จากขยะพลาสติกใต้ทะเลสู่หมอนอิงมากฟังก์ชั่น

ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ปี 2559 ระบุสถานการณ์ขยะจากชายฝั่งทะเล 23 จังหวัดในประเทศไทย ด้วยตัวเลขที่น่าตกใจกับจำนวนขยะชายฝั่งที่มีสูงถึง 10.78 ล้านตัน ในจำนวนนี้ 1.67 ล้านตัน/ปี (15%) ถูกนำไปใช้ประโยชน์ 6.28 ล้านตัน/ปี (59%) นำไปกำจัดถูกต้อง และ 2.83 ล้านตัน/ปี (26%) นำไปกำจัดไม่ถูกต้อง 

ตัวเลขนี้เป็นเพียงส่วนเล็กๆ หากเทียบกับพื้นที่ชายฝั่งทะเลของโลกทั้งหมด และปัญหาเดียวกันนี้ก็กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่พาให้ทั่วโลกตื่นตัวและคิดหาวิธีจัดการกับขยะชายฝั่งกันหลายแนวทาง หนึ่งในนั้นคือแปรความไร้มูลค่ามาสู่การสร้างมูลค่าใหม่ ผ่านการคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบ เช่นในเมืองไทยที่โครงการ Upcycling the Ocean Thailand ได้นับก้าวเริ่มนำไปแล้ว

Upcycling the Ocean Thailand เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ มร.ฮาเวียร์ โกเยนิเซ่ ประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิอีโคอัลฟ์ (Ecoalf) และโครงการ Upcycling the Ocean ที่สร้างจิตสำนึกให้กลุ่มประมงเรือเล็กและประชาชนทั่วไปของสเปน ตระหนักถึงปัญหาขยะในทะเลและร่วมเก็บขยะในทะเล เพื่อนำมาแปรรูปเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นภายใต้แบรนด์ ECOALF ซึ่งเขาได้มีโอกาสมาเล่าถึงเรื่องราวของการสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืน ในงาน Sustainable Brands 2016 Bangkok เมื่อสองปีก่อน และการพบปะกันในครั้งนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดโครงการ Upcycling the Ocean Thailand  ในเวลาต่อมา

ในงาน Sustainable Brands 2018 Bangkok หรือ SB’18 Bangkok ซึ่งจะจัดขึ้นในปีนี้ ระหว่างวันที่ 12-13 ตุลาคม ณ พิพิธภัณฑ์ปลากัด บางกระเจ้า แหล่งโอโซนใกล้เมือง เพียง 5 นาทีโดยสารด้วยเรือข้ามฟากจากท่าเรือคลองเตยนอก ภายใต้คอนเซ็ปต์หลัก “Redesigning the Good Life” เพื่อให้เห็นการต่อยอดผลงานสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากการแปรรูปขยะพลาสติกของนักออกแบบรุ่นใหม่ ซึ่งได้ผ่านการประกวดจากโครงการ “SB’18 Bangkok Redesigning the Good Waste” ซึ่งจัดขึ้นก่อนหน้า โดยผู้เข้าร่วมแข่งขันซึ่งเป็นนักออกแบบรุ่นใหม่ ได้ส่งผลงานเข้าร่วมคัดเลือกในรอบแรก 30 ทีม และมี 13 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมเวิร์กช็อป และรับโจทย์พร้อมผ้ารีไซเคิลจากโครงการ Upcycling the Ocean Thailand เพื่อขึ้นต้นแบบผลิตภัณฑ์ โดยผู้ชนะการประกวดจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท พร้อมโอกาสร่วมผลิตสินค้าจากวัสดุรีไซเคิลแบรนด์ UTO Thailand (Upcyling the Ocean Thailand)

ผ้ารีไซเคิลซึ่งเป็นโจทย์ของผู้เข้าประกวด คือผ้าที่เกิดจากการนำขยะขวดพลาสติกมาผ่านกระบวนการทางเคมี แปลงเป็นเส้นใย ทอเป็นผืนผ้าโพลีเอสเตอร์ โดยนักออกแบบต้องนำผ้าที่ได้รับมาสร้างสรรค์ผลงานสองชิ้น ชิ้นแรกเปิดกว้างให้ออกแบบอย่างอิสระ ส่วนอีกชิ้นให้ออกแบบเป็นของที่ระลึกสำหรับผู้เข้าร่วมงาน Sustainable Brands 2018 Bangkok นักออกแบบต้องแสดงให้เห็นว่า ผลงานชิ้นนั้นจะสร้างคุณค่าให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร โดยที่ต้องไม่ลืมใส่ประโยชน์ใช้สอยและอารมณ์ความรู้สึกลงไปในผลิตภัณฑ์ด้วย ซึ่งเกณฑ์การตัดสินประกอบไปด้วยคะแนนความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงาม ใช้ประโยชน์ได้จริง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ด้วยการสร้างมูลค่าให้วัสดุ (upcycling) เป็นอะไรที่มากกว่าการรีไซเคิล (recycling) ผ้าที่ได้รับจึงแตกยอดไปสู่ความคิดสร้างสรรค์โดยนักออกแบบทั้ง 13 ทีม ในวันนำเสนอผลงานซึ่งเป็นวันเดียวกับการประกาศผล ผ้าเหล่านั้นได้แสดงตัวออกมาในรูปลักษณ์ใหม่ที่แตกต่างกันไป ทั้งกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า ของใช้ และแอคเซสซอรีส์ต่างๆ ที่หลากหลายประโยชน์การใช้งาน

ภควัฒน์ สุวรรณ เจ้าของผลงาน ‘3 in 1 Cushion’ ที่สามารถใช้งานเป็นหมอนอิง ผ้าห่มซึ่งคลี่ออกเป็นถุงนอนได้ และกระเป๋า คว้ารางวัลไปด้วยไอเดียที่ชนะใจกรรมการ ด้วยการสร้างความหมายใหม่ให้เกิดขึ้นทุกตารางนิ้วบนผืนผ้า กับแนวคิดตั้งต้น ‘Good Waste for Good Life is a Happiness’ เขาเริ่มต้นกระบวนการทำงานด้วยการนำผ้ามาทดสอบโดยการซักกับน้ำสบู่อย่างอ่อน เพื่อดูสัมผัสของเนื้อผ้าเมื่อต้องมาใช้กับผิวกายมนุษย์ จึงพบว่าคุณสมบัติของโพลีเอสเตอร์ที่แปรรูปจากขยะนั้นมีคุณสมบัติที่แห้งเร็ว ซักง่าย และโอกาสในการยับเพียง 10 เปอร์เซ็นต์นั้นก็ยังคลายตัวได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงนำมาไปทดสอบสกรีน ออกแบบและคำนวณสัดส่วนเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของคนกลุ่มใหญ่ ใส่ใยสังเคราะห์เข้าไป 100 กรัม จนออกมาเป็นผืนผ้าที่ใช้งานได้หลายฟังก์ชั่น ที่สกรีนลวดลายสองแบบเพื่อแชร์ประสบการณ์ความสุขของเขากับท้องทะเลเอาไว้บนนั้น

นอกจากประโยชน์ที่ใช้งานได้จริงและหลากหลายฟังก์ชั่น เขายังเก็บรายละเอียดส่วนประกอบเล็กๆ น้อยๆ ของผลิตภัณฑ์อย่างไม่ยอมให้มีสิ่งใดปราศจากความหมาย อาทิ ข้อความปลุกจิตสำนึกที่สกรีนลงในส่วนต่างๆ เช่น  ‘Good Waste for Good Life is a Happiness’, ‘Please Don’t Waste the Things’ ซึ่งผ้าผืนนี้จะพับตัวอยู่ในกระเป๋า ที่ออกแบบให้เป็นกระเป๋าหิ้วหมอนอิงไปด้วยในตัวโดยไม่ต้องอาศัยถุงอีกใบในการบรรจุ และมีกระเป๋าเล็กกระเป๋าน้อยเพื่อการใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมข้อความต่างๆ ที่บ่งบอกถึงการใช้งานและวิธีดูแล

ส่วนของชำร่วยซึ่งโจทย์ของการออกแบบกำหนดราคาการผลิตไว้ที่ไม่เกิน 250 บาทนั้น รางวัลที่จะนำไปสู่การผลิตจริง ตกเป็นของสองหนุ่มสาว ธนวรรณ สำลีรัตน์ และไบรอัน คาร์ราเวย์ ทั้งคู่ออกแบบ ‘Takra Bike Bag’ ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานสำหรับผู้ร่วมงาน Sustainable Brands 2018 Bangkok ธนวรรณ สำลีรัตน์ สาวบางกระเจ้าโดยกำเนิดขบคิดไอเดียนี้โดยดึงเอาความเป็นเจ้าบ้านที่เข้าใจวิถีของคนท้องถิ่นเป็นอย่างดี เธอออกแบบกระเป๋าผ้ารูปขวด ซึ่งมีซ่อนความหมายถึงการคืนชีวิตให้ขวดที่ตายไปแล้วได้กลับมาเป็นกระเป๋าผ้าใบใหม่ และเรียกมันว่า ‘ตะกร้า’ เพื่อเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่นี่ซึ่งเธอคุ้นเคยเมื่อยังเล็ก กับภาพที่คนไปไหนมาไหนก็มักหิ้วตะกร้าติดมือไปด้วย ต่างปัจจุบันที่คนนิยมใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแทน ซึ่งต่อมาได้สร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมทั้งบนบกและในทะเล

สีทั้งสองสีที่เลือกนำมาใช้ บอกความหมายที่ต้องการสื่อ สีน้ำเงินเนวี่เป็นตัวแทนของท้องทะเลซึ่งเป็นที่มาของขยะขวดพลาสติกอันเป็นวัสดุที่ใช้ผลิตเป็นผ้า สีเขียวแทนความเป็นพื้นที่สีเขียวของบางกระเจ้า พื้นที่เป็นลายคลื่นทั้งสองด้านตอกย้ำว่ามาจากน้ำ กลายเป็นสีที่สบายตาน่าใช้ และอีกฟังก์ชั่นที่สำคัญของกระเป๋านอกจากใช้ใส่ข้าวของต่างๆ นั้น คือแผนที่บางกระเจ้าบนกระเป๋าซึ่งวาดขึ้นใหม่ แสดงสถานที่สำคัญโดยมีสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของบางกระเจ้าอีกสองสิ่ง คือมะม่วงน้ำดอกไม้พันธุ์สีนวล และหิ่งห้อยซึ่งมีแหล่งอนุรักษ์อยู่ที่ปอดกลางน้ำแห่งนี้

ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้อำนวยการโครงการ Sustainable Brands Bangkok กล่าวถึงผลงานซึ่งได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า “เหตุผลที่เลือกผลงาน ‘3 in 1 Cushion’ ที่ออกแบบหมอน ผ้าห่ม และกระเป๋า เนื่องจากภายใต้      โปรเจ็กต์ Upcycling the Ocean จะมีการจัดกิจกรรมริมทะเลเป็นส่วนใหญ่ และผลงานการออกแบบชุดนี้ตอบโจทย์โปรเจ็กต์นี้ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ ‘Takra Bike Bag’ นั้นก็ตอบโจทย์ในแง่การเชิญชวนให้คนเที่ยวบางกระเจ้า การที่เราไปจัดงาน SB 2018 ที่บางกระเจ้า ก็เพราะเราต้องการให้คนได้เห็นบางกระเจ้าแล้วเกิดความรู้สึกรักและหวงแหนบางกระเจ้า และเวลาที่เราจะชวนคนไปเที่ยวบางกระเจ้า ในการอธิบายที่มาที่ไปก็ต้องมีแผนที่ และชี้จุดที่น่าสนใจของบางกระเจ้าได้ ผลงานชิ้นนี้จึงตอบโจทย์ในเรื่องของการให้ข้อมูลที่เราจะต้องนำไปใช้”

กิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ผู้จัดการฝ่าย หน่วยงานพัฒนาตลาดธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัญหาเรื่องขยะเป็นปัญหาระดับประเทศ หลายคนก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหานั้น ทาง PTTGC ก็มีความสนใจในการแก้ปัญหาเหล่านั้น และไอเดียที่ทุกคนนำเข้ามาจะช่วยเราในการตอบโจทย์ปัญหาของสังคม ปัญหาของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น นักออกแบบทุกคนที่นำเสนองานเข้ามา ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ แม้จะมีเวลาในการทำงานสั้นมากแต่ก็สามารถสร้างชิ้นงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจ หลายชิ้นพร้อมสำหรับผลิตจริงแล้ว บางชิ้นต้องมาช่วยกันพัฒนาต่อ ซึ่ง Customer Solution Center ของเราเป็นศูนย์ที่รองรับและให้การสนับสนุนอยู่แล้ว สิ่งที่เราตั้งใจคือต้องการสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มจากขยะ แล้วผลงานของพวกเขาก็เกิดเป็นมูลค่าเพิ่มจริงๆ”

ด้านสมชนะ กังวาลจิตร นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลก หนึ่งในคณะกรรมการผู้ตัดสิน กล่าวถึงโครงการ SB’18 Bangkok Redesigning the Good Waste นี้ว่า “เนื่องจากว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ การจะใช้วัสดุเหล่านี้จึงต้องเรียนรู้ให้มากก่อนเพราะมันมีข้อจำกัด เช่น อาจจะพิมพ์ลายได้ แต่ย้อมไม่ได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายเทคนิคที่เราสามารถทำได้ ผลงานที่ส่งเข้ามาในครั้งนี้เรียกได้ว่ามีจุดเริ่มต้นที่ดีมาก งานทุกชิ้นน่าสนใจและสามารถต่อยอดจากผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ ได้ และโครงการนี้เป็นโครงการที่ฉลาด สามารถเป็นแรงกระเพื่อมให้คนที่เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ได้นำแนวคิดการสร้างมูลค่าจากขยะไปทำต่อ ดีไซเนอร์คนไหนที่สนใจจะเริ่มใช้แนวคิดนี้ในตอนนี้นับเป็นโอกาสที่ดี หากคิดว่าเวิร์ก แล้วทำ ในอนาคตมีคนสนใจแน่นอน”

ศรุตา เกียรติภาคภูมิ จากพอแล้วดี Creator กรรมการผู้ตัดสินอีกคน ได้ให้ความเห็นว่า “การอนุรักษ์ธรรมชาติถือเป็นกระแสหลักในยุคนี้ เราในฐานะผู้ผลิต และนักคิด จะออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างไรไม่ให้เกิดขยะ และรักษาสิ่งแวดล้อมไว้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งเราอาจจะไม่ได้ตั้งต้นว่าเราจะต้องรักษ์โลกมากที่สุด แต่จุดเล็ก ๆ อาจจะสร้างแรงกระเพื่อมบางสิ่งบางอย่างให้ดีขึ้น และสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ด้วย”

พบกับผลงานเข้าประกวดทั้งหมดของโครงการ ‘SB’18 Bangkok Redesigning the Good Waste’ ได้ในงาน Sustainable Brands 2018 Bangkok งานสัมมนาที่จะเปิดมุมมอง เรียนรู้จากกรณีศึกษา และรับองค์ความรู้ใหม่ๆ จากผู้นำความคิดแถวหน้าทั่วโลก ในวันที่ 12-13 ตุลาคมนี้ ณ พิพิธภัณฑ์ปลากัด บางกระเจ้า แหล่งโอโซนใกล้เมือง เพียง 5 นาทีโดยสารด้วยเรือข้ามฟากจากท่าเรือคลองเตยนอก

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sustainablebrandsbkk.com และ https://www.facebook.com/SustainableBrandsBangkok