เรื่องราวที่เป็นเรื่องท่องเที่ยวแท้ๆ จากอังกฤษของผม จบลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
แต่ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องราวซอกแซกแบบไทยๆ ซึ่งผมเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ขออนุญาตเปลี่ยนบรรยากาศ เขียนเรื่องที่ผมอยากเขียนเป็นส่วนตัวสักเรื่องหนึ่งเถอะ
อยากมานานแล้ว แต่ไม่ได้จังหวะเสียที… เผอิญไปอังกฤษเที่ยวนี้ ผมไปเจอของชิ้นนี้เข้า ก็เลยซื้อมาเสียหลายกล่อง และเป็นแรงบันดาลใจว่าจะต้องเขียนถึงเรื่องนี้ เพื่อสนองความสนใจส่วนตัวสักครั้ง
เรื่องเกี่ยวกับ “มีดโกน” น่ะครับ
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ในช่วง 50-60 ปีที่ผ่านมานี้ โลกเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วชนิดแทบจำของเก่าไม่ได้
จากยุค “โนเทค” มาสู่ยุค “โลเทค” แล้วในที่สุดก็ “ไฮเทค” อย่างในปัจจุบัน
ในอนาคตจะเป็น “ซุปเปอร์ไฮเทค” หรืออะไรเทค คงจะต้องติดตามกันต่อไป
สำหรับ “มีดโกน” ที่เราใช้โกนหนวดกันอยู่ทุกวันนี้ และที่ผมจะเขียนถึงวันนี้ ก็มีการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน
เมื่อตอนผมเป็นเด็กยังไม่มีหนวดให้โกนนั้น ผู้ใหญ่รุ่นผมเขาใช้มีดโกนที่เป็นมีดจริงๆ สำหรับโกนหนวด
มีดโกนที่พับสอดอยู่ในด้าม แต่สลัดออกมาเป็นใบมีดที่คมกริบวาววับ
ใช้โกนได้ทุกอย่างตั้งแต่หนวดไปจนถึงผม แถมยังใช้กันเล็มได้อีกต่างหาก
นักเลงรุ่นพี่ผมมักจะชอบพกมีดโกนประเภทนี้ไปเที่ยวงานวัด เวลามีเรื่องมีราวจะควักออกสะบัดขู่ ทำท่าเหมือนจะกรีดหรือเชือดเฉือนคู่ต่อสู้ให้กระจุยไปข้างนึง
ความคมของมีดโกนยุคโน้นเป็นที่เลื่องลือ และใช้ในการเปรียบเปรยจนเป็นสำนวนที่แพร่หลาย
ใครพูดอะไรคมๆ ก็มักจะได้รับคำชมว่า คมกริบเหมือนมีดโกนเชียวนะมึง
หรือนักการเมืองที่อภิปรายได้อย่างเชือดเฉือน ฟังเหมือนหวานหูแต่เจ็บแสบนัก เขาก็ใช้คำว่า “มีดโกนอาบนํ้าผึ้ง”
มีดโกนที่ว่านี้ เขาหมายถึงมีดโกนรุ่นที่สะบัดได้นี่แหละ
พอผมโตขึ้นอายุ 15 ปี มีหนวดครั้งแรก (มีเร็วหน่อย) ก็ถึงยุคที่มีดโกนพัฒนาเป็นแบบมีด้ามจับ แล้วก็มีใบมีดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมกว้างเกือบนิ้ว ยาวสักนิ้วเศษๆ
เป็นใบมีดโกนแบบดับเบิ้ลเบลด คือมีความคมและโกนได้ 2 ด้าน
ผมโตมากับมีดโกนชนิดนี้ และโกนด้วยวิธีหยิบด้ามขึ้นรูดริมฝีปาก [...]
Entries from October 2004
“มีดโกน” ก็มีตำนาน
October 24th, 2004 · Comments Off
Tags: สาระน่ารู้