ซอกแซกสุดสัปดาห์นี้ขอตระเวนอยู่ใกล้ๆ ภายในบริเวณโรงพิมพ์ไทยรัฐเรานี่เอง เรียกว่าขึ้นบันไดไปชั้นเดียวจากห้องทำงานของทีมงานซอกแซกเท่านั้นณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคาร 9 ของหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ (หัวหน้าทีมซอกแซกนั่งทำงานอยู่ชั้น 6) เมื่อวันพุธที่ 23 เมษายน 2551 เวลาตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป คลาคลํ่าด้วยแขกผู้มีเกียรติเกือบ 200 ชีวิต
นี่คืองานแถลงข่าวการจัดทายผลฟุตบอลยูโร 2008 ที่จะเริ่มเตะในวันที่ 7 มิถุนายน และชิงชนะเลิศ ในวันที่ 29 มิถุนายนที่จะถึงนี้
เป็นธรรมเนียมเสียแล้วว่าทุกๆ 2 ปี เราจะมีงาน แถลงข่าวเช่นนี้ครั้งหนึ่ง นั่นคือเมื่อจะมีการแข่งขันฟุตบอลโลก สลับกับฟุตบอลแห่งชาติยุโรป หรือยูโร
แม้ฟุตบอลโลก และฟุตบอลยุโรปจะเปิดฉากเตะมานานพอสมควร แต่คนไทยเริ่มติดตามฟุตบอลโลกอย่างจริงจังเมื่อ ค.ศ.1970 หรือปี 2513 ในศึกฟุตบอล โลกครั้งที่ 12 ณ ประเทศเม็กซิโก
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐและเดลินิวส์ได้ชื่อว่าเป็น 2 ฉบับแรกที่แข่งกันทำข่าวฟุตบอลโลกด้วยการนำขึ้นพาดหัวหน้า 1 เป็นข่าวใหญ่ยักษ์ ทำให้คนไทยตื่นเต้นกับการแข่งขันในปีดังกล่าว และทำให้รัฐบาลไทยต้องสั่งการให้มีการถ่ายทอดสดนัดชิงชนะเลิศ ระหว่างบราซิลกับอิตาลีให้ดูเป็นครั้งแรก
หลังจากนั้นกีฬาฟุตบอลในระดับโลกก็เข้ามายึดครองหัวใจคนไทยอย่างเหนียวแน่น ส่งผลให้คนไทยติดตามการแข่งขันทั้งฟุตบอลโลกและต่อมาก็ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร ซึ่งมีความ สนุกสนานตื่นเต้นใกล้เคียงกัน
จนกระทั่งปี 1982 หรือ พ.ศ.2525 หรืออีก 12 ปี หลังจากที่คนไทยได้สัมผัสกับฟุตบอลโลกที่เม็กซิโกซิตี้ ฟุตบอลโลกได้คิวหมุนเวียนมาจัดที่ยุโรป โดยมีสเปนเป็นเจ้าภาพ
อดีตผู้อำนวยการและผู้ให้กำเนิดหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ กำพล วัชรพล ซึ่งเป็นนักกีฬาตัวยงและสนใจ ในกีฬาทุกประเทศ มีคำสั่งโดยตรงถึงกองบรรณาธิการ ให้ค้นหาวิธีที่จะทำให้ผู้อ่านไทยรัฐมีความสุขและความสนุก เพิ่มมากขึ้นจากการดูฟุตบอลโลก
จึงเป็นที่มาของการจัดทายผลฟุตบอลโลกขึ้นเป็นครั้งแรก สำหรับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐในปีดังกล่าว
ท่านผู้อำนวยการกำพลไม่ประสงค์จะให้มีการ ตัดชิ้นส่วนใดๆ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐทั้งสิ้น
ท่านยํ้าว่า ผมไม่ต้องการเพิ่มยอดหนังสือพิมพ์ จากงานนี้ แต่อยากให้คนอ่านของเรามีความสนุกและคิดถึงเราทุกครั้งที่มีฟุตบอลโลก
การทายผลของเราจึงเริ่มขึ้นด้วยการให้ท่านผู้ อ่านส่งไปรษณียบัตร 1 แผ่น ต่อ 1 คำทำนาย พร้อมกรอก ชื่อที่อยู่ส่งมาที่เราเท่านั้น
นึกไม่ถึงว่าด้วยรางวัลที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงเครื่องรับโทรทัศน์ สี และเครื่องเล่นวีดิโอเพียงเครื่องเดียว จากบริษัทเนชั่นแนล พร้อมด้วยรางวัลอื่นๆ ซึ่งเป็น โทรทัศน์ขาวดำและวิทยุเพียงไม่กี่เครื่องจะทำให้ แฟนๆ ตื่นตัวด้วยการส่งไปรษณียบัตรมาร่วมสนุกกว่า 11 ล้านฉบับ เกือบๆ 12 ล้านฉบับเลยทีเดียว
ทำให้พวกเรามีกำลังใจที่จะจัดทายผลต่อในการแข่งขัน ครั้งต่อไปอีก 4 ปีต่อมา ซึ่งเป็น ฟุตบอลโลกครั้งที่ 13 ค.ศ.1986 หรือ พ.ศ.2529 ที่กลับไปเตะ ที่เม็กซิโกอีกครั้ง ตามด้วยฟุตบอลโลก ค.ศ.1990 หรือ 2533 ที่มาเตะที่อิตาลี
ต่อมา เมื่อความนิยมของแฟนลูกหนังเมืองไทยที่มีต่อฟุตบอลยูโร หรือการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเริ่มมีมากขึ้นใกล้เคียงกับฟุตบอลโลก
ไทยรัฐจึงตัดสินใจเปิดทายผลฟุตบอลยูโรขึ้นด้วยอีกรายการหนึ่งในปี 1992 หรือ พ.ศ.2535 ในศึก ฟุตบอลยูโร ครั้งที่ 9 ที่สวีเดนเป็นเจ้าภาพ
ทำให้การร่วมสนุกทายผลฟุตบอลของเรากลายเป็น 2 ปีครั้ง สลับกันระหว่างฟุตบอลโลกกับฟุตบอลยูโรนับแต่นั้นเป็นต้นมา
ขณะเดียวกันรางวัลที่ 1 ของเราก็เพิ่มมูลค่ามากขึ้น เริ่มจากฟุตบอลโลก 1994 (2537) ที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพ รางวัลที่ 1 ได้แก่ รถเบนซ์ สปอร์ตซีคลาส มูลค่า 3 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดไปรษณียบัตรกระฉูดขึ้นกว่า 43 ล้านฉบับ
อีก 2 ปีต่อมา เมื่อมีฟุตบอลยุโรป โดยอังกฤษเป็นเจ้าภาพ รางวัลที่ 1 ได้แก่รถเบนซ์ สปอร์ต SL มูลค่า 6.9 ล้านบาท มีผู้ส่งไปรษณียบัตรเข้าร่วม 50 ล้านกว่าฉบับ
เราเริ่มเปลี่ยนรางวัลที่ 1 มาเป็นเงินสดเมื่อ ค.ศ.1998 หรือ 2541 ในฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ โดยเริ่มด้วยจำนวนเงิน 5 ล้านบาท มีผู้ส่งไปรษณียบัตร 65 ล้านฉบับ
ตามด้วยฟุตบอลยูโร ที่เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เป็นเจ้าภาพร่วม ที่ยังคง รางวัลที่ 1 ไว้ 5 ล้านบาท เช่นกัน ยอดไปรษณียบัตร ขยับมาเป็น 68 ล้านฉบับ
จนกระทั่งเมื่อสปอนเซอร์ทั้งหลายเล็งเห็นว่า การมาร่วมสนุกกับไทยรัฐได้ผลคุ้มค่า จึงมีผู้ขันอาสาเข้ามาร่วม อีกหลายบริษัท
ทำให้สามารถเพิ่มรางวัลที่ 1 ได้ถึง 10 ล้านบาท เป็นครั้งแรกในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2002 และมียอดไปรษณียบัตรสูงถึง 136 ล้านฉบับในปีนั้น
จากนั้นมาเรายังคงรางวัลที่ 1 ไว้ที่ 10 ล้านบาท ทั้งในการแข่งขันฟุตบอลยูโร ที่โปรตุเกส ปี 2004 ซึ่งมีไปรษณียบัตรลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังสูงถึง 118 ล้านฉบับ
ฟุตบอลโลกล่าสุด ค.ศ.2006 หรือ พ.ศ. 2549 เยอรมันเป็นเจ้าภาพ รางวัลที่ 1 ยังเป็นเงิน 10 ล้านบาท เช่นเดิม แต่ด้วยความเร้าใจของการแข่งขัน ทำให้ยอดไปรษณียบัตรสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 150 ล้านฉบับ
ดังนั้น ในศึกฟุตบอลยูโร 2008 ที่จะถึงนี้ที่สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย จะเป็นเจ้าภาพนั้น เราจึงหวังว่าด้วยรางวัลที่ 1 รางวัลละ 10 ล้านบาทเท่าเดิม และรางวัลที่ 2 รางวัลละ 1 ล้านบาท รวม 10 รางวัล และ รางวัลปลอบใจ 1 แสนบาท อีก 100 รางวัล จะทำให้แฟนๆส่งไปรษณียบัตรมาร่วมสนุกอย่างคึกคักอีกเช่นเคย
ต้องขอขอบคุณ 11 สปอนเซอร์หลักของเรา ที่ทำให้การดูฟุตบอลยูโร 2008 ในระหว่าง 7-29 มิถุนายนปีนี้ มีความมันส์ยิ่งขึ้น
และนี่คือ “อภิมหาสปอนเซอร์” ที่หัวหน้ากองบรรณาธิการไทยรัฐ คุณ สราวุธ วัชรพล กล่าวยกย่องในการแถลงข่าวเมื่อ 23 เม.ย.
1. การบินไทย 2. ปตท. 3. ซีพี 4. ไทยเบฟเวอเรจ 5. ตรีเพชรอีซูซุ 6. บิ๊กซี 7. เอไอเอส 8. เจมส์ แกลลอรี่ 9. ไปรษณีย์ไทย 10. สยามแก๊ส และ 11. เจ้าพระยาประกันภัย.
“ซูม”