั่วโมง
แชมป์วิ่งจะใช้เวลากี่นาทีเอ่ย? ขอบอกอีกครั้งว่า วิ่งขึ้นนะครับ ไม่ใช่วิ่งลง.
“ซูม”