“ไดกิ้น เคมีคอล เซาท์อีสท์ เอเชีย” เดินหน้าบุกตลาดน้ำยาแอร์เต็มสูบ โชว์นวัตกรรมรักษ์โลก พร้อมขึ้นแท่นผู้ผลิตสารทำความเย็นเบอร์หนึ่งในเอเชีย

ไดกิ้น เคมีคอล เซาท์อีสท์ เอเชียผู้นำเข้าและผู้ผลิตสารทำความเย็นมาตรฐานโลก โชว์นวัตกรรม ช่วยลดโลกร้อน บุกตลาดน้ำยาแอร์เต็มสูบ จัดตั้งสถานีบรรจุพร้อมผลิตสารทำความเย็นในตัวถังรีฟีลเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าเป็นผู้นำผลิตและจัดจำหน่ายเบอร์หนึ่งในประเทศไทย พร้อมบุกตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มร.ทาเคชิ โคนิชิ ประธานบริษัท ไดกิ้น เคมีคอล เซาท์อีสท์ เอเชีย จํากัด เปิดเผยว่า จากการที่บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาโดยตลอดเกือบหนึ่งศตวรรษในฐานะผู้ผลิตสารทำความเย็นมาตรฐานระดับโลก ได้มีนโยบายขยายตลาดและก่อตั้งบริษัท ไดกิ้น เคมีคอล เซาท์อีสเอเชียขึ้น เพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานอันสูงสุด ทางเราจึงไม่หยุดยั้งที่จะคิดค้นพัฒนานวัตกรรมเพื่อผลิตสินค้าและสารทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพพร้อมทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนคู่ค้าของเราให้พร้อมนำเสนอขายสินค้าที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครบถ้วนตามความต้องการทั้งในด้านคุณภาพของสินค้า และการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ถือเป็นโจทย์สำคัญในปัจจุบันที่มองข้ามไม่ได้

“ปีนี้เราพร้อมนำเสนอสารทำความเย็นที่มีคุณสมบัติพิเศษในการลดการภาวะเรือนกระจกซึ่งนำมาบรรจุในถังแบบรีฟีลโดยไม่ต้องทิ้งถัง ถือได้ว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้มีการจัดตั้งสถานีเพื่อบรรจุสารทำความเย็นขึ้นมาโดยเฉพาะ ทั้งเพื่อการผลิตในการตอบตนองความพึงพอใจของลูกค้าและเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันเรามีเป้าหมายที่จะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในไทยและพร้อมที่จะขยายตลาดไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีความต้องการเครื่องปรับอากาศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง” มร.โคนิชิ กล่าว

บริษัทฯ ไม่เพียงแต่พร้อมขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดเครื่องปรับอากาศและสารทำความเย็นสำหรับที่พักอาศัย แต่ยังพร้อมขยายตลาดไปยังตลาดอุตสาหกรรมรถยนต์ และยังมีวัสดุเคลือบสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอาคาร ผลิตภัณฑ์กันน้ำและน้ำมันสำหรับกระดาษ (สำหรับบรรจุภัณฑ์อาหาร) และเครื่องนุ่งห่ม รวมทั้งแผงวงจรไฟฟ้า ซึ่งพร้อมเจาะกลุ่มลูกค้าในแต่ละกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

โดยในส่วนของสารทำความเย็นนั้น ไดกิ้น เคมีคอล มีการนำเข้าและจัดจำหน่ายสารทำความเย็น หลากหลายชนิด เช่น R32 R410 R407C R404A และอื่นๆ สำหรับเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งสารทำความเย็น R407H สำหรับเครื่องทำความเย็น และส่วนของสารทำความเย็นที่เราได้เริ่มทำการบรรจุเองในประเทศไทยแล้วนั้น ได้แก่ R32 R410A และในอนาคตอันใกล้ R407H ก็กำลังพัฒนาสู่แบบบรรจุเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ประเด็นของการลดปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้น บริษัทก็ได้มีการส่งเสริมการใช้สารทำความเย็น R32 ซึ่งมีค่าGWP (Global Warming Potential) หรือแนวโน้มที่ทำให้เกิดโลกร้อนลดลงเมื่อเทียบกับ R410A (GWP2090)         อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงหลายๆ ข้อที่เกี่ยวเนื่องกับการลดการใช้สารไฮโดรฟลูโรคาร์บอน” (Hydrofluorocarbon: HFC) ซึ่งเป็นสารทำความเย็นที่ไม่ทำลายชั้นโอโซน แต่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect)

นอกจากนี้บริษัทยังตระหนักถึงความสำคัญของการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้และเริ่มใช้ถังชนิดเติม เพื่อจะได้ควบคุมการปล่อยแก๊สฟลูโรคาร์บอน ซึ่งช่วยลดการระเหยของแก๊สที่เหลือในถังไปสู่ชั้นบรรยากาศ ดังนั้นเราจึงใช้ถังแบบเติมเพื่อความปลอดภัยและความเหมาะสมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ด้านการบรรจุและจัดส่ง เราได้ไว้วางใจให้ บริษัท ไทยสเปเชียลแก๊ส จำกัด หรือ ทีเอสจี ผู้ผลิตและจำหน่ายแก๊สอุตสาหกรรม ที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจแก๊สมายาวนานกว่า 20 ปีและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ดำเนินการเติมสารทำความเย็น ซึ่งครั้งนี้เป็นการร่วมมือระหว่างกันครั้งแรกระหว่างสองบริษัท

ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะเกิดความร่วมมือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยในการบรรจุก๊าซรุ่นนี้ ทางทีเอสจีได้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อควบคุมการผลิต ใช้การจัดการโดยมีการเรียงระบบแบบ First In First Out (FIFO) เป็นพื้นฐาน

“จากการที่ไดกิ้นอินดัสทรีส์มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ มุ่งเน้นพัฒนาด้าน Solution Business โดยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาพัฒนางานบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านต่างๆ ทั้งยังใส่ใจสิ่งแวดล้อม เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้ จะยิ่งตอบโจทย์ลูกค้าของเราในหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่พักอาศัย และเชิงพาณิชย์อุตสาหกรรม ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ปัจจุบันรูปแบบของเครื่องปรับอากาศคือตัวแปรสำคัญต่อตลาดสารทำความเย็น โดยมีสัดส่วนการใช้สารทำความเย็นที่ใช้ในประเทศไทยแบ่งออกเป็น R410A 70เปอร์เซ็นต์และที่เหลือ 30เปอร์เซ็นต์ เป็น R32 ในขณะที่การใช้สารทำความเย็นกำลังเปลี่ยนจาก R410A ไปเป็น R32 มากขึ้น เนื่องจากมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า

โดยปัจจุบัน แม้ว่าสัดส่วนการจำหน่ายของ R32 ในตลาดยังไม่มากนัก แต่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสารทำความเย็น R32 ของไดกิ้นมีค่า GWP ต่ำ ซึ่งเป็นผลมาจากความพยายามในการลดการใช้ HFC ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าสารทำความเย็นของไดกิ้น เคมีคอลเป็นสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งยังมีการใช้ถังที่สามารถเติมได้ใหม่ ซึ่งช่วยลดการปล่อยแก๊สที่เหลือในถังออกไปสู่ชั้นบรรยากาศอีกด้วย