สัมผัสมนต์เสน่ห์ฝั่งอ่าวไทย นคร-พัทลุง เมืองต้องห้ามพลาด!

การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับการท่องเที่ยวและกีฬาพัทลุง จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยในชื่อ แรลลี่ จังหวัด สัมผัสมนต์เสน่ห์ฝั่งอ่าวไทย

โดยการจัดกิจกรรมคาราวานแรลลี่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวสำคัญของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยโดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวนักธุรกิจผู้ประกอบการ มัคคุเทศน์มาจากหลายจังหวัดทั่วประเทศกว่า 200 คนเข้าร่วมกิจกรรมฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายรวมไปถึงที่พักอาหาร, น้ำมันตลอดการเดินทาง

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ซึ่งประกอบด้วยจังหวัด ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชและพัทลุง โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ตลอดจนวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของชาวภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ที่มีเอกลักษณ์ ที่สำคัญนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีความต้องการที่จะทำตามฝันในชีวิตครั้งหนึ่งคือจะต้องเดินทางมากราบพระธาตุแห่งอณาจักรศรีวิชัยให้ได้ 4 แห่ง คือ พระธาตุสวี .ชุมพร พระธาตุไชยา .สุราษฎร์ธานี พระธาตุนครศรีธรรมราช และพระธาตุที่พัทลุง ซึ่งถ้าได้กราบถืง 4 องค์ถือว่าเป็นมงคลสำหรับชีวิตตนเองเป็นที่สุด 

โดยพิธีเปิดมี นายฑิฆัมพร สุทธิอุดมรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นประธานปล่อยขนวนคาราวานแรลลี่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกลุ่มภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นทริปที่ 2 ของโครงการ แรลลี่ จังหวัด สัมผัสมนต์เสน่ห์ฝั่งอ่าวไทย โดยความร่วมมือกับการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพัทลุงร่วมกับการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกันในพิธีปล่อยคาราวานแรลลี่ส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 200 คน และรถที่ร่วมขบวนกว่า 60 คันที่โรงแรมอีโค่อินน์ จ.นครศรีธรรมราช

แหล่งท่องเที่ยวและที่มานครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราชเป็นเมืองโบราณที่มีความสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครองและศาสนามากที่สุดเมืองหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นครศรีธรรมราชมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมาไม่น้อยกว่า 1800 ปีมาแล้ว

มีกำเนิดมาแล้วตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 7 เป็นอย่างน้อย คำว่านครศรีธรรมราช น่าจะมาจากสร้อยพระนามของปฐมกษัตริย์ผู้ครองนครศรีธรรมราช คือ พระเจ้าศรีธรรมมาโศกราช ที่แปลได้ว่า ”นครอันงดสง่า พระราชาผู้ทรงธรรม“ และธรรมของพระราชาแห่งนครนี้คือ ธรรมแห่งพระพุทธศาสนาจากหลักฐานตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ตลอดถึงความรุ่งเรืองไพศาลของนครศรีธรรมราชในยุคดังกล่าวสามารถควบคุมหัวเมืองอื่นๆ ได้ทั่วถึงคาบสมุทรมีแสนยานุภาพเกรียงไกลถึงขนาดกรีธาทัพไปตีลังกาถึงสองครั้ง

นครศรีธรรมราชเป็นนครแห่งอารยธรรมมีความกลากหลายทางศาสนา พลเมืองอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทร มีแหล่งบ่มเพาะบุคคลด้วยสถาบันการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบและมีประเพณีวัฒนธรรมที่สืบทอดอย่างยาวนาน มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ นิเวศน์ป่าเขาทางทะเลและการท่องเที่ยงทางพุทธศาสนาที่ทุกท่านจะได้สัมผัสในการมาเยี่ยมเยือนหมู่บ้านคีรีวง ชุมชนเก่าแก่เชิงเขาหลวง ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น อำเภอที่มีอากาศดีที่สุดของประเทศไทย นั่นก็คือ “อำเภอลานสกา” ซึ่ง “คีรีวง” ไม่ได้มีดีเพียงแค่อากาศ หากแต่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่รายล้อมของเทือกเขาหลวง อีกมากมายที่รอให้เราไปสัมผัส มีกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งปั่นจักรยานรอบหมู่บ้าน ศูนย์ OTOP กลุ่มผ้ามัดย้อม กลุ่มใบไม้ กลุ่มลูกไม้ กลุ่มสมุนไพร กลุ่มลายเทียน ผ้าบาติกสีธรรมชาติ ฯลฯ

ร้อยลูกปัดมัดย้อม ลูกไม้ ลายเทียน นวัตกรรมของคนคีรีวง โดยกลุ่มลูกไม้กลุ่มใบไม้บ้านผ้ามัดย้อม  – กลุ่มผ้าเขียนเทียน 

1กลุ่มลูกไม้งาน Hand made จากเชือกเทียนถักกับลูกไม้มงคล “น้ำตาพระศิวะ สร้อยสวาท จี้ฟลูออไรด์ หรือ แก้วคีรีวง” โดยมีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่หาได้จากป่าเขาที่คีรีวงอาทิ เม็ดน้ำตาพระศิวะ หรือ รุทรักษา ที่ในอินเดียนิยมกันมาก ๆ ว่าเป็นของขลังและศักดิ์สิทธิ์ ในป่าเขาหลวงมีอีกสายพันธุ์ เอามาขัดปัดเจาะและร้อยไว้รอมัดเชือกขายเป็นเม็ด ๆ “ลูกสวด” ของคนใต้ที่ภาคกลางเรียกว่า “ลูกสวาด” ต้นสวาดนี้เป็นเถาวัลย์มีหนามมาก

2. กลุ่มลายเทียน เป็นแนวคิดการรวมกลุ่มเกิดขึ้น โดยคิดนำวัสดุที่มีในท้องถิ่นมาผลิต บาติกสีธรรมชาติ และเป็นการเสริมสร้างอาชีพให้สมาชิก ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ จึงเกิดแรงบัลดาลใจในการทำผ้าบาติกสีธรรมชาติและไม่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการฟื้นฟูธรรมชาติเพราะเป็นขบวนการที่พึ่งพิงกับวัสดุธรรมชาติ เป็นการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ

ทำให้ผู้ที่เขียนผ้าบาตรริกนั้นเห็นคุณค่าละความผูกพันกับธรรมชาติ การนำวัสดุธรรมชาติมาทำการย้อมผ้าบาติกที่เขียนด้วยลายเทียนจึงไม่ใช่ประโยชน์อย่างเดียว แต่เป็นการอนุรักษ์ รักษาต้นไม้และการปลูกเพิ่มเติม ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มของสตรีและกลุ่มแม่บ้านหลายแห่ง ผลิตงานอุตสาหกรรมทำผ้าบาติกจากสีธรรมชาติเป็นรายได้เสริมในช่วงว่างจากงานทำสวนทำไร่ ทำนา เป็นรายได้ที่ไม่มากนักแต่เป็นรายได้ที่สามารถนำมาจุนเจือครอบครัวได้บ้าง และยังสร้างคุณภาพของชีวิตครอบครัวได้อีกด้วย

กลุ่มใบไม้บ้านคีรีวง
เนื่องจากหมู่บ้านคีรีวง มีธรรมชาติและทัศนียภาพที่สวยงาม ทั้งยังเป็น หมู่บ้าน OTOP ต้นแบบ จึงมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมเป็น จำนวนมาก โดยกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านคีรีวง ที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ กลุ่มสตรีที่ไม่สามารถออกมาทำงานนอกบ้านได้ กลุ่มใบไม้บ้านคีรีวง ให้ความสำคัญกับการย้อมผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ เน้นการใช้พืชในชุมชนมาเป็นสีย้อมผ้า เช่น มังคุด ,สะตอ, ลูกเนียง เป็นต้น และนำมาบูรณาการกับวิชาการต่าง ๆ ให้มากขึ้นเป็นการสร้างอาชีพทางเลือกให้กับชาวบ้านและสมาชิก เพื่อแก้ปัญหาว่างงานในอนาคต

จุดชมวิวเขาเหมน – ฟูจิเมืองไทย
ที่นี่เป็นทั้งรีสอร์ทและร้านอาหาร ที่มีทัศนียภาพวิวแบบพาโนราม่า 360 องศาตั้งอยู่บนเนินเขา ที่มีจุดชมวิว “ยอดเขาเหมน ว่ากันว่าเป็น ฟูจิยาม่าเมืองไทย มีเมฆปกลุมเกือบตลอดทั้งปีโดยยอดเขาเหมนนั้น เรียกอีกชื่อว่า ยอดเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง เขาเหมน เป็นภูเขาที่มียอดเขาสูงเป็นอันดับ 3 ของภาคใต้

วัดธาตุน้อย “วัดพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ (พระครูพิศิษฐ์อรรถการ)”
พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ชาวใต้เลื่อมใสศรัทธา ในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ของวาจา ตั้งขึ้นโดยความประสงค์ ของ พ่อท่านคล้าย (พระครูพิศิษฐ์อรรถการ) ซึ่งศิษย์ยานุศิษย์และประชาชน ที่เคารพนับถือ ศรัทธา พ่อท่านคล้ายได้เชื่อถือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวาจา พูดอย่างไรเป็นอย่างนั้น ท่านมักจะให้พรกับทุกคน ขอให้ เป็นสุข เป็นสุข พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ได้ชื่อว่าเป็นเทวดาเมืองคอน เทพเจ้า แห่งแดนใต้ ชาวเมืองคอนเสื่อมใส ศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง  โดยประดิษฐานพระเจดีย์พระสารีริกธาตุและสรีระสังขารพ่อท่านคล้ายที่ไม่เน่าเปื่อยในโลงแก้วประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ปัจจุบัน จึงเป็นเจดีย์อนุสรณ์สถานพ่อท่านคล้ายอีกด้วย สังขาร พ่อท่านคล้ายซึ่งว่ากันว่าแข็งเป็นหิน ที่ชาวบ้านนับถือและศรัทธาด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้ผู้คนหลั่งไหล เข้ามาสักการบูชากันมากยิ่งขึ้น

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้รับการกล่าวถึงว่า เป็นพระธาตุที่ไร้เงา ตั้งอยู่ภายในเขตกำแพงเมืองโบราณ ค่อนมาทางทิศใต้ เนื้อที่ ๒๕ ไร่ ๒ งาน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเดิมเรียกว่าวัดพระบรมธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรมหาวิหาร และมีอายุการก่อสร้างเก่าแก่

โดยมีความสำคัญทางศาสนามาแต่โบราณ อีกทั้งมีโบราณสถานที่สำคัญของประวัติศาสตร์ทางโบราณคดีและศาสนาชาวนครเรียกว่าวัดพระธาตุ สัญลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่รู้จักกันแพร่หลายก็คือ พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เนื่องจากเป็นที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศจดทะเบียนวัดพระมหาธาตุเป็นโบราณสถาน

นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้พระบรมธาตุเจดีย์เป็นเจดีย์สถาปัตยกรรมแบบล้านนา มีจุดเด่นที่ยอดเจดีย์ ซึ่งหุ้มด้วยทองคำแท้ จากความเชื่อ เล่าสืบตอบกันมาว่าองค์พระธาตุประกอบด้วยทองรูปพรรณและของมีค่ามากมายจรดปลายเจดีย์ ด้วยความมีชื่อเสียงและศักดิ์สิทธิ์ของพระบรมธาตุเจดีย์ ดึงดูดให้ผู้คน จากทั่วสารทิศแวะมากราบไหว้ขอพรคู่ไปกับพิธีปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง คือ การนำผ้าขึ้นธาตุ

ตามตำนานเชื่อว่า หากใครได้นำผ้าขึ้นธาตุ และบนขอพรใน เรื่องใด สิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของ องค์พระบรมธาตุ คือ องค์พระธาตุจะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องกระทบไปทางใด ซึ่งยังไม่มี ใครหาคำตอบ ได้ว่าเป็นเพราะอะไร จากความมหัศจรรย์นี้ ท.ท.ท. จึงให้เจดีย์นี้เป็น ๑ ใน unseen Thailand ของเมืองไทย

นอกจากพระบรมธาตุเแล้ว เจดีย์องค์เล็กที่รายล้อมรอบองค์พระธาตุมากมายเป็นสิงที่แปลกตาแก่นักท่องเที่ยว ที่ได้พบเห็น เจดีย์นี้เรียกว่า องค์เจดีย์บริวาร ซึ่งมีทั้งหมด ๑๔๙ องค์เจดีย์บริวาร คือ เจดีย์ที่ลูกหลานบรรพบุรุษได้สร้างไว้สืบต่อกัน มาเรื่อยๆเพื่อบรรจุอัฐิของญาติผู้ล่วงลับไปแล้วโดยอธิษฐานว่าขอให้ญาติของตนได้มาเกิด ในศาสนา ของพระพุทธองค์อีกครั้งในภพหน้า

นอกจากความหัศจรรย์ของพระธาตุไร้เงาแล้ว เจดีย์บริวารที่ เรียงราย ล้อมรอบองค์พระบรมธาตุเป็นสิ่งมหัศจรรย์ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นจากที่ใดเช่นกัน นอกจากนี้ในบริเวณวัดพระธาตุ ยังจำหน่าย สินค้า ๑ ตำบล ๑ ผลิตภัณฑ์ (OTOP)เครื่องถมนคร งานฝีมือโบราณที่ ถือเป็นเอกลักษณ์ของนครศรีธรรมราช เครื่องถมหลากหลายทั้งแหวน สร้อย กำไล พาน ขันและอื่นๆ อีกมากมี แหล่งขายรวมอยู่ที่ถนนท่าช้าง หลังสนามหน้าเมืองบริเวณวัดพระมหาธาตุวรวิหาร และตลาดท่าวัง

ขนมจีนจ่าหอย เป็นร้านเก่าแก่ดั่งเดิมของคนคอน ขนมจีนเป็นชุดจะมีน้ำยา5ชนิดในชุดเดียวพร้อมชุดผักอลังการ มีขนมจีนเส้นสดขาย จัดมาเป็นชุดๆ มีทั้งน้ำพริก น้ำยาป่า น้ำยากะทิ แกงไตปลา แกงไก่ มีผักสดผักลวกมาให้ถาดใหญ่ เติมได้ไม่อั้น น้ำยาก็เติมได้

แหล่งท่องเที่ยวและที่มาพัทลุง

วัดเขียนบางแก้ว อยู่ใน 12เมือง ต้องห้ามพลาด! เป็นปูชนียสถานที่ล้ำค่าเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองพัทลุง  เชื่อว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น สันนิษฐานว่าพื้นที่บริเวณวัดเขียนนี้จะเป็นที่ตั้งของเมืองพัทลุงมาก่อน เพราะพบซากปรักหักพังของศิลาแลง และพระพุทธรูปมากมาย นอกจากนี้บริเวณวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ของชาติ โดยรวบรวมโบราณวัตถุต่างๆ อาทิ พุทธรูป เครื่องใช้ถ้วยชาม ทั้งที่พบในบริเวณวัดเขียนบางแก้ว บริเวณทะเลหลวงที่บ้านปากพล บ้านจงกล บ้านท่าต่อเรือ บ้านสทัง และบ้านบางแก้ว นำมาจัดแสดงแก่ผู้สนใจ  การเข้าชมต้องขอกุญแจจากเจ้าอาวาส โดยกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนวัดเขียนบางแก้วเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 103 ตอนที่ 65 วันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2529

รูปแบบศิลปะ
เป็นอาคารก่อด้วยอิฐถือปูน เครื่องไม้มุงด้วยกระเบื้องดินเผาล้อมรอบองค์พระมหาธาตุเว้นด้านทิศตะวันออก ซึ่งติดต่อกับอุโบสถ ภายในระเบียงคดมีพระพุทธรูปปูนปั้นฝีมือช่างพื้นเมือง จำนวน 108 องค์ ชาวบ้านเรียกว่า “พระเวียง” ระเบียงคต เป็นระเบียงทางเดินที่มีหลังคาคลุมสร้างล้อมรอบสิ่งก่อสร้างประธาน มักมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยม อาจเรียกในชื่ออื่นได้อีกว่าวิหารคด หรือพระระเบียง มักมีการนำพระพุทธรูปมาวางโดยรอบระเบียงคต

บ่อน้ำร้อนธารน้ำเย็นเขาชัยสน
อาบน้ำแร่แช่น้ำร้อน ในอ้อมกอดของขุนเขา เป็นปรากฏการ์ที่เกิดขึ้นทางธรรมชาติ ชาวบ้านมีความเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ อาบแล้วสามารถช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บบางอย่างได้  ต่อมาเจ้าคุณพิศาล ธรรมรังสี วัดคูหาสวรรค์ ได้ชักชวนชาวบ้านพัฒนาด้วยการลาดซีเมนต์ตกแต่งบริเวณบ่อน้ำร้อน และทำเป็นร่องน้ำสำหรับระบายน้ำให้ไหลไปทางร่องออกด้านหน้าสู่คูถนน พร้อมทั้งสร้างห้องน้ำถาวรไว้บริการ บ่อน้ำร้อนนี้จึงได้ชื่อว่า “บ่อน้ำร้อนพิศาล” มีพื้นที่ปากบ่อประมาณ 8-10 ตารางเมตร มีไอน้ำพุร้อนไหลล้นปากบ่ออยู่ตลอดเวลา ถ้าได้รับการสั่นสะเทือนความร้อนจะเพิ่มขึ้น อุณหภูมิน้ำร้อนประมาณ 60 องศาเซลเซียส ปัจจุบันได้รับปรุงปรุงให้เป็นที่ท่องเที่ยว โดยมีสถานที่อาบน้ำ บ่อพักน้ำร้อนมีบริการอาบน้ำแร่ฝักบัว แช่อ่างอาคารที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว

ธารน้ำเย็น มหัศจรรย์ประติมากรรมธรรมชาติ กับสายน้ำใส
ในถ้ำน้ำเย็น อยู่ทางทิศเหนือของบ่อน้ำร้อน มีถ้ำพระด้านใน ระดับน้ำลึกประมาณ 1 เมตร มีน้ำไหลจากถ้ำนี้ตลอดปี สามารถมองเห็นปลาน้อยใหญ่ว่ายวนไปวนมา เคยมีผู้ลอดถ้ำสำรวจภายในถ้ำพบว่าบางช่วงแคบประมาณ 1 เมตร บางช่วงกว้างถึง 30-40 เมตร ความยาวของถ้ำไปตามแนวยาวของภูเขา จนสามารถลอดออกทางตรงข้ามได้

ล่องแก่งหนานมดแดง
“หนาน” ในภาษาใต้แปลว่าน้ำที่ต่างระดับ ภาษากลางก็คือแก่งนั่นเอง ซึ่งที่นี่มีหนานถึง 40 กว่าหนาน แต่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวคือที่เรียกว่า หนานมดแดง ซึ่งเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกแก่งบริเวณนี้ เนื่อง จากมีปลามาตายและมดจำนวนมากมากินปลา เลยเรียกชื่อว่า “หนาน มดแดง” ไฮไลต์ของที่นี่ ระยะเวลาในการล่องประมาณ 2 ชั่วโมง ระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร

ระหว่างการล่องแก่ง จะมีสตาฟฟ์ของรีสอร์ตคอยประกบ ดูแลช่วยเหลือตลอดเส้นทาง  ล่องแก่งในคลองห้วยน้ำใสเป็นกิจกรรมที่ได้ทั้งความสนุกสนานและชื่นชมธรรมชาติไปพร้อมกัน สามารถล่องแก่งได้ตลอดทั้งปี เพราะคลองห้วยน้ำใสเป็นทางน้ำที่ไหลมาจากอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส ซึ่งมีน้ำมากและเปิดประตูระบายน้ำไว้ตลอด การมาล่องแก่งที่นี่หากพายเรือเป็นจะยิ่งสนุก เพราะไม่มีล่องแก่งที่ไหนในประเทศไทยให้นักท่องเที่ยวได้พายเรือผจญแก่งด้วยตัวเอง เนื่องจากเกาะแก่งไม่ได้อันตรายและมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดทาง จึงสามารถปล่อยให้นักท่องเที่ยวพายเรือล่องกันไปเองได้

ทะเลน้อย ผืนน้ำกว้างใหญ่ ดอกบัวสวยงาม และควายน้ำแสนน่ารัก
ทะเลน้อยมีความอุดมสมบูรณ์มากจนถูกประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย มาตั้งตาปี 2518 และความสมบูรณ์นี้ยังได้รับการขนานนามให้เป็นเขตชุ่มน้ำสำคัญระดับโลก หรือ Ramsar site เพราะยังแวดล้อมไปด้วยพื้นที่ป่าพรุ ป่าเสม็ด และทุ่งหญ้าอีกมหาศาล รวมถึงพื้นที่ทุ่งนาและป่าดิบชื้นที่เป็นทั้งแหล่งเพาะปลูก ยังชีพ และหาเลี้ยงครอบครัวของชาวบ้านในพื้นที่ และกว้างใหญ่พอที่จะเรียกว่าเป็นทะเลน้ำจืดหรือทะเลสาบได้ หากนับรวมๆ กันไป ทะเลน้อยจะมีพื้นที่กว่า 280,000 ไร่

สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเส้นทางเชื่อมจากอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ไปยังอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา โดยข้ามผ่านทะเลน้อย มีความยาว 5 กิโลเมตร สามารถชมทิวทัศน์ของทะเลน้อยจากมุมสูง ตามสภาพภูมิประเทศและระบบนิเวศของพื้นที่แต่ละช่วง

โดยมีเบื้องหลังเป็นทะเลสาบกว้าง ส่วนด้านบนบนสะพานคือเส้นทางจักรยานที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีทางสำหรับจักรยานตีขนานข้างทางไปอย่างชัดเจน นอกจากทางสวย วิวสวย ยังมี ควายน้ำ ตลอดทางที่สะพานพาดผ่าน สองข้างทางมีฝูงควายกระจายอยู่ทั่ว ที่เรียกกันว่าควายน้ำเหตุเพราะอยู่กินกับน้ำ แล้วพัฒนาทักษะการดำรงชีวิตให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ได้ดีจนได้รับสมญานามว่า “ควายน้ำ”

ตลอดเวลา 100 กว่าปีที่ชาวทะเลน้อยเลี้ยงควายโดยปล่อยให้กินหญ้าหาอาหารบนทุ่งกว้าง ยามน้ำลดควายก็กินหญ้าบนพื้นดินได้ตามปกติ แต่เมื่อน้ำมาหญ้าและพืชอาหารของควายก็จะจมน้ำ เป็นธรรมดาที่สิ่งมีชีวิตจะปรับตัวให้เอาตัวรอดได้โดยควายเหล่านี้ต้องว่ายน้ำไปหาอาหารและดำน้ำลงไปเจ้าควายพวกนี้มันก็จะปรับตัวเปลี่ยนมากินพืชน้ำอย่างสายบัว ใบบัว หรือสาหร่ายแทน ควายน้ำจะต้องทั้งลอยคอว่ายน้ำออกหากิน รวมทั้งดำน้ำกินหญ้าด้วย นับเป็นโอกาสทองของคนที่อยากเห็นภาพน่ารักที่หาชมไม่ได้ที่อื่น เมื่อน้ำในทะเลสาบทะเลน้อยลดต่ำไปจนถึงแห้งขอดในบางช่วงจนมีสันดอนพื้นดิน โผล่ มีทุ่งหญ้าขึ้น เราจะเห็นเจ้าควายพวกนี้มันก็จะขึ้นมาและเล็มหญ้ากินบนบก