‘แดเนียล บรูห์ล-โรซามันด์ ไพค์’ บุกจี้เครื่องบินใน “7 DAYS IN ENTEBBE”

คุณอาจเคยดูภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงมานับไม่ถ้วน แต่คอนเฟิร์มว่า “7 DAYS IN ENTEBBE เที่ยวบินนรกเอนเทบเบ้” จะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ให้กับคุณ!

“7 DAYS IN ENTEBBE” บอกเล่าถึงเหตุการณ์บุกจี้เครื่องบินจับตัวประกันช็อคโลก ที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 1976 เมื่อเครื่องบินลำหนึ่งของสายการบินแอร์ฟรานซ์ เที่ยวบิน 139 ซึ่งบินจากกรุงเทลอาวีฟไปยังกรุงปารีส ได้ถูกโจรจำนวน 4 คน พากันบุกเข้ายึดครองเครื่องบินขณะอยู่กลางอากาศ จับตัวนักบินและผู้โดยสารทั้งหมดกว่า 248 ชีวิต และบังคับให้บินออกนอกเส้นทางเพื่อแล่นลงจอดยังสนามบินเอนเทบเบ้ ในประเทศอูกันด้า

โดยเรื่องราวอันโหดเหี้ยมบนหน้าประวัติศาสตร์โลก เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของอดีตผู้นำจอมโฉดแห่งประเทศยูกันดา อีดี้ อามิน ซึ่งมีเป้าหมายเรียกร้องให้ปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์ที่ถูกขังอยู่ในอิสราเอล และแน่นอนว่าหากเขาไม่ได้ตามต้องการ ก็จะสั่งให้ลงมือฆ่าตัวประกันในทุกๆ 24 ชั่วโมง ด้วยเหตุนี้ทางรัฐบาลจึงต้องหาวิธีการเดินหน้าเจรจาต่อรอง อีกทั้งต้องวางแผนปฏิบัติการทางทหารไปพร้อมๆ กัน เดินหน้าฝ่าภารกิจอันตรายที่ดูไร้ทางออก เพื่อบุกชิงตัวประกันกลางสมรภูมิสุดเดือด

นอกจากเรื่องราวสุดเข้มข้นแล้ว สิ่งที่คอหนังทั้งโลกต้องจับตาใน “7 DAYS IN ENTEBBE เที่ยวบินนรกเอนเทบเบ้” คือการได้นักแสดงฝีมือคุณภาพมานำแสดง นำโดย แดเนียล บรูห์ล นักแสดงหนุ่มระดับท็อปจากหนังดังอย่าง Captain America: Civil War หรือบทบาทใน Rush ที่ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงลูกโลกทองคำมาแล้ว ซึ่งในผลงานล่าสุดนี้เขารับบทเป็น “วิลเฟร็ด โบเซ่” หนึ่งในผู้ก่อการร้ายชายชาวเยอรมัน

“ตอนได้อ่านบทครั้งแรก ผมประหลาดใจจนพูดอะไรไม่ออก ผมรู้เรื่องที่เคยเกิดขึ้นที่เอนเทบเบ้ ทว่าพอได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ มันทำให้รู้เลยว่ายังมีรายละเอียดอีกมากมายที่น่าสนใจสุดๆ แถมบทหนังยังทำให้เห็นถึงแรงผลักดันที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการกระทำของตัวละครทุกฝ่ายได้อย่างชัดเจน” แดเนียล บรูห์ล กล่าว

เขาเตรียมตัวเพื่อรับบทนี้ด้วยการอ่านหนังสือหลายเล่มที่บอกเล่าถึงพฤติกรรมของสมาชิกหน่วยแห่งการปฏิวัติหัวรุนแรงในเยอรมัน รวมถึงดูภาพยนตร์และหนังสารคดีอีกจำนวนมากเพื่อศึกษาลักษณะการแต่งกาย วิธีการพูด การแสดงออกของคนเหล่านั้น นอกจากนี้ยังศึกษาประสบการณ์ตรงจาก อาเมียร์ โอเฟอร์ ผู้เคยเป็นอดีตทหารที่เข้าร่วมภารกิจจู่โจมในครั้งนั้นด้วย

“เป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ ที่มีพยานในเหตุการณ์ตัวจริงมาอยู่ในกองถ่ายพร้อมกับพวกเรา แต่ก็แน่นอนว่า เขาย่อมมีมุมมองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแบบของเขา แม้ว่าผมจะชอบที่ได้พูดคุยกับเขา แต่ในการแสดงเป็นโบเซ่ ผมก็ต้องกันตัวเองให้ห่างออกมา พูดให้ชัดๆ คือไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกมา ผมก็แค่ฟังหูไว้หูเท่านั้น มันก็พิลึกไปอีกแบบ” แดเนียล บรูห์ล กล่าว

ส่วนสาวมาดเข้ม “โรซามันด์ ไพค์” ผู้เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์จาก Gone Girl สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม คราวนี้เธอรับบท “บริจิตต์ คูห์ลมานน์” ผู้ก่อการร้ายหญิงชาวเยอรมัน ทั้งนี้เธอได้บอกเล่าถึงความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่องว่า

“บทหนังเรื่องนี้จะพาคุณก้าวลึกเข้าสู่ความคิดและจิตสำนึกของกลุ่มสลัดอากาศ หนังเรื่องนี้จะเผยให้เห็นว่าอะไรคือแรงจูงใจของพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะถ้านักแสดงสามารถเข้าถึงความคิดและจิตใจของพวกเขาได้ถูกต้อง คนดูก็จะเกิดความรู้สึกร่วมไปกับบริจิตต์และโบเซ่ได้ไม่ยาก”

“ฉันชอบตรงที่ตัวละครทุกฝ่ายต่างรู้สึกไม่มั่นใจในสิ่งที่ตนทำลงไปอยู่ตลอดเวลา มีการถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นศีลธรรมในหนังเรื่องนี้ ว่าอะไรที่สิ่งที่ถูกต้องที่สมควรทำ?” โรซามันด์ ไพค์ กล่าวเสริม

“ตัวละครที่ฉันแสดงนั้น เธอเป็นปัญญาชนชาวเยอรมันหัวเอียงซ้ายที่มีสำนึกทางจริยธรรมอยู่เบื้องหลังการกระทำของตน เธอไม่เคยคิดที่จะฆ่าคนแม้แต่น้อย และนั่นก็ทำให้เธอเป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก”