หัวหน้าทีมซอกแซกจำได้คลับคล้ายคลับ-คลาว่า เพิ่งจะได้รับเชิญไปร่วมเขียนหนังสือ “ธรรมศาสตร์ประกาศนาม” เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่หยกๆ
อีกทั้งเพิ่งจะไปบรรยายเล่าความหลังในส่วนที่เขียนในหนังสือให้นักศึกษารุ่นน้องๆฟังที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตอยู่หมาดๆ
ที่ไหนได้ ทั้ง “หยกๆ” และ “หมาดๆ” นั่นน่ะ ผ่านไปแล้ว 5 ปีเต็มๆ
บนโต๊ะหัวหน้าทีมซอกแซกวันนี้ มีบัตรเชิญวางอยู่ 1 แผ่น มีใจความว่า…”ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญร่วมเป็นเกียรติในงาน “รำลึก 75 ปีธรรมศาสตร์” ณ หอประชุมกองทัพเรือ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2552 เวลา 18.00 น.”
ต้องขอขอบคุณท่านนายกสมาคมธรรมศาสตร์ ที่กรุณาส่งบัตรเชิญและแผ่นปลิวรายละเอียดมาเตือนความทรงจำ และเป็นข้อมูลอย่างดียิ่งสำหรับ รายงานซอกแซกประจำสัปดาห์นี้
เนื่องเพราะงานวันสถาปนา 27 มิถุนายนนั้น จะต้องจัดในตัวอาคาร เพราะมีลักษณะเป็นงานกาลาดินเนอร์อยู่หน่อยๆ ต่างกับวันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม ที่จะจัดในสนามฟุตบอลแบบสบายๆ
คณะกรรมการจึงเลือก หอประชุมกองทัพเรือ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากธรรมศาสตร์ และสามารถเชื่อมโยงกับธรรมศาสตร์ได้
ประเดี๋ยวจะบอกว่า…ทำไมถึงต้องเชื่อมโยงและอยู่ไม่ไกล?
เอาเป็นว่า งานรำลึก 75 ปีจะมีที่หอประชุมกองทัพเรืออันโอ่อ่าตระการตาแน่นอน โดยเหมาเอาไว้ทั้ง 2 ห้อง 2 ชั้น
ห้องชั้นบนได้แก่ “ห้องรังสิต” เป็นห้องใหญ่ สำหรับพิธีการต่างๆ และจะมีวงดนตรี สุนทราภรณ์ วงใหญ่เป็นวงหลัก
ห้องชั้นล่างตั้งชื่อสมมติว่า “ห้องท่าพระจันทร์” มีวง ที.ยู.แบนด์ เป็นหลัก
แต่ใครจะอยู่ห้องไหนก็เหมือนกัน เพราะนักร้องนักแสดงส่วนใหญ่จะใช้วิธีวิ่งรอกขึ้นๆ ลงๆ ให้ความบันเทิงแก่ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์อย่างทัดเทียมกันทั้ง 2 ห้อง
คณะกรรมการจัดงานกระซิบด้วยว่า อย่าแปลก ใจหากใครนั่งเรือผ่านหอประชุมกองทัพเรือในวันเสาร์ที่จะถึงมองเห็น “แม่โดม” มาตั้งตระหง่านอยู่ด้วย
นี่คือโดมจำลองที่ยกมาจากรังสิต เพื่อเนรมิตให้หอประชุมกองทัพเรือมีสภาพเป็นธรรมศาสตร์ ชั่วคราว และเพื่อให้ศิษย์เก่าทั้งหลายใช้เป็นมุมถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกว่าได้มางานนี้
ใน ห้องท่าพระจันทร์ จะจำลองบรรยากาศ จริงเหมือน เรียนที่ท่าพระจันทร์ โดยเฉพาะ ซุ้มอาหารต่างๆ จะเป็นร้านเจ้าเก่าที่นักศึกษาเคยรับประทาน มาแล้ว (แม้แต่อาบังขายถั่วก็จะมาด้วย)
สำหรับการแสดงบนเวทีนั้น จะมีการแสดงจินตลีลาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของธรรมศาสตร์ผ่านลำนำเพลงมหาวิทยาลัยยุคต่างๆ อันไพเราะเพราะพริ้ง นำแสดงโดย “ซาร่า” ศิลปินดังจาก AF3 ซึ่งเป็นนักศึกษาปัจจุบันของธรรมศาสตร์ รวมกับนักศึกษาศิลปศาสตร์อีก 30 ชีวิต
ภายในงานจะมีของที่ระลึกต่างๆ วางจำหน่ายเพียบ มีศิลปินมารับวาดรูปเหมือน มีหมอดูมาเปิดดูหมอ มีหนังสือ 75 ปีธรรมศาสตร์ ปกติเล่มละ 500 บาท มาวางขายแค่ 300 บาทเท่านั้น
บัตรเข้างานนี้ราคา 750 บาท (รวมค่าอาหาร เครื่องดื่ม) ซื้อได้ที่สมาคมธรรมศาสตร์ (งามดูพลี 0-2286-0861) หรือที่เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ทุกสาขา (0-2262-3456) และจะไปซื้อหน้างานเลยก็น่าจะมี
ทีนี้ก็มาถึงการเชื่อมโยงระหว่างหอประชุมกองทัพเรือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่เกริ่นเอาไว้เมื่อสักครู่
คณะกรรมการให้แจ้งด้วยว่า สำหรับท่านที่ไม่ประสงค์จะขับรถไปจอดที่หอประชุมกองทัพเรือ แต่ประสงค์จะไปเยี่ยมเยียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อน จะจอดรถไว้ในธรรมศาสตร์ก็ได้ เพราะนอกจากมีที่จอดรถในสนามและรอบๆ แล้ว ยังมีที่จอดรถในตึกจอดรถได้อีกหลายคัน
จากท่าพระจันทร์ คณะกรรมการเตรียมจัดเรือไปส่งให้ถึงหอประชุมกองทัพเรือเลยครับ
เรือโดยสารเที่ยวแรกจะออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เวลา 17.00 น. และจะทยอยแล่นไปแล่นมาจนถึง 24.00 น. หลังเลิกงาน 1 ชั่วโมง
ทั้งหมดนี้คืองานรำลึก 75 ปีที่สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะจัดขึ้นในวันที่ 27 มิถุนายน ตามที่ ดร.นริศแจ้งมาให้ทราบ
แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันสำคัญของธรรมศาสตร์ จึงยังมีงานอื่นๆอีกมาก อาทิ 07.00 น. เช้าวันเดียวกัน ณ บริเวณด้านข้างหอประชุมใหญ่และหอประชุมศรีบูรพา ท่าพระจันทร์ จะมีพิธีสงฆ์ด้วย
รวมทั้งจะมีการประชุมการสัมมนาต่างๆในหอประชุมตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน
จากตารางที่ส่งมาให้ระบุด้วยว่า ตลอดเดือนมิถุนายน ที่หอจดหมายเหตุ มธ. ท่าพระจันทร์ จะมีการนำเสนอนิทรรศการถาวร ในส่วนที่เกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญๆ ของธรรมศาสตร์ ตั้งแต่ยุคแรกมาจนถึงปัจจุบัน ขอเชิญชมได้
นี่ก็วันที่ 27 มิถุนายน เหมือนกัน แต่เวลาประมาณบ่าย 3 โมงกว่าๆ จะมีพิธีเปิดอาคารผู้ป่วยพิเศษยูงทอง (อาคารธนาคารทหารไทย) ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต โดยท่านประธานวุฒิสภา ประสพสุข บุญเดช และ อธิการบดี สุรพล นิติไกรพจน์
จริงๆ แล้วเขายังมีกิจกรรมอีกเยอะมาก จัดกัน ตลอดทั้งปีไปจนถึงเดือนมกราคมปีหน้าโน่นเลย
ทีมงานซอกแซกขออนุญาตนำลงให้ทราบเพียงเท่านี้ก่อนก็แล้วกัน
ที่ชอบใจมากๆ ก็เห็นจะเป็นคำขวัญประจำงานที่เขาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ตอน 70 ปี เขาใช้คำว่า “70 ปีธรรมศาสตร์ ประกาศนาม”…พอมาถึง 75 ปีก็ใช้คำว่า “75 ปีธรรมศาสตร์สร้างชาติ สร้างธรรม”
เอ! แล้วตอน 80 ปี จะใช้อะไรล่ะเนี่ย…จัดประกวดล่วงหน้าเพื่อชิงรางวัลแบบหมีแพนด้าดีไหมครับท่านอธิการ?
“ซูม”