ออนเซนเข็นกระเป๋า “ชมวิวกรุงเทพมุมสูงที่ มหานคร สกายวอล์ค”

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ที่เป็นที่ “ทอร์ค ออฟ เดอะ ทาวน์” ในเวลานี้ ก็คือที่ชั้นดาดฟ้าของตึก “คิง เพาเวอร์ มหานคร” เพราะคุณแม่เห็นรูปคนโน้นทีคนนี้ทีส่งผ่านโลกโซเชี่ยลกันอย่างมากมาย จนทำให้คุณแม่ต้องขอไปชมความงามของกรุงเทพมหานครแบบ “เบิร์ด อายส์ วิว” ด้วยเสียหน่อย ก่อนจะตกเทรนด์

และไม่รอช้า…พอออนเซนสอบกลางภาคเสร็จคุณแม่ก็เลยพาไปพักสมองที่จุดชมวิวนี่เสียเลย

“มหานคร สกายวอล์ค” เป็นจุดชมวิวชั้นดาดฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูงถึง 314 เมตรเหนือพื้นดิน หรือเทียบเท่ากับความสูงของตึก 74 ชั้น สามารถชมวิวกรุงเทพฯ ได้ถึง 360 องศา พร้อมมีพื้นกระจกลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและ rooftop bar ที่สูงที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

แค่เกริ่นความเป็นที่สุดของมหานครสกายวอล์คก็มีความน่าสนใจแล้วใช่ไหมคะ ใครไม่กลัวความสูงเตรียมเงินให้พร้อม แล้วตามรอยไปเที่ยวกันค่ะ

ออนเซนไปถึงที่ตึกคิง เพาเวอร์ มหานคร ตอน 4 โมงเย็น เพื่อที่จะได้เดินชมวิวได้ทั่วอย่างไม่รีบเร่งนัก และชมได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ได้เห็นพระอาทิตย์ตกดิน และแสงไฟยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร

การเดินทางไปที่ “คิง เพาเวอร์ มหานคร” นั้นไม่ยากเลยค่ะ นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสไปลงที่สถานีช่องนนทรี (ทางออกหมายเลข 3) หรือขับรถไปก็ไปจอดได้ที่ชั้นใต้ดินของ “Mahanakorn Cube”  แล้วขึ้นลิฟต์มายังชั้น G เดินผ่านหน้าร้าน Dean and Deluca จากนั้นเลี้ยวขวาเพื่อไปยังตึกใหญ่

พอไปถึงก็เดินเข้าไปซื้อบัตรได้ที่ชั้น 1 หน้า “King Power Duty Free and Retail Shops” ได้เลยค่ะ โดย “มหานคร สกายวอล์ค” นั้นเปิดให้บริการตั้งแต่ 10:00 – 24:00 น. (รอบสุดท้าย 23:00 น.)

โดยบัตรเข้าชมจะแบ่งเป็น 2 ประเภท
• มหานครสกายวอล์ค: ชมวิวภายในอาคารชั้น 74 ราคาบัตร 850 บาท (เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี, ผู้สูงอายุ ราคาบัตร 250 บาท)
• มหานครสกายวอล์คและ rooftop: ชมวิวภายในและภายนอกอาคารชั้น 74 และชั้น 78 ราคาบัตร 1,050 บาท (เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี, ผู้สูงอายุ ราคาบัตร 450 บาท)

เมื่อได้บัตรเข้าชมแล้ว ก็ไปต่อคิวขึ้นลิฟต์ ซึ่งลิฟต์มี 2 ตัวด้วยกัน สามารถจุได้คราวละ 15 คนต่อลิฟต์ ดังนั้นแถวก็จะยาวหน่อย แต่ก็รอไม่นานมากค่ะ ระหว่างรอก็ชมนู่นนี่ มองขึ้นไปบนเพดานจะเห็นแผนที่กรุงเทพฯ ส่วนกำแพงด้านข้างก็จะแสดงคลิปที่เกี่ยวกับเมืองไทยต่างๆ อาทิ ส้มตำ ผัดไทย นวดแผนไทย เป็นต้น

ออนเซนรออยู่ได้ไม่นานก็ได้ขึ้นลิฟต์ด้วยความเร็ว 480 เมตรต่อนาที ดังนั้นเราจึงใช้เวลาเพียง 50 วินาที ขึ้นลิฟต์จากชั้น 1 มาถึงชั้น 74 ระหว่างที่ลิฟท์เคลื่อนตัวภายในลิฟท์ก็จะแสดงภาพวิวมุมสูงเหมือนกับเราขึ้นลิฟต์แก้วที่มองออกไปด้านนอก แค่นี้ก็ตื่นเต้นแล้วค่ะ

ที่ชั้น 74 เป็นการชมวิวในอาคาร 360 องศา  มีความพิเศษที่ใช้เทคโนโลยี AR ร่วมด้วย ทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น สามารถชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้แบบเสมือนจริง อย่าลืมแวะส่งโปสการ์ดจากตู้ไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในไทยด้วยนะคะ

สำหรับคนที่ซื้อบัตรแบบชม rooftop ด้วย ก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้น 75 เพื่อเปลี่ยนไปใช้ลิฟท์แก้ว หรืออาจเลือกเดินออกกำลังขึ้นบันไดเวียนไปยังชั้น 78 ก็ได้ ออนเซนแนะนำให้แวะเข้าห้องน้ำที่ชั้นนี้ค่ะ เพราะด้านบนไม่มีห้องน้ำ ซึ่งในห้องน้ำก็วิวสวยอยู่นะจะบอกให้

และแล้วก็มาถึงดาดฟ้า ชั้น 78 ที่สามารถซื้อเครื่องดื่มเพื่อดื่มดำไปพร้อมกับบรรยากาศภายนอกอาคาร ชมวิว 360 องศา หรือจะเลือกเดินขึ้นไปยัง The Peak ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของอาคาร ณ ระดับความสูง 314 เมตร

วิวโดยรอบที่สังเกตเห็นได้ชัด อาทิ บางกระเจ้า ตึกใบหยก วัดพระแก้ว วัดอรุณราชวราราม วัดโพธิ์ ภูเขาทอง Icon Siam แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นต้น

ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดสำหรับการขึ้นมาบนนี้ก็คือ “Glass Tray” หรือจุดชมวิวบนพื้นกระจกลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ณ ระดับความสูง 310 เมตร ซึ่งการชมวิวบริเวณพื้นกระจกจะมีกฎดังนี้

  • เข้าคิวบริเวณทิศตะวันออก (ออกจากลิฟท์แก้ว เลี้ยวซ้าย)
  • ไม่อนุญาตให้นำสัมภาระทุกชนิดเข้าไป รวมถึงกล้องและโทรศัพท์มือถือด้วย
  • สวมถุงเท้าผ้าที่เจ้าหน้าที่เตรียมให้ซ้อนทับรองเท้าของเรา
  • ให้เวลาชมวิวบนพื้นกระจกรอบละ 10 นาที
  • ห้ามกระโดดบนพื้นกระจก

การมาเที่ยวที่นี่แนะนำให้พาเพื่อนไปด้วย จะได้ผลัดกันถ่ายรูปได้ โดยคนที่ถือกล้องจะต้องยืนอยู่นอกบริเวณพื้นกระจกค่ะ ไปแต่หัววันหน่อยนะคะ จะได้คิวสั้นๆ

ครั้งนี้ออนเซนไม่ได้มาคนเดียวแต่มากับน้องโอโซนด้วย ซึ่งทั้งคู่ก็ชอบมาก กับ “Glass Tray” ที่สามารถชมวิวได้ทั้งนั่ง ทั้งยืน ทั้งนอน และทั้งคลาน เรียกได้ว่าคลานกันซะกระจกใสเลยก็ว่าได้

ตอนขาลง ลิฟท์จะจอดที่ชั้น 4 บริเวณ “King Power duty free and retail shops” สามารถเลือกช้อปสินค้าปลอดภาษีและสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ รวมทั้งร้านมหานครที่จำหน่ายของที่ระลึกบริเวณชั้น 1 ได้ตามอัธยาศัยค่ะ

ออนเซนขอบอกว่าบรรยากาศบน “มหานคร สกายวอล์ค” นั้นสวยมากๆ และยิ่งไปช่วงหน้าหนาวที่อากาศเย็นๆ ลมโชยๆ ก็จะยิ่งเพิ่มความสุขได้มากขึ้นอีกนะคะ

และในช่วงเปิดตัวเขามีโปรโมชั่นพิเศษฉลองเปิดตัวตั้งแต่ 16 พฤศจิกายน 2561 – 31 มกราคม 2562 โดยซื้อบัตรเข้าชม rooftop ได้ในราคา 765 บาท (จากราคา 1,050 บาท)

รีบๆ ไปชมและดื่มด่ำบรรยากาศกรุงเทพมหานครกันนะคะ ก่อนที่จะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook หรือ www.kingpowermahanakorn.co.th

ออนเซนเข็นกระเป๋า