รีวิว…ชวนชิมอาหารฝรั่งเศส “ดิ ไอเฟล” ที่ร้านใหม่ แต่รสชาติเดิม

หลังจากรอร้าน “ดิ ไอเฟล” ร้านใหม่สร้างนานถึง 9 เดือน แล้ววันที่รอคอยก็มาถึงค่ะ ครอบครัวซอกแซกจึงติดต่อขอจองโต๊ะก่อนวันเปิดร้านจริง 1 วัน เพื่อทำการรีวิวแบบเอ็กซ์คลูซีฟอย่างที่ได้บอกไปเมื่อตอนที่แล้ว รวมถึงฉลองวันพ่อล่วงหน้า โดยหวังในใจว่าจะรีบกลับมาเขียนรีวิวเพื่อให้ทันสัปดาห์แรกของการเปิดร้านใหม่อีกด้วย

เนื่องจากเป็นร้านโปรดของครอบครัวซอกแซกจริงๆ พวกเราชอบร้านนี้มาก จึงอยากบอกต่อให้คนที่รู้จักเรา และแฟนๆ ของเว็บไซต์ซูมซอกแซก ได้มาลองลิ้มชิมรสอาหารฝรั่งเศสสักครั้ง ซึ่งเรามั่นใจว่าทุกคนจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน

“D’Eiffel sala thammasop64” ร้านใหม่อยู่ไม่ไกลจากร้านเดิมค่ะ จากด้านหน้ามหาวิทยาลัยมหิดลศาลายาประตู 4 ให้กลับรถที่วงเวียนหอนาฬิกา (สุดทางริมรางรถไฟ) ใช้เลนด้านซ้ายเพื่อเตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าซอยแรก (ศาลายานิเวศน์ ซอย 1) ขับข้ามคลองทวีวัฒนา ผ่านร้านอาหารสายลมสายน้ำ เลี้ยวซ้ายเข้าซอยศาลาธรรมสพน์ 64 ร้านจะอยู่สุดทางขวามือค่ะ เดินทางไม่ยาก เพราะมีป้ายบอกตลอดทาง

อาหารฝรั่งเศสของที่นี่มีให้เลือกมากมาย อาทิ ซีซาร์สลัด, สลัดอกเป็ดรมควัน, บลูชีสสลัด, สลัดกุ้งดิวซอส, เทอร์รีนเนื้อลูกวัว (“เทอร์รีน” คือ การเอาเนื้อหรือผักบดต่างๆ ปรุงรส แล้วนำไปฟอร์มในภาชนะ), ปลาเรนโบว์เทราต์ทอดซอสพริกไทยแดง, ปูอบชีส, กุ้งพริกไทยสด, เป็ดซอสส้ม, ซุปหัวหอม, ซุปใส, ซุปกุ้ง, ซุปเห็ด, ซุปฟักทอง, พีชเมลบ้า, เครปซูเซ็ท, เชอร์รี่จูเบอรี่, บานาน่าเฟมเบ้, และอีกมากมายหลายรายการ

ทั้งนี้จะมีเมนูที่เชฟแนะนำอย่างเช่น ตับห่านฝรั่งเศส, ปลาหิมะอบพริกไทยเเดง, ซี่โครงแกะย่าง, กุ้งแม่น้ำครีมคอนยัค, ล๊อบสเตอร์อบชีส, สตูว์แกะ, หอยแมลงภู่ดำอบไวน์ขาว, และทาร์ตตาแตง อีกด้วย

หลังจากที่ได้โต๊ะแล้ว ทางร้านจะเริ่มเรียกน้ำย่อยด้วย “ขนมปังฝรั่งเศส” อบร้อนจนกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมเนย ซึ่งขนมปังเป็นแบบโฮมเมดทำเองที่ร้าน รสชาติอร่อยมากจนต้องขอขนมปังเพิ่มเลยค่ะ แต่อย่าทานขนมปังจนเพลินนะ เพราะของอร่อยกำลังจะตามมามากมายล้นโต๊ะ

สำหรับเมนูที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้ทางเชฟหรั่ง และเชฟกฤตย์ ได้จัดมาสำหรับรีวิวแบบเป็นทางการ 6 เมนู ส่วนที่เพิ่มเติมจาก 6 เมนูนั้นทางอาแดงแนะนำให้เราลองชิม

ขอเริ่มรีวิวจาก 6 เมนูทางการก่อนนะคะ เริ่มที่

“หอยแมลงภู่ดำอบไวน์ขาว” (340 บาท) ใช้หอยแมลงภู่จากออสเตรเลียเนื้อแน่น ตัวโตเต็มฝาประมาณ 10 ตัวมาอบด้วยไวน์ขาวจนเข้าเนื้อ รสชาติน้ำซุปจะอมเปรี้ยวกลมกล่อม อยากให้ลองชิมค่ะ

“ซุปเห็ดทรัพเฟิล” (550 บาท) ซุปครีมเข้มข้น แต่ไม่ creamy จนเลี่ยน หอมกลิ่นทรัฟเฟิลมากๆ มีเห็ดทรัฟเฟิลเป็นชิ้นๆ ให้เคี้ยวกรุบๆ ด้วยค่ะ ที่ร้านใช้ทรัฟเฟิลอย่างดี ราคากิโลกรัมละเป็นหมื่นบาทเลยนะคะ แนะนำให้ยกดื่มแบบค่อยๆ จิบค่ะ รสกลมกล่อมมาก

“ฟัวร์การ์บัลซามิคซอส” (950 บาท) ใช้ตับห่านฝรั่งเศสเนื้อแน่น ขนาดเกือบเท่าฝ่ามือ หนาประมาณ 1-1.5 ซม. จำนวน 2 ชิ้น ถูกวางไว้ในจาน ราดซอสรสนุ่มที่เป็นสูตรเฉพาะของเชฟหรั่ง ตกแต่งด้วยเครื่องเคียงเล็กน้อย พร้อมด้วยขนมปังปิ้ง เพื่อเพิ่มความอร่อยแนะนำว่าเวลารับประทานให้เอาขนมปังปาดซอสแล้วทานคู่กับตับห่าน รสชาติที่ได้จะอร่อยมากเลยค่ะ (ขอเตือนไว้หน่อย ใครทานเมนูนี้คนเดียวทั้งจาน รับรองว่าคอเลสเตอรอลถามหาแน่นอนค่ะ)

“ปลาหิมะอบพริกไทยเเดง” (750 บาท) ปลาหิมะทอดจนกรอบนอกนุ่มใน เนื้อปลาขนาดกลาง ชิ้นหนาประมาณ 1-1.5 นิ้ว จำนวน 2 ชิ้น ราดด้วยซอสอมเปรี้ยวที่มีหอมแดงสับและพริกไทยเเดงสดจากเยอรมันโรยหน้า เสิร์ฟเคียงด้วยมันบดและผักต้ม เป็นอาหารที่น่าจะถูกปากคนไทยบ้านเราได้สบายๆ

“กุ้งแม่น้ำครีมคอนยัค” (1,620 บาท) คิดราคาตามน้ำหนัก ราคาขีดละ 270 บาท จานนี้ใช้กุ้งแม่น้ำหนัก 6 ขีดมาทำ เสิร์ฟพร้อมผักเคียงและข้าวผัดลูกเกดค่ะ น้ำครีมคอนยัคนี้มีรสชาติของมันกุ้งแฝงอยู่ด้วย อร่อยมากจนอยากขอเพิ่มข้าวเลยค่ะ แนะนำให้ตักข้าวคลุกกับน้ำซอสให้ชุ่มเลยนะคะ

“ซี่โครงแกะย่าง” (1,170 บาท) ซี่โครงลูกแกะจากออสเตรเลียนำมาหมักสมุนไพรหลากชนิดจนเข้าเนื้อ ไม่มีกลิ่นสาบ แล้วย่างจนสุกได้ที่ เสิร์ฟพร้อมผักเคียง ราคาชิ้นละ 390 บาท

ส่วนเมนูต่อจากนี้เป็นเมนูแนะนำจากอาแดงนะคะ เริ่มที่

“Parmaham” พาร์มาแฮมจากเมืองพาร์มา ประเทศอิตาลี จะใช้เห็ดทรัฟเฟิลฝังไว้ในตัวพาร์มาแฮม เป็นเวลา 12 เดือนในห้องอุณหภูมิที่เหมือนถ้ำ นำมาสไลด์บาง เสิร์ฟเคียงด้วยชีสอย่างดี หอมดอง มะกอกดอง และแคนตาลูปสด

“ล๊อบสเตอร์ทอมิดอร์” (3,300 บาท) ใช้บาซิเลี่ยนล๊อบสเตอร์มาอบชีสค่ะ เนื้อแน่นอร่อยเต็มคำ แนะนำให้หั่นล๊อบสเตอร์ชิ้นเล็กลงแล้วทานพร้อมกับเห็ด รสชาติเข้ากันมากค่ะ มีผักต้มเคียงมาด้านข้าง คิดราคาตามน้ำหนัก ราคาโปรโมชั่นขีดละ 220 บาท จานนี้ล๊อบสเตอร์หนัก 1.5 กิโลกรัมถ้วน

“สเต็กเนื้อครีมคอนยัค” (330 บาท) สเต็กเนื้อวัวจานนี้ถึงแม้จะไม่ใช่เนื้อวากิวชั้นเลิศ แต่รสชาติอร่อยล้ำเข้ากับซอสครีมคอนยัคได้เป็นอย่างดี เนื้อค่อนข้างชิ้นใหญ่ หนาประมาณ 1-1.5 นิ้ว ปรุงสุกแบบ medium well ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิเพื่อควบคุมคุณภาพเนื้อ เสิร์ฟพร้อมมันบดและผักเคียง

ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยของหวาน 2 อย่าง ได้แก่ “เชอรี่จูเบอรี่” (240 บาท) เสิร์ฟพร้อมกับไอศครีมวนิลา และ

“อะโวคาโด้มูส” ใช้อะโวคาโด้จากเปรูที่มีความหอมมันเป็นพิเศษมาทำมูสนุ่มๆ เสิร์ฟกับไอศครีมมะพร้าวโรยหน้าด้วยอัลมอนด์แผ่นเคี้ยวกรุบ

นอกจากเมนูทั้งหมดนี้แล้ว อาแดงแนะนำว่าคราวหน้าต้องลองทาน “Tarte Ta’tin” ซึ่งในประวัติเกิดจากความผิดพลาดของเชฟโรงแรม Ta’tin ที่จะทำแอปเปิ้ลคาราเมล แต่เชฟปล่อยให้คาราเมลเหนียวจนเกินไป จึงแก้ไขโดยเอาแป้ง puff pastry มาโปะบนแอปเปิ้ล แล้วเอาเข้าเตาอบ พอสุกก็นำมาคว่ำใส่จานจนได้เป็นทาร์ตหน้าคว่ำ จานใหญ่ราคา 380 บาท จานเล็กราคา 250 บาท แต่เมนูนี้แนะนำให้สั่งล่วงหน้าตั้งแต่เสิร์ฟจานหลัก เพราะใช้เวลาอบถึง 30 นาทีค่ะ

ที่นี่มีกาแฟสดและเบเกอร์รี่นำเข้าจากฝรั่งเศสไว้บริการด้วยค่ะ ร้านจะเปิด 2 ช่วงเวลา คือ 11.30 – 14.30 น. และ 16.30 – 22.00 น. โดยหยุดทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ถ้าเป็นลูกค้าประจำจะทราบดีว่าควรจองโต๊ะล่วงหน้า เพราะวัตถุดิบบางรายการอาจไม่เพียงพอในวันที่มีลูกค้าจำนวนมาก เนื่องจากส่วนใหญ่จะต้องนำเข้าจากต่างประเทศค่ะ

**พิกัดร้านใหม่ เลขที่ 32 ซอยศาลาธรรมสพน์ 64 (ซ.ศาลายาอินเตอร์) ใช้คำค้นใน Google MAP ว่า “D’Eiffel sala thammasop64” หรือโทรสอบถามเส้นทาง และจองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 086-898 1279, 092-6955 034, 092-907 4236

อุ้ม แคลลอรี่ ลั้น ลา

เรื่องราวเกี่ยวข้อง
รีวิว…ย้ายร้านใหม่ “ดิ ไอเฟล” อาหารฝรั่งเศสรสเลิศ บรรยากาศดี ริมทางรถไฟ