มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดงาน “สระเกล้าดำหัว” สืบสานวัฒนธรรมล้านนา

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2561 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน “สระเกล้าดำหัว” ตามประเพณีล้านนาโบราณขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 20 กว่าปี ในเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2561 ณ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ไร่แม่ฟ้าหลวง) เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลังในการเคารพนบนอบผู้สูงอายุ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธี, คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา กรรมการและรองเลขาธิการ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายนคร พงษ์น้อย กรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้อำนวยการอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ไร่แม่ฟ้าหลวง) และนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วยบุคคลสำคัญจากทุกภาคส่วนของ จ.เชียงราย เข้าร่วมงานกว่า 400 คน

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ

พิธีสระเกล้าดำหัวตามประเพณีล้านนาโบราณ ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดขึ้น เป็นการประยุกต์นำแบบแผนดั้งเดิมมาปรับให้กระชับและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ร่วมงาน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ โดยยังคงความหมายและคุณค่าไว้ครบถ้วน ทั้งพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปไม้โบราณอายุกว่า 100 ปี 16 องค์ ผ่านรางพญานาคซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน

ต่อด้วยพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล เหล่ากวีล้านนาร่ายกะโลงแสดงความความคารวะผู้อาวุโสที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้สังคมเชียงราย จาก 18 อำเภอ 36 คน โดยมีขบวนสาวสงกรานต์เชิญเครื่องคำนับ น้ำขมิ้นส้มป่อย และเกียรติบัตรเชิดชูให้ประธานในพิธีมอบแด่ผู้อาวุโส ตามประเพณีดั้งเดิมเชื่อว่าน้ำขมิ้นส้มป่อยเป็นสิ่งมงคล สามารถขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีต่างๆ ให้หมดไป โดยมีนายเลื่อน ธนะเพทย์ ตัวแทนผู้อาวุโส กล่าวให้พร

อาจารย์นคร พงษ์น้อย

นายนคร พงษ์น้อย ผู้อำนวยการอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ทางมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง จะจัดงานสระเกล้าดำหัวแบบล้านนาเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีงามเช่นนี้เรื่อยไปทุกปี สำหรับปีนี้พิธีการอาจยังไม่สมบูรณ์แบบนักเนื่องจากได้ว่างเว้นจากการจัดงานมาหลายปีแล้ว สำหรับสถานที่ในการจัดงานนั้นต้องการใช้พื้นที่อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ไร่แม่ฟ้าหลวง) ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จย่า ที่ทรงพระราชทานพื้นที่ในการใช้ประโยชน์ทางด้านวัฒนธรรมและการศึกษา

“เราได้ว่างเว้นจากการจัดงานสระเกล้าดำหัวอย่างเต็มพิธีการ และเป็นงานใหญ่มานานกว่า 30 ปี เนื่องจากไปมุ่งเน้นด้านงานพัฒนาเป็นส่วนใหญ่ โดยเราลืมไปว่าผู้คนในเมืองก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่และพัฒนาเช่นกัน ซึ่งตรงนี้เป็นพระบรมราโชบายของสมเด็จย่า พระองค์ไม่ทรงเลือกว่าเป็นชาวเขาหรือชาวเรา เราในนามของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงเดินตามรอยพระองค์โดยไม่ได้เลือกคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

“ประเพณีการแสดงความคารวะต่อผู้ใหญ่นั้นไม่ค่อยมีให้เห็นเด่นชัดในปัจจุบัน ซึ่งจุดเด่นของงานนี้คือการแสดงความคารวะ ความกตัญญูต่อผู้ใหญ่ ผู้อาวุโส ส่วนขั้นตอนสำคัญของงานนอกจากพิธีคารวะซึ่งได้เชิญผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีคุณภาพ ผู้ซึ่งมีการดำเนินชีวิตที่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคมมาจาก 18 อำเภอ จำนวน 36 คน มารับการรดน้ำดำหัวอย่างเต็มพิธีการ เพื่อจะได้เป็นกำลังใจแก่ผู้สูงอายุทั้งหลายว่า ถ้าเราดำเนินชีวิตเราดีก็จะมีคนเห็นคุณค่า แล้วก็จะเป็นกำลังใจให้เขาเหล่านั้นดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพต่อไป”

สำหรับพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปไม้โบราณอายุกว่า 100 ปี 16 องค์ ผ่านรางพญานาคนั้น อาจารย์นครกล่าวว่า พิธีนี้ตามความเชื่อโบราณนั้นเชื่อกันว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์คนพื้นเมืองถือว่าพระพุทธรูปนั้นเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่มีชีวิต ไม่ใช่เป็นเพียงอิฐหรือไม้ การสรงน้ำพระนั้นหมายความว่าเพื่อรับความเป็นสิริมงคล และเพื่อแสดงความเคารพแด่พระพุทธเจ้า

“แล้วด้วยความเชื่อที่ว่า ตัวเรานั้นต่ำต้อยจึงไม่บังอาจนำน้ำไปสาดใส่องค์พระพุทธรูปโดยตรง จึงได้นำพญานาคมาเป็นสื่อกลาง โดยเรานำน้ำส้มป่อยโรยดอกไม้เทใส่ลงในรางพญานาค น้ำก็จะไหลไปตามราง ไหลไปรวมในขันใบใหญ่ที่สายสิญจน์โยงไปยังพระพุทธรูปทั้ง 16 องค์อีกทอด เป็นการแสดงความเคารพสูงสุด ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการสรงน้ำพระโดยตรงนั้นไม่ดี แต่นี่คือความต้องการของเราที่อยากแสดงออกอย่างนุ่มนวล แสดงออกถึงความเคารพอย่างสูงสุดครับ” อาจารย์นครกล่าว

ในส่วนของน้ำส้มป่อยนั้น อาจารย์บอกว่าเป็นไม้มงคลของล้านนาที่เชื่อกันว่าช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกได้ การใส่ส้มป่อยลงในน้ำสรงพระนั้นเพื่อต้องการให้ส้มป่อยชำระล้างสิ่งสกปรกในน้ำให้สะอาด ก่อนนำไปสรงพระพุทธรูปนั่นเอง

นอกจากนี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยังปรารถนาให้อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวงสถานที่อันร่มรื่น เป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางในการสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนาของ จ.เชียงราย ด้วยการจัดงานด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดนิทรรศการ การจัดค่ายศิลปะเยาวชน การอบรมสัมมนา การสาธิต และการจัดประกวดด้านศิลปวัฒนธรรมประเพณี เพื่อให้ผู้คนได้มาสัมผัสและช่วยกันอนุรักษ์ความงดงามของประเพณีล้านนาสืบต่อไป